share

การเรียนการสอนปรัชญา

อ.ดร. เอนก สุวรรณบัณฑิต

การสอนมีหลายรูปแบบให้ผู้สอนเลือกใช้ตามความถนัดและความเหมาะสมกับผู้เรียนและวิชาที่เรียน ในส่วนนี้จะเลือกเฉพาะส่วนที่เหมาะสมกับการเรียนการสอนปรัชญา ได้แก่

  1. Question and Answer (ถามตอบ) คือ รูปแบบที่ผู้สอนใช้คำถามนำเพื่อให้ผู้เรียนได้ตอบจากฐานคติเดิมที่ฝังอยู่ในหัว (presupposition) หรือทดสอบว่าผู้เรียนมีวิธีการกำหนดกรอบความคิดเพื่อรับรู้โลกอย่างไร หากมีกรอบคิดใดคลาดเคลื่อนจะมีการถาม-ตอบจนกระทั่งได้พื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับการยอมรับกรอบความคิดใหม่ให้ตรงกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน จากนั้นผู้สอนจึงชี้แนะเนื้อหาเพิ่มเติมให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
  2. Dialectics (วิภาษวิธี) คือ รูปแบบที่ผู้สอนถือว่าผู้เรียนมีความรู้เสมอกัน จึงเลือกที่จะนำเอาความคิดของแต่ละคนมาเสนอแนะ หรือมาโต้เถียง ขัดแย้งกันเพื่อหาผู้ชนะ ในการวิภาษวิธี ผู้สอนอาจสอนวิธีวิภาษด้วยการการถอดสัญญะของลากอง (Jacques Lacan, 1901-81) เพื่อให้สามารถเข้าใจสรรพสิ่ง (entities) ได้ตามสภาพที่มันเป็นจริง (essence) โดยปราศจากอิทธิพลของอคติ 4 ตามแนวคิดของเบคอน (Bacon, 1561-1626) จบลงด้วยข้อสรุปและกฎก็ได้ หรือ ผู้สอนทำการโต้เถียงเหตุผลกับผู้เรียนก็ได้จนกว่าจะได้ข้อสรุป (thesis-antithesis-synthesis) ซึ่งใครเป็นผู้ชนะก็ได้ตามหลักเหตุผลที่ใช้อ้างอิง วิภาษวิธียังเป็นการฝึกการใช้เหตุผลและการอ้างเหตุผลเชิงวาทกรรมต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เพียงอ้างเหตุผลแต่ต้องมีแนวคิดของตนเองที่แน่ชัดด้วย
  3. Conversation (สนทนา) คือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสิ่งที่สนใจร่วมกันความคิดเห็นนั้นอาจจะเห็นพ้องต้องกัน คล้อยตามกันหรืออาจขัดแย้งกันก็ได้ การสนทนาในชั้นเรียนเน้นการสนทนาเป็นกลุ่ม เพราะแต่ละคนย่อมแสดงความรู้สึกนึกคิดของตนออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากวงสนทนามีบรรยากาศอย่างไม่เป็นทางการ
  4. Talk (พูดคุย) คือ การที่ผู้สอนทำการสอนเนื้อหาด้วยวิธีการคุยให้ฟัง อาจมีการถาม-ตอบร่วมด้วย แต่ไม่ใช่บรรยายให้ฟังเฉยๆ เหมาะสำหรับชั้นเรียนที่ผู้เรียนคิดตามที่คุยได้ตลอดชั่วโมงเรียน
  5. Discussion (ซักถามอภิปราย) คือ การสอนโดยใช้หลักปรากฎการณ์วิทยาตามแนวทางของฮุสเซิร์ลด้วยการใส่วงเล็บ (bracketing) หรือ แขวน (suspension) ความเชื่อ มูลบท และแนวคิดทั้งหลายที่มีในตนให้หมด แล้วจึงปล่อยให้โลกเปิดเผยตัวมันเองแก่เราผ่านการร่วมแสดงความคิดเห็นของผู้เรียนทั้งชั้น แล้วเราก็คอยจับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ตามที่ปรากฏ ปรากฏการณ์ที่ปรากฏขึ้นคือ ความรู้และความจริงที่พึงสนใจ เมื่อใช้วิธีการดังกล่าวร่วมกันก็จะสามารถลดอคติและความยึดมั่นถือมั่น ทำให้สามารถถกปัญหาเดียวกันได้ แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กันได้ ปรึกษาหารือกันได้ วางแผนร่วมกันได้ และร่วมมือแก้ปัญหากันได้แม้จะมีศรัทธาและความเชื่อถือต่างกันก็ตาม
  6.  Dialogue (สานเสวนา) นำเสนอการคุยกันตามแนวทางของ David Bohm (2004) เพื่อเชื่อมโยงคนเข้าหากัน เพราะคนรุ่นใหม่มีความเหงาท่ามกลางฝูงชน เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่กลับพกพาตำแหน่งหน้าที่ ฐานะทางเศรษฐกิจสังคม วัยวุฒิ ความเชื่อทางศาสนา และสังกัดทางการเมือง ไว้ตลอดเวลา การคุยกันจึงต้องเปิดช่องให้ทุกคนเท่ากัน รับฟังกัน ไม่ผูกขาดการพูด และทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018