อ.ดร.วิเศษ แสงกาญจนวนิช :

wises

กระบวนทรรศน์ทางการแพทย์ตามปรัชญากระบวนทรรศน์ ตีความได้ ดังนี้

  1. การแพทย์กระบวนทรรศน์ดึกดำบรรพ์ การแพทย์จึงเป็นการแก้ไขโดยต้องขออภัยเบื้องบนและใช้สิ่งที่เป็นยาหรือสิ่งที่ได้รับพรจากเบื้องบนเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย การหายจากโรคหรือไม่หาย พิการ แม้กระทั่งการตายก็ล้วนอยู่ที่น้ำพระทัยของเบื้องบน เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีจะต้องไม่ทำผิดข้อห้าม (taboo) ต่างๆ รวมไปถึงธรรมเนียมประเพณีของแต่ละท้องถิ่นด้วย การเซ่นบวงสรวงบูชาเพื่อเอาใจเทพเจ้าโดยหวังผลดีงามว่าเทพเจ้าจะบันดาลสุขภาพดี อายุยืนนานให้แก่ตนและครอบครัวได้
  2. การแพทย์กระบวนทรรศน์โบราณ การแพทย์ทำการวางระบบระเบียบที่ชัดเจน ถ้าทำแล้วได้ผลก็ให้ปฏิบัติตามนั้น มุ่งเน้นว่าบุคคลจะมีสุขภาพสมบูรณ์ถ้ากายและจิตดำเนินไปด้วยกันอย่างประสานกลมกลืน เน้นความสมดุลของธาตุที่เป็นองค์ประกอบของร่างกาย เน้นการวินิจฉัยโรคและรักษาด้วยยาเพื่อเป้าหมายในการปรับธาตุให้เกิดความสมดุลและร่างกายเป็นปกติเช่นเดิม
  3. การแพทย์กระบวนทรรศน์ยุคกลาง โรคและการหายจากโรคเป็นการทดสอบของพระเจ้า (ศาสนาคริสต์-อิสลาม) หมอและยาทำการเยียวยาตามหน้าที่ แต่ผู้รักษาที่ดีที่สุดคือพระเจ้า สำหรับพระพุทธศาสนาโรคภัยไข้เจ็บเป็นความเสื่อมไปของเหตุปัจจัย ไม่ควรยึดมาเป็นอารมณ์ ควรทำจิตใจให้ยอมรับความเป็นจริง และดำรงชีวิตได้ปกติกับโรคนั้นๆ
  4. การแพทย์กระบวนทรรศน์นวยุค เป็นการแพทย์แบบวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะทำให้ในวันหนึ่งสามารถสร้างยาที่รักษาโรคได้ทุกชนิด อาจขจัดความตายและความชราภาพได้ การแพทย์สมัยใหม่จึงเน้นการวิเคราะห์หาสาเหตุของโรคให้พบและรักษาไปตรงที่สาเหตุนั้น เน้นการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เมื่อวินิจฉัยโรคได้ก็จะทำการรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัดเพื่อให้หายจากโรคนั้นโดยสิ้นเชิง หากเป็นโรคที่รักษาไม่หายก็ต้องกำกับควบคุมโรคไว้ไม่ให้ก่อให้เกิดอาการ ผู้ป่วยจึงต้องได้รับคำแนะนำและการปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีและการมีอายุยืนยาวนาน
  5. การแพทย์กระบวนทรรศน์หลังนวยุค เปิดให้เลือกการรักษาได้ตามความชอบของแต่ละคน ตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยนิยม สนใจการแพทย์องค์รวมที่ต้องดูแลทั้งกายและจิตคล้ายกับการแพทย์กระบวนทรรศน์โบราณ แต่ก็ยังใช้เครื่องมือสมัยใหม่และหลักการพื้นฐานของการแพทย์กระบวนทรรศน์นวยุคร่วมด้วย

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018