อ.ดร.รวิช ตาแก้ว

วัฒนธรรมถิ่นไทยเดิม นับถือภูตผี ทั้งผีดีและผีร้าย ซึ่งในแต่ท้องที่ปัจจุบันนี้ยังมีปรากฏให้เห็นเป็นวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น ไหว้ศาลทวดเจ้าป่า เจ้าเขา เมื่อได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนาเข้ามาในวิถีคิดที่สอนเรื่องกฎแห่งความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่ง ที่สอนให้รู้จักการยอมรับด้วยการเรียนรู้เรื่องภายในกายของตนเอง ซึ่งเป็นสมรรถภาพคิดตามแนวคิดปรัชญาตะวันออกที่ใช้วิถีคิดแบบปรัชญาอินเดีย แบบพราหมณ์ที่มีความเชื่อพื้นฐานว่า ช่วงเวลาของชีวิตแบ่งออกเป็น 4 ช่วง กล่าวคือ อรรถะ กามะ ธรรมะ และโมกษะ

แนวคิดแบบวัฒนธรรมไทยจึงนำมาประยุกต์ใช้ว่า เมื่อเยาววัยให้เรียนรู้ หาสินเมื่อเป็นผู้ใหญ่ เมื่อมีฐานะมั่นคงแล้วจึงแสวงหาธรรมะและโมกษะ กรอบวิถีชีวิตของผู้คนในวัฒนธรรมไทย จึงมีประเพณีการบวชเรียนในพระพุทธศาสนา 2 ช่วงชีวิต คือ 1) การบวชเพื่อเรียนรู้ในวัยเยาว์หรืออายุครบบวชตามประเพณี และ 2) การบวชเมื่อหมดภารกิจในช่วงชีวิต ซึ่งในปัจจุบัน ไม่มีการสืบทอดประเพณีการบวชแบบนี้  ดังนั้น แนวคิดของพระพุทธศาสนาก่อนการปฏิรูประบบการศึกษาเข้าสู่ระบบโรงเรียน วัดจึงเป็นแกนหลักในการอบรมคุณธรรมและจริยธรรมของสังคม ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อต้องการพัฒนาตามแบบอย่างประเทศตะวันตก การสอนวิชาหนังสือที่มีอยู่ในวัด จึงถูกนำมาดำเนินการในโรงเรียน วัฒนธรรม ประเพณีบางอย่างที่ผูกติดไว้กับขนบธรรมเนียมที่ต้องใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกล่อมเกลาสังคม จึงขาดหายไปตามรูปแบบรัฐนิยม อาทิ ประเพณีการตายแบบพุทธที่งดงามและรื่นรมย์ตามสภาพของช่วงวัยจึงสูญหายไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง

ดังนั้น สมรรถภาพคิดที่สำคัญจึงเป็นการวิเคราะห์บนสภาพเหตุการณ์ที่เป็นรอยต่อระหว่างการอบรมจริยธรรมในวัดที่ถูกถ่ายโอนเข้าสู่ระบบโรงเรียน ซึ่งแนวคิดและความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนายังไม่ผันแปรมากนัก ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ผลการวิเคราะห์สามารถนำมาวิจักษ์ได้

สมรรถภาพคิดปรัชญาตะวันออกกับสมรรถภาพคิดตามบริบทวัฒนธรรมไทย ผู้คนในวัฒนธรรมไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา เชื่อว่า ความดีงามในการปฏิบัติคือ การดำรงตนอยู่ในกรอบของศีลธรรม ซึ่งมีเกณฑ์ในการวัด 3 เกณฑ์ คือ 1) ดีงามเบื้องต้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติตนให้ดีงามในขั้นโลกียะธรรม 2) ดีงามท่ามกลางและ 3) ดีงามในที่สุด ซึ่งเป็นการปฏิบัติตนให้ดีงามในขั้นโลกุตระธรรม

ขนบธรรมเนียมและประเพณีในบางท้องถิ่น ยังยึดถือวัฒนธรรมและประเพณีตามรูปแบบเดิมของวิถีชีวิตตามแนวคิดแบบพราหมณ์ กล่าวคือ นอกจากจะบวชตามประเพณีแล้ว ยังนิยมบวชเพื่อค้นหาแนวทางของชีวิตหรือแสวงหาธรรมะเมื่อแต่ละคนได้ปฏิบัติกิจของตนลุล่วงแล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่จึงถือว่าเป็นการกระทำให้ชีวิตของตนดีงามตามอุดมคติ แต่ในขณะปัจจุบันนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่มีการกล่าวถึง การบวชเรียนที่เหลืออยู่ในวัฒนธรรมไทย จึงเป็นเพียงประเพณีการบวชที่ต้องปฏิบัติเมื่อมีอายุครบ 20 ปี แต่การบวชที่กระทำเพื่อการอบรมจิตใจ และเพื่อการแสวงหาแนวทางตามวิถีทางดั้งเดิมเพื่อเข้าถึงความดีงามท่ามกลางและความดีงามในที่สุดไม่เป็นที่สนใจของผู้คนในสังคมไทยปัจจุบัน

สภาพสังคมไทยในปัจจุบันผู้คนในสังคมปัจจุบันประกอบด้วยผู้คนที่มีเป้าหมายในการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้น แต่ละคนจึงมีเกณฑ์ความดีงามตามตนเองยึดถือ ซึ่งแต่ละคนจะมีกรอบความคิดและเชื่อตามกรอบของตน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018