อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน

คอร์รัปชั่นเป็นคำที่คุ้นหูในสังคมปัจจุบัน แม้คนในสังคมโดยทั่วไปจะรู้ดีว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและก็พออนุมานด้วยสามัญสำนึกต่อไปได้ว่าในอนาคตปัญหานี้ก็ยังคงอยู่และดำรงต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและพวกพ้องมากกว่ามโนธรรมในใจ

แม้มนุษย์จะรู้แน่แก่ใจเช่นนี้ แต่กลับรู้สึกรังเกียจและต่อต้านการคอร์รัปชั่น ทั้งๆ ที่รู้ว่าการคอร์รัปชั่นคือ ความเป็นจริงอย่างหนึ่งของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเสียสิทธิและผลประโยชน์ เขาผู้นั้นย่อมเกิดความเดือดเนื้อร้อนใจมากกว่า และเกิดความรู้สึกต่อต้านที่มีระดับเข้มข้นสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบ

ในอีกมุมหนึ่ง มีบางคนที่ชอบทำตัวแบบพืช (สัญชาตญาณพืช) คือ ชอบกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตนเองให้มากที่สุด อุปมาดังพืชที่ชอนไชรากเพื่อดูดซึมน้ำและแร่ธาตุในดิน มันไม่สนใจว่าพืชที่อยู่รอบๆ ตัวมันจะเดือดร้อนหรือไม่ เป็นตายอย่างไร มันรู้แต่เพียงว่ามันต้องหาอาหารจากสิ่งที่อยู่รอบตัวมันให้มากที่สุด พยายามยืดเหยียดรากไม้ไปให้ลึก กว้าง และไกลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้รากของมันจะไปพังทลายบ้านเรือน กำแพง หรืออาคารใดๆ พืชก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ใช่สัญชาตญาณของมัน มนุษย์ที่ยึดสัญชาตญาณพืชนี้เป็นมนุษย์ที่ต้องการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น อยากมีสิทธิเหนือผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เขาต้องการการดูแลหรือดำเนินการให้เกินกว่าที่ระบบปกติจะทำ เขาจึงทำตามสัญชาตญาณด้วยการให้“สินบน” ข้อเสนอที่ยื่นเสนอต่อผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ๆ สามารถอำนวยความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่เขาได้ แต่มนุษย์กลุ่มนี้ก็มีความกระดากอายในใจ ครั้นจะเรียกสินบนก็เห็นว่าคนในสังคมไม่ยอมรับ จึงเปลี่ยนคำเสียใหม่โดยเอาคำว่า “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” มาแทนที่ เพื่อให้ดูดี ถูกต้อง ได้รับการยอมรับนับถือ แต่เขาก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการให้อย่างการให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาที่ถูกต้องซึ่งที่เป็นเรื่องของสินน้ำใจ เขายังคงให้ตามวิธีของสินบนอยู่นั่นเอง เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนคำเรียกหาเท่านั้น

ดังนั้น ไม่ว่าคำที่มีความหมายดีแต่เดิมมาอย่างไร แต่โดยธรรมชาติที่เกิดขึ้นที่เป็นเรื่องของสินบน  การเลือนความหมายของสินน้ำใจในวงการคอรัปชั่นจึงเปรียบเสมือนเอาใบตองมาห่อปลาเน่า ธรรมดาใบตองเป็นใบของต้นกล้วยที่คนนิยมนำมาห่ออาหารและขนมเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ก่อเกิดโทษต่อร่างกาย แต่ถึงแม้ใบตองจะดูสะอาดปลอดภัยเพียงใด หากนำไปห่อปลาเน่า ใบตองที่ใช้ห่อนั้นก็พลอยติดกลิ่นปลาเน่านั้นไปด้วย นี้ฉันใด การนำคำว่า ค่าน้ำร้อนน้ำชา ซึ่งเป็นเรื่องของสินน้ำใจมาใช้แทนคำว่าสินบน ความหมายที่ดีก็ถูกเลือน ถูกกัดกร่อนไปทีละน้อยจนในที่สุดก็สูญเสียความหมายดีๆ จากคำๆ นี้ไป

ผู้ที่นำคำว่า “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” มาใช้เรียกแทนสินบน โทษภัยไม่ได้เกิดจากคำว่า “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” โดยตรง แต่เกิดจากการเลือนความหมายของคำเพื่อนำไปกลบเกลื่อนคำว่าสินบน

สินบนอุปมาดังน้ำสกปรก ค่าน้ำร้อนน้ำชาอุปมาดังแก้วที่สะอาด

แม้ว่าน้ำที่สกปรกจะได้อยู่ในแก้วที่สะอาด ก็ไม่อาจทำให้น้ำในแก้วเกิดความสะอาด ปราศจากโทษภัยได้

เมื่อทุกคนติดชินในความหมายใหม่ก็ตั้งป้อมกันไว้ก่อนว่า การให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาคือ การติดสินบน ในภายภาคหน้าจึงเป็นที่น่ากังวลว่า “สินน้ำใจ” จะไม่มีที่ยืนในสังคม เพราะถูกตีค่าให้กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่เกินกว่าจะให้หรือรับไว้ จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ถ้าวันหนึ่งคนในสังคมมองอย่างเหมารวมว่า สินน้ำใจคือสินบน เพราะจะไม่มีใครกล้าแสดงออกซึ่งน้ำใจไมตรีต่อกันและกันอีก  ต่างคนต่างระวังและระแวงอยู่ตลอดว่าเมื่อทำไปแล้วหรือให้ไปแล้วคนจะมองว่าเป็นการให้สินบน คนให้และคนรับต่างเป็นคนเลว คือ เกิดการด่วนสรุปในทางลบโดยไม่พิจารณาหรือใช้วิจารณญาณเสียก่อน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018