กลุ่มลัทธิจิตนิยม ( Idealism, Monism, Spiritualism, Psychism, Brahamanism)  มีแนวคิดที่เชื่อว่า ความจริงแท้หรือความจริงสูงสุดเป็นจิต หรือ อสสารที่มีอยู่นิรันดรไม่เปลี่ยนแปลงและเป็นหลักหรือกฎเกณฑ์ของสสาร

1)  ลักษณะทั่วไป

(1)  เนื้อแท้ของโลกเป็นอสสาร ไม่ได้เป็นสสารดังที่พวกสสารนิยม เชื่อว่านอกจากสสารแล้วยังมีอสสาร ซึ่งมีสภาพความเป็นจริงมากกว่าสสารและโลกของสสาร ที่สำคัญคืออสสารมีลักษระไม่กินที่ ไม่อยู่ในระบบของอวกาศและเวลา และสามารถรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5  หากมีอยู่จริงไม่ใช่อยู่ในความคิด แต่เป็นจริงในตัวของมันเอง ทั้งนี้ อสสารก็คือจิตนั่นเอง

(2)  มีลักษณะนิรันดร (eternal) คือไม่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นตัวอธิบายความเปลี่ยนแปลงในโลกของวัตถุ

(3)  มีโลกอิสระของตัวเอง คือไม่ขึ้นต่อโลกของสสาร แต่โลกของสาสารต้องขึ้นต่อโลกของอสสาร เพราะไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง  **ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่ทำให้โลกของวัตถุมีกฎเกณฑ์

(4)   อยู่นอกเวลาไม่รู้เกิด ไม่รู้ดับ และเป็นจริงสากล

(5) ค่าต่าง ๆ มีอยู่จริง มีต้นต่ออยู่ในโลกของอสสาร จิตเป็นสิ่งที่มีอยู่แต่เดิม มนุษย์เป็นเพียงผู้ไปพบ ไม่ใช่ผู้คิดขึ้น

2) วิวัฒนาการของจิตนิยม

วิวัฒนาการมาจาก ปรัชญากรีกสมัยโบราณ เช่นเดียวกับสสารนิยม แม้จะมีนักปรัชญาที่มีแนวคิดแบบสสารนิยมมาก แต่ก็มีนักปรัชญาแบบจิตนิยม เช่น Parmenides จากการที่นักปรัชญาท่านนี้เฝ้าสังเกตความไม่เที่ยงแท้หรือความเป็นอนิจจังของสิ่งต่าง ๆ และพยายามค้นหาสิ่งที่เป็นนิรันดร์ จึงพบว่าโลกที่เราสัมผัสเป็นโลกแห่งการหลอกลวง

3) มนุษย์ในทรรศนะของจิตนิยม

มนุษย์นั้นประกอบไปด้วย 2ส่วน คือ ร่างกายที่เป็นวัตถุหรือสสาร และจิตวิญญาณซึ่งเป็นอสสาร และเชื่อวว่าเป็นตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ ขณะที่สสารนิยมถือว่ามนุษย์คือเครื่องจักร คือหุ่นยนต์  จิตนิยมถือว่า มนุษย์คือวิญญาณ โดยให้เหตุผลดังนี้

(1)  มนุษย์นั้นมีการริเริ่ม ซึ่งแตกต่างจากก้อนหิน มนุษย์มีความรู้สึก ความอยาก ความต้องการ และเป็นตัวการริเริ่มทำให้ร่างกายเคลื่อนไหว เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณเป็นผู้บังคับบัญชาร่างกายให้เคลื่อนไหวไปตามความประสงค์

(2)  มนุษย์มีการเรียนรู้ มีความรู้สึกนึกคิด มีอารมณ์ที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ สามารถรับรู้ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ซึ่งความสามารถเหล่านี้ก้อนหินไม่มี เพราะก้อนหินไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง วงกลมกับสี่เหลี่ยม ร้อนกับเย็น ความหิวและความอิ่ม ความรักและความเกลียด

(3)  มนุษย์มีความรู้สึกขัดแย้ง เพราะมนุษย์มีองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ จิตกับกาย  แต่จิตนั้นสำคัญกว่า เพราะเป็นตัวตนที่แท้จริง ส่วนร่างกายนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมีเกิดมีดับ จิตหรือวิญาณนั้นเป็นอมตะ  แต่ถ้ามนุษย์มีเพียงร่างกายอย่างเดียว มนุษย์จะทำตามแรงปรารถนาทางร่างกายอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงถูกหรือผิด มีคุณหรือโทษหรือไม่ ดังนั้นมนุษย์จึงประกอบด้วยร่างกายและจิต เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งขึ้น เมื่อต้องทำในสิ่งที่ผิดหรือให้โทษแก่ตนเองและบุคคลอื่น เพราะจิตสามารถสัมผัสกับสัจจธรรมและคุณธรรมได้ จึงสรุปได้ว่า ตัวตนของมนุษย์ที่แท้จริง คือ จิตวิญญาณ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018