พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว

ลัทธิปรัชญาเกิดจากการพัฒนาคำตอบของคำถามปรัชญาบนมโนคติหนึ่งๆ อย่างชัดเจน ปัญหาในความคิดของนักปรัชญามี 2 ระดับคือ  ปัญหาระดับสัญชาตญาณเพื่อความอยู่รอด และปัญหาระดับปัญญา เกิดจากการตรึกตรองจนเห็นคำถาม ตอบสนองด้วยคำตอบที่มาจากปัญญา มนุษย์ใช้ปัญญาศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอยู่และดำรงอยู่  ความเป็นจริงทั้งหลายที่เคยมีกล่าวถึงกันมาแล้วทั้งหมดย่อมประกอบด้วยสิ่งในฐานะสิ่งบริสุทธิ์หรือสารัตถะ (essence) กับภู (to-be) หรือการเป็นอยู่ที่บริสุทธิ์ ทั้งที่เป็นกายภาพและที่เกี่ยวข้องกับจิต ซึ่งเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายคือ มโนคตินิยม (idealism) สสารนิยม (materialism) และ ทวินิยม (dualism) ทำให้เกิดเป็นลัทธิแตกต่างกันไป และเมื่อเชื่อตามลัทธินั้นๆ เขาก็จะนำหลักการ (principle) มาใช้ในการเป็นแนวทางดำรงชีวิต

เมื่อเข้าใจหลักการด้วยสมรรถนะทางปัญญาตามลำดับ มนุษย์ก็มีการพัฒนาคุณภาพชีวิต  เริ่มจากปัญหาสัญชาตญาณการอยู่รอด มนุษย์จึงได้พัฒนาตนเอง ความเป็นอยู่และวิถีชีวิตไปตามแนวคิดลัทธิต่างๆ ในยุคของตนและปรับปรุงคุณภาพชีวิตจากยุคดึกดำบรรพ์มาสู่ยุคเกษตรกรรม ยุคอุตสาหกรรม และยุคสมัยใหม่นี้ เกิดเป็นอารยธรรมต่างๆ

การพัฒนาคุณภาพชีวิตได้รับความสนใจในลัทธิส่งเสริมหลักในทางจริยศาสตร์ให้มนุษย์แสวงหาวิถี (Mean) ไปสู่เป้าหมายสูงสุด (End) ตามลัทธินั้นๆ ไม่มีลัทธิใดที่ไม่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้มนุษย์อยู่ดีกินดี มีความสุขในชีวิตเด่นชัดในลัทธิซาฟฟิสม์ ลัทธิรตินิยม ลัทธิเอพพิคิวเริส อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับปัญญา ไม่ได้เน้นที่การอยู่รอดอีกต่อไป นั่นคือ ไม่ใช่เพียงแค่มีชีวิตที่อยู่รอดปลอดภัยได้ก็พอ แต่ทุ่มเทมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาปัญญาเป็นสำคัญ เช่น ลัทธิไซนิก ลัทธิสโตอิค และลัทธิปัญญานิยม  ต่อมาก็ได้ประมวลเป็นลัทธิมนุษยนิยม เสรีนิยม ลัทธิมาร์ก เป็นต้น ซึ่งแต่ละลัทธิก็ชี้นำการพัฒนาคุณภาพชีวิตแตกต่างกันไปในตามสารัตถะและระดับของภาวะการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

มนุษย์ในแต่ละยุคได้นำเสนอภาพของคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ ยุควิทยาศาสตร์ยิ่งเด่นชัดในการนำเสนอภาพของการพัฒนาคุณภาพชีวิต วิทยาศาสตร์จะแก้ปัญหาทุกอย่างของมนุษย์ได้ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะทำให้ในวันหนึ่งสามารถสร้างยาที่รักษาโรคได้ทุกชนิด อาจขจัดความตายและความชราภาพ วิธีการวิทยาศาสตร์จะช่วยวางระเบียบสังคมให้มนุษย์ได้แบ่งสันปันส่วนความสุขกันอย่างยุติธรรม แต่ละคนได้แบ่งส่วนการทำงานแต่น้อยที่สุด และใช้เวลาส่วนที่เหลือส่วนใหญ่หาความบันเทิงอย่างไร้กังวลและความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถสร้างโลกนี้ให้เป็นดั่งสวรรค์ ซึ่งนำไปสู่ทฤษฎีในทางวิชาการสาขาต่างๆ โดยเน้นคุณภาพชีวิตที่วัดได้ ตรวจสอบได้ และเชื่อมั่นว่า เมื่อมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับที่เหมาะสม มนุษย์ทุกคนก็จะมีความสุขได้อย่างเท่าเทียมกัน นำไปสู่นโยบายในการพัฒนาประเทศและชาติต่างๆ ทั่วโลก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ ในด้านการศึกษายุคปัจจุบันเห็นได้ชัดว่ามีการเน้นไปที่การพัฒนาความคิดของเด็ก เช่นเน้นไปที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แต่พอนำมาปฏิบัติจริงกลับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนที่คิดไว้และเกิดปัญหาอื่นเพิ่มตามมา หรือเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศด้วยการแก้ปัญหาทุจริตคอรับชั่นที่ไปเน้นที่การป้องกันหรือตัวกฎหมายไม่ได้เน้นไปที่ตัว การพัฒนาสัญชาตญาณปัญญาที่เป็นแก่นแท้ในการดำเนินชีวิต เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเนื้อหาปรัชญาที่ได้รับความสนใจโดยสาระทางจริยศาสตร์เป็นสำคัญด้วย คัมเบอร์แลนด์ (Richard Cumberland, 1631-1718) ได้เสนอแนวคิดว่า ความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนมนุษย์นั้นสำคัญต่อการเสาะแสวงหาความสุขของเราเอง (pursuit of our own happiness)  ล็อก (John Locke, 1632-1704)ได้เสนอว่าความสมบูรณ์สูงสุดของธรรมชาติทางปัญญาอยู่ที่การแสวงหาความสุขที่แท้จริงและมั่นคงอย่างระมัดระวังและอย่างต่อเนื่อง

กระนั้น  ฮอฟเฟอร์ (Eric Hoffer, 1898-1983) นักปรัชญาทางสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่า การแสวงหาความสุขเป็นต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการไม่มีความสุข (The search for happiness is one of the chief sources of unhappiness) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การเสาะแสวงหาความสุขนั้นอาจเป็นเหตุให้เราไม่มีความสุข เช่น การสะสมเงินทองทรัพย์สิน การเป็นคนรวย การแสวงหาชื่อเสียงหรือการยอมรับการติดตามเป้าหมายทางการเมืองสังคมหรือเศรษฐกิจ และกระแสต่อต้านนี้ได้ส่งเสริมว่า หากเพียงแต่เราเลิกพยายามที่จะมีความสุข เราก็จะมีความสุขได้พอสมควร

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018