democracy

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

ระบอบประชาธิปไตยประสบความสำเร็จในโลกสมัยใหม่ไม่ใช่เพราะโลกาภิวัตน์หรือ western civilization แต่เพียงเท่านั้น หากแต่เป็นเพราะประชาธิปไตยสะท้อน “คุณค่าสากล” ที่มนุษย์ทุกกลุ่ม ทุกเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ต่างก็ตั้งคุณค่าเหล่านั้นเอาไว้ในระดับความมีคุณธรรมสูงส่งด้วยกันทั้งสิ้น และได้วางไว้เป็นค่านิยมที่ยึดถือร่วมกัน

“ประชาธิปไตย” มิได้มีความหมายอย่างแคบเพียง “ระบบการปกครองของเสียงข้างมาก” อย่างที่เข้าใจกันโดยทั่วไปของคนทั่วไป  แม้ว่าการเลือกตั้งและการเคารพในสิทธิเลือกตั้งจะสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงกระบวนวิธีของระบบประชาธิปไตย ไม่ใช่ตัวประชาธิปไตยเอง หากมีวิธีใดที่ทำให้ได้เสียงข้างมาก (เสียงส่วนใหญ่) ที่แท้จริง ก็สามารถนำมาใช้ในระบบประชาธิปไตยได้

แต่จุดสำคัญของระบบประชาธิปไตยคือ จะต้องมีกลไกคุ้มครองเสรีภาพ สิทธิตามกฎหมาย และวางหลักประกันว่าประชาชนจะสามารถสื่อสารกันได้อย่างเสรี

สื่อสารมวลชน และสื่อออนไลน์ รวมไปถึงความคิดเห็นของประชาชนจะต้องไม่ถูกรัฐกำกับหรือควบคุมเข้มงวด การใช้กฎหมายเข้ากำกับความคิดเห็นจะทำให้ความเสรีในการแสดงความคิดเห็นหายไป และเป็นการชี้นำความถูก-ผิด ของความคิดเห็นอย่างที่โลกเก่า คือ ราวสงครามเย็น ใช้กัน ซึ่งก็ล่วงเลยยุคนั้นไปแล้ว  การอ้างคุณธรรม ความสงบ และความเรียบร้อยของสังคม ได้สร้างภาวะกดทับ และผู้ถูกกดทับจำนวนมาก คนเหล่านี้จึงถูกทำให้กลายเป็นคนส่วนน้อย และถูกละเลยไปในที่สุด

การเลือกตั้งเป็นเพียงกระบวนการ การมุ่งเน้นให้มีการจัดการเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียวก็ถือว่าเป็นสิ่งบกพร่อง  ก่อนการเลือกตั้งจะต้องมีการเปิดพื้นที่สำหรับให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีโอกาสนำเสนอข้อเรียกร้องและความเดือดร้อนต่างๆ เพื่อให้นักการนโยบาย นักการเมืองได้แสดงวิสัยทัศน์และแนวทางในการบริหารปกครองประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ มิใช่เพียงมุ่งเข้ามาปกครองและใช้อำนาจปกครองตามหน้าที่แต่ฝ่ายเดียว

ในขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็ต้องมีอิสรภาพที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และมีโอกาสได้พิจารณามุมมองที่หลากหลายของนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของผู้ลงสมัครเลือกตั้ง หรือ พรรคการเมือง แต่บริบทสำคัญคือ การวางใจเป็นกลางเพื่อรับฟังนโยบายจากทุกฝ่าย การแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้รู้อย่างรอบคอบ และเข้าใจในระดับลึก อาจนำหลักกาลามสูตรมาวางเพื่อให้ไม่หลงเชื่อหรือเอนเอียงอคติไปข้างใดข้างหนึ่งทันที แม้นโยบายนั้นจะตรงกับความคิดของเขาก็ตาม ทุกฝ่ายต้องตระหนักว่า

แม้นโยบายจะดีเพียงใด แต่ในการปฏิบัติย่อมเกิดปัญหาขึ้นได้เสมอ

เมื่อมองจากแง่นี้ ประชาธิปไตยจึงเป็นระบบที่ต้องบำรุงรักษาและพัฒนาไม่หยุดนิ่ง จะดูแต่เงื่อนไขทางเทคนิควิธี การได้ซึ่งอำนาจ การถ่วงดุลอำนาจ และ  นโยบายปกครอง เพียงอย่างเดียวไม่ได้

ระบอบประชาธิปไตยต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าถือคุณค่าสากลใด ในแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่น ย่อมมีคุณค่าบางตัวที่แตกต่างกัน ตัวที่แตกต่างกันนี้คืออะไร การยึดถือเป็นหลักยึดเหนี่ยวในคุณค่านั้น จะทำให้ประชาธิปไตยส่งผลดีต่อชีวิต คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร

ประชาธิปไตยส่งเสริม เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ

ในทางปรัชญา เสรีภาพย่อมเกิดจากเจตจำนงเสรี ประชาธิปไตยเน้นคุณค่าของ “เสรีภาพ” ซึ่งรัฐต้องค้ำประกันด้วยกฎหมายว่าประชาชนมีสิทธิพื้นฐานอะไร อย่างไร จึงจะเป็นฐานรากของการเป็น “ชีวิตที่ดี” ในสังคมของประเทศนั้นๆ

ความเสมอภาคเป็นคุณค่าที่ประชาธิปไตยจะต้องขับเคลื่อนในฐานะเครื่องมือให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่กระจุกตัว และก็ไม่กระจายจนไม่เกิดผล การบริหารจัดการที่เน้นความเสมอภาคจะทำให้ประชาชนได้รับการบริการจากรัฐตามสิทธิที่รัฐค้ำประกันเป็นขั้นต่ำ และไม่มีผู้ใดหรือกลุ่มใด ได้รับสิทธิพิเศษเหนือไปกว่าที่รัฐกำหนดไว้ อิทธิพลใดๆ จะต้องถูกกำกับไว้ไม่ให้ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และรัฐเองก็จะต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้าอิทธิพลเสียเอง

ภราดรภาพ คือ ความเป็นพี่น้อง ความเป็นครอบครัวเดียวกัน คนในหมู่บ้านเดียวกัน สังคมเดียวกัน อำเภอเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน ชาติเดียวกัน ทวีปและภูมิภาคเดียวกัน และสุดท้าย ความเป็นคนในโลกเดียวกัน  เมื่อเป็นคนในครอบครัว การรับฟังความต้องการ ความคิด และ คุณค่าของแต่ละคนต้องกระทำด้วยการให้เกียรติกัน ไม่ยึดถูก-ผิด แต่ให้พิจารณาไปถึง เจตนา และเป้าหมาย โดยต้องทำความเข้าใจกระบวนทรรศน์และเป้าหมายของแต่ละคน ความแตกต่างคือความสร้างสรรค์ การปรับตัวทำให้คนในครอบครัวอยู่ร่วมกันได้ ความร่วมมือทำให้สิ่งที่เห็นตรงกันได้ถูกทำก่อน สิ่งที่เห็นไม่ตรงกันก็ใช้การแสวงหา เพื่อหาคำตอบและทางออกที่เหมาะสม เป็นระดับการปฏิบัติดีที่ขยับขึ้นไปได้เรื่อยๆ จนถึงระดับคุณภาพที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

คุณค่าร่วมที่น้อยที่สุดของประชาธิปไตย คือ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ จะส่งเสริมคุณค่าสากลอื่นๆ ที่แต่ละสังคมยึดถือว่าเป็นคุณค่าที่จะขับเคลื่อนสังคมให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่มีการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงได้ถ้า คุณค่าร่วมทั้ง 3 ตัวนี้ถูกกดทับไว้ ประชาชนจะสะท้อนภาวะเหล่านี้ออกมาในขั้นของกระแสเรียกร้อง หากไม่ถูกดูแลใส่ใจ ก็จะนำไปสู่ความรุนแรงและการรื้อถอนระบบ (deconstruction) ทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย แต่มิใช้ระบบประชาธิปไตยล้มเหลว แต่การปฏิบัติของผู้ปกครองต่างหากที่ล้มเหลว เพราะไม่อาจค้ำประกันคุณค่าร่วมที่น้อยที่สุดนี้ได้

อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายเปิดใจรับฟัง และแสวงหาคำตอบร่วมกัน ทางสายกลางในการรื้อปรับปรุงระบบต่างๆ (reconstruction) ก็จะดำเนินไปได้ และคนในสังคมก็จะมุ่งหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาต่อไป หากระบบปกครองใดพิจารณาข้อคุณค่านี้ แม้ว่าจะเรียกด้วยชื่ออื่นใด แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ก็ย่อมมีความเป็นประชาธิปไตยอยู่ด้วยเสมอ

 

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018