ศ.กีรติ บุญเจือ
…
ในประเทศไทย มีผู้จบปริญญาเอกกันมาก หลักสูตรต่างๆ มอบเป็น PhD หลายหลักสูตรมีผู้จบเป็นสิบเป็นร้อย แต่เมื่อถามว่า what is philosophy ส่วนใหญ่ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียนปรัชญา เป็นแต่หลักสูตรปริญญาเอก เป็น Ph.D แบบ professional degree คือ เป็นปริญญาเอกเฉพาะทาง แต่ยังไม่ใช่ในสาขาวิชาที่แยกเป็นอิสระ เช่น MD, BD
แต่กระนั้น เพียงเราเสริมว่า คนฉลาดคือ คนที่รู้ตัวเองว่าตนไม่รู้ แล้วต่อยอดว่า ถ้ารู้ตัวว่าไม่รู้ก็เปิดทางให้อยากเรียนรู้และเป็นนักปรัชญาได้ แต่ที่น่าระวังคือ คนที่สำคัญผิดว่าตนรู้ปรัชญาทั้งๆ ที่ไม่รู้ปรัชญา คนที่รู้ว่าตนไม่รู้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความฉลาด (ปรีชาญาณ) แต่คนที่ไม่รู้ตัวว่าไม่รู้ เขาจะมั่นใจไปทุกอย่างว่ารู้แล้ว ทั้ง ๆ ตัวเองไม่รู้ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในระดับพื้นฐาน เพราะเขาวางตัวว่ารู้แล้วและจะทำสิ่งต่าง ๆ ไปตามที่เขาเข้าใจ
ถ้าจะรู้ปรัชญา ต้องรู้ก่อนว่า ปรัชญาคือ อะไร
ปรัชญาคือ ปัญญา เป็นภาษาอารยัน ปรัชญาเป็นสันสกฤต ปัญญาเป็นบาลี มีความหมายเหมือนกัน โดยคำที่แสดงกิจการ แสดงการกระทำ มันจะแสดง 2 ความหมาย หมายถึง
การกระทำและผลของการกระทำนั้น เช่น การคิดและผลของการคิด
อะไรคือ ผลของการคิด ผลของการคิดก็คือความรู้ คือปัญญานั่นเอง ความรู้ที่ได้ต้องสามารถไล่เรียงได้ด้วยสมรรถภาพของปัญญา คือเหตุผล ผลของความคิดของมนุษย์ก็คือ ปรัชญาและปัญญา
แต่ในภาษาไทยได้มีการแยกกัน ในภาษาอารยันเดิมปรัชญาและปัญญาหมายถึง สมรรถภาพคิดสุดยอดของปัญญา และได้ผลเป็นความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ภาษาไทยนั้นกำหนดให้ สมรรถภาพคิดคือปัญญา และผลของการคิดคือปรัชญา

