ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ…

ปรัชญาของคาร์ล มากซ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนสังคมรัสเซียในปี 1917 (การปฏิวัติรัสเซีย) เหตุเรื่มตั้งแต่เฮเกลเปิดสอนปรัชญาปฏิพัฒนาการ (dialectic) ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินระหว่างปี 1818-31 มีผู้กล่าวว่าในชั่วโมงสอนปรัชญาของเฮเกลนั้นจะไม่มีใครสอนปรัชญาในกรุงเบอร์ลิน เพราะผู้สนใจปรัชญาจะพากันไปจองที่นั่งฟังเฮเกลกันหมด เนื่องจากชอบที่เฮเกลพยากรณ์ว่าเชื้อสายอารยันอย่างเยอรมันเป็นผู้จุติเข้มข้นที่สุดจากจิตปฏิพัฒนาการของเอกภพ หากรวมตัวกันเป็นชาติเมื่อใดจะเป็นเจ้าโลก

คาร์ล มากซ์เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่สนใจ ฟังแล้วเอาไปพัฒนาเป็นปรัชญาสสารปฏิพัฒนา (dialectical materialism) พรรคบอลเชวิกนำเอาไปเป็นเหตุผลให้รากหญ้าที่เดือดร้อนในรัสเซียสมัยนั้นซึ่งมีมากมายเหลือเกินให้ร่วมมือกันปฏิรูปสังคมและทำได้ภายใน 10 วัน

พรรคนาซีเอาทฤษฎีเลือดอารยันเยอรมันของเฮเกลมาใช้อบรมเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วยทฤษฎี 3 กล้าที่ฮายเดกเกอร์เอามาจากปรัชญาอัตถิภาวนิยมของคีร์เคกอร์ด ได้ผลเป็นกองทัพนาซีรุกรานฝรั่งเศสอย่างสายฟ้าแล่บ ซาร์ตเขียนนิยายเพื่ออบรมเยาวชนให้ต่อสู้นาซีด้วยทฤษฎี 3 กล้าได้สำเร็จ

เมื่อนาซีพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเสศก็ถูกรัสเซียกดดันด้วยการเมืองมาร์กซิสม์ รัฐบาลฝรั่งเศสงัดวิธีอบรม 3 กล้ามาอบรมเยาวชนต่อต้านแบบเกลือจิ้มเกลือ เป็นตัวอย่างให้ชาติต่าง ๆ ในยุโรปใช้นโยบายเดียวกันจนสามารถยับยั้งความก้าวหน้าของลัทธิมาร์กซิสม์ได้ สถานการณ์ในช่วงนั้นจะได้เห็นการยื้อแย่งพลเมืองระหว่าง 2 ค่ายอย่างชัดเจน

หลัก 3 กล้า
ภาษาอิตาเลียนใช้คำ 3 คำ คือ Vedere, Iudicare, Agire ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Seeing, Judging, Acting กีรติ บุญเจือ แปลเป็นไทยว่า 3 กล้า คือ

  1. กล้าเผชิญปัญหา อบรมเยาวชนให้รู้สึกเหมือนที่มีคำพังเพยในภาษาไทยว่า อุแสรรคคือทางแห่งความสำเร็จ คือ ให้รู้สึกว่าปัญหาไม่ใช่ของเลวในชีวิต แต่เป็นโอกาสได้สร้างผลงาน เป็นอาหารอันโอชะ ให้ทำตัวเหมือนไก่ รีบรี่เข้าไปจิกกินอย่างเอร็ดอร่อย ใครที่กลัวปัญหาเป็นคนมีปัญหา จิตใจห่อเหี่ยว ไม่สดชื่น เป็นโรคเบื่อเซ็งเหงา ไม่มียาแก้ ได้แต่รอวันตายอย่างน่าสมเพช หากใครรู้สึกอย่างนี้ต้องช่วยตัวเอง ลุกขึ้นเปิดตาส่ายตามองหาปัญหาเพื่อเผชิญอย่างไก่เห็นหนอน ชีวิตจะสดชื่น มีอนาคตทันที ผมในขณะเป็นนักศึกษาปรัชญาในอิตาลีได้มีโอกาสออกค่ายไปช่วยเขาอบรมเยาวชนและชาวบ้าน สนุกตื่นเต้นดี
  2. กล้าประเมินวิธีปฏิบัติ เมื่อได้กล้าเผชิญปัญหาด้วยตนเอง ก็ให้มั่นใจได้ว่าตนเป็นผู้รู้ปัญหานั้นอย่างดีกว่าคนอื่นที่ไมได้เผชิญปัญหานั้น ให้รู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของปัญหานั้นโดยเฉพาะ จึงเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะที่จะมองดูว่าปัญหานั้นมีทางแก้ได้กี่วิธี แต่ละวิธีต้องทำอย่างไรบ้าง มีทางประเมินผลดีผลเสียอย่างไรของแต่ละวิธี จนในที่สุดลงความเห็นได้ว่าประเมินรอบด้านแล้ว วิธีใดควรใช้แก้ปัญหานั้นได้ดีที่สุด จึงก้าวไปสู่กล้าที่ 3 ทุกขั้นตอนให้รู้สึกมีความสุขที่ได้ใช้สมรรถภาพมนุษย์อย่างเหมาะสมที่สุด
  3. กล้าลงมือทำการด้วยความรับผิดชอบให้ตัวเองและ……..ได้มีเสรีภาพที่จะปฏิบัติ 3 กล้าได้ต่อไป

กล้าที่สามนี่แหละสำคัญที่สุด สามารถพลิกแพลงไปได้ต่าง ๆ ลัทธิอัตถิภาวนิยมกำหนดให้ตัวเองเท่านั้น (being-for-itself) ที่ได้มีเสรีภาพในการทำ 3 กล้าไปจนตาย เป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง

ลัทธินาซีกำหนดให้ตัวเองและชาวเผ่าอารยันสายเลือดบริสุทธิ์ที่สุดได้เป็นจ้าวโลก เป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง ฮิตเลอร์จึงประกาศนโยบายที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ นโยบายทำให้ชาติเยอรมันมีสายเลือดบริสุทธิ์โดยส่งเสริมการเลือกคู่แต่งงานระหว่างสายโลหิตเยอรมันบริสุทธิ์ด้วยกัน และนโยบายกำจัดยิวสายเลือดบริสุทธิ์เพื่อมิให้มีคู่แข่งในอนาคต ทั้งนี้ ตามปรัชญา Absolute Spirit ของเฮเกล ทำให้ต้องฆ่ายิวเลือดบริสุทธิ์ตายอย่างเป็นล่ำป็นสันถึง 6 ล้านคน

ลัทธิสังคมนิยมกำหนดให้ตัวเองและชนชั้นเบี้ยล่างได้มีเสรีภาพในการทำ 3 กล้าไปจนตาย เป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง
ลัทธิชาตินิยมกำหนดให้ตัวเองและพลเมืองทุกคนในชาติของตนได้มีเสรีภาพในการทำ 3 กล้าตลอดไป เป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง

ลัทธิสากลนิยมกำหนดให้ตัวเองและพลโลกทุกคนได้มีเสรีภาพในการทำ 3 กล้าตลอดไป เป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง

จะเห็นได้ว่าหลัก 3 กล้าที่เริ่มโดยคีร์เคกอร์ด ชาวเดนมาร์ค สามารถนำไปประยุกต์ใช้โดยลัทธิใดก็ได้ โดยปรับเปลี่ยนเพียงกล้าที่ 3 ปรัชญาหลังนวยุคจึงเอามาปรับเป็นหลัก 3 A คือ Analysis, Appreciation, Application (วิเคราะห์ วิจักษ์ วิธาน)

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018