อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

ในแนวคิดปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง แม้จะไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักกับญาณปรัชญา (epistemology) และทฤษฎีความรู้ (theory of knowledge) เนื่องด้วยแนวคิดด้านนี้ได้ก้าวหน้าอย่างมากในกระแสกระบวนทรรศน์นวยุค (modern paradigm) โดยปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเน้นการใช้วิจารณญาณต่อญาณวิทยาแนวทางต่างๆ ให้ถูกใช้ได้อย่างเหมาะสม และในด้านทฤษฎีความรู้ที่เน้นการได้มาซึ่งความรู้ หากแต่เมื่อพิจารณากระบวนทรรศน์ร่วมกับบริบทวัฒนธรรมแล้ว วิเคราะห์ได้ว่า คนรุ่นใหม่พบเจอกับปัจจัยบางประการที่เป็นอุปสรรค (ต้านทาน) ต่อการเรียนรู้ของเขา และส่งผลทำให้การสร้างสังคมแห่งการรียนรู้หยุดชะงักลง ได้แก่

1)  สัญชาตญาณก้อนหินเด่นชัด ทำให้ไม่สามารถสร้างค่านิยม วัฒนธรรมใหม่ได้ คนยังยึดติดกับกระบวนทรรศน์ รูปแบบความคิดและการกระทำ ที่ทำต่อๆ กันมาในอดีต คำถามเช่น “ทำไปทำไม ที่ทำอยู่นี่ก็ดีอยู่แล้ว” เป็นเสมือนก่อนหินขนาดใหญ่ที่หล่น จากยอดเขามาขวางทาง การข้ามไปยากพอๆ กับการขนย้ายก้อนหิน  ลองมองหาไม้งัดข้างๆ ถ้ามีก็ง่ายหน่อย แต่ถ้าไม่มีก็ทำใจเสีย
2)   สัญชาตญาณพืช เน้นผลประโยชน์ที่ได้อยู่แล้ว จึงหลงอยู่ในเขาวงกตที่ชื่อว่าอดีต ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าที่จะออกจากกรอบ ด้วยกลัวว่าจะเกิดความผิดพลาด จุดยืนที่ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าล้มเหลวก็ทำได้เพียงเป็นคนปกติที่กลับใช้ไม้เท้าช่วยค้ำยัน ไม่ก้าวเดิน
3)   สัญชาตญาณอารักขายีน ทำให้หวงอำนาจ ปิดกั้นคนนอก สนับสนุนแต่พวกพ้องเครือญาติของตน ทำให้คนเก่งๆ ท้อถอยกับระบบของคน บางส่วนปลีกตัวออกไป ดังนั้น โครงสร้างสังคมที่เกิดขึ้นก็จะมีฐาน
ที่ไม่แน่น ขณะเดียวกันหลังคาก็รั่ว
4)   สัญชาตญาณปัญญากระบวนทรรศน์โบราณ ทำให้เชื่อในวิถีคลาสสิก เขามักจะมีสไตล์การนำที่ไม่เหมาะกับกลุ่มคน อาจเด็ดขาดไป หรือยึดติดกฎเกณฑ์มากไป ไม่รับฟัง และยึดมั่นความคิดตนเองสุดขั้วก็จะทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
5)   สัญชาตญาณปัญญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคสุดขั้ว เน้นเสรีภาพ ดังนั้น จึงมีปัญหากับงานหนัก ระบบยุ่งยากซับซ้อน เมื่อไม่เข้าใจก็เกิดเป็นความท้อใจ เนื่องจากเชื่อว่ามีการกำหนดหลักการที่ไม่ชัดเจนหรือตั้งระบบที่ยุ่งยากไป ขณะเดียวกันก็ขาดแรงกระตุ้นที่ดี ทำให้เกิดการเบื่อหน่าย ขอเว้นวรรค และสุดท้าย
ก็ถอนตัวไป ทุกอย่างก็ต้องเริ่มต้นใหม่
6)   สัญชาตญาณปัญญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคสุดขั้ว ทำให้คำมีความหมายเคลื่อนไปได้ จึงสื่อสารพลาด ไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในแนวทางและจุดประสงค์ กลายเป็นว่า การแสวงหาความรู้เป็นการเรียนและการทำงานเพิ่ม ไม่ใช่การทำงานให้ง่ายอย่างฉลาด

การได้มาซึ่งความรู้ในโลกปัจจุบันจึงติดกับดับปัจจัยต้านทานการเรียนรู้ที่เกิดจากสัญชาตญาณและกระบวนทรรศน์ของผู้คนที่ทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ และตัวผู้เรียนเองก็ติดในสัญชาตญาณและกระบวนทรรศน์เดิม ทางแก้ไขปัญหานี้ จึงเป็นการระลึกได้ถึงสัญชาตญาณปัญญาของมนุษย์และวิจารณญาณตามกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง มนุษย์จึงจะเดินหน้าไม่หยุดนิ่งด้วยการสร้างสรรค์ การปรับตัวกับทุกฝ่าย การร่วมมือเรียนรู้และทำงานร่วมกัน และการแสวงหาคุณภาพที่ดีกว่าในมิติต่างๆ ที่ตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่ การเป็นคนผู้ใหญ่ที่แท้จริง (maturity)

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018