ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ…

ความคลุมเครือของภาษาไทยเมื่อใช้ในงานวิชาการทางปรัชญาเป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เช่น คำว่า “พหุ” ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลาย ก็ทำให้เกิดความสับสนได้ เช่น
พหุนิยม (Pluralism) เป็นศัพท์ปรัชญาศาสนา หมายถึง การยอมรับให้สังคมของตนมีหลายศาสนาโดยที่สมาชิกของสังคมมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งเพียงศาสนาเดียวและมีพันธะผูกพันที่จะเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของกันและกันด้วยความเกรงใจไม่ล่วงละเมิดเงื่อนไขที่ศาสนาอื่นสงวนไว้สำหรับสมาชิกของศาสนาของตนเท่านั้น เช่น ไม่ล่วงล้ำย่างเท้าเข้าในบริเวณศักดิ์สิทธิ์ที่สงวนไว้สำหรับบุคคลพิเศษในศาสนาของตนเท่านั้น ไม่ปฏิบัติหรือกระทำบางอย่างที่สงวนไว้สำหรับพิธีกรรมบางอย่างของศาสนาของตนโดยเฉพาะ

พหุวัฒนธรรมนิยม (multiculturalism) เป็นศัพท์สังคมศาสตร์ หมายถึงการยอมรับของสังคมหนึ่งให้ปฏิบัติได้หลายวัฒนธรรมของสมาชิกหลายเผ่าพันธุ์หรือหลายวัฒนธรรม อย่างในประเทศไทยมีการสมโภชงานปีใหม่หลายครั้งในรอบปี เช่น ในวันขึ้นศักราชใหม่เราทำได้ทุกอย่างเหมือนชาวตะวันตกโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆมาจำกัดขอบเขต วันตรุษจีนเราทำได้ทุกอย่างเหมือนคนจีนในประเทศของเรา และในวันสงกรานต์พลเมืองไทยทุกเผ่าพันธุ์ทำได้ทุอย่างเหมือนคนเชื้อสายไทย ทั้งนี้ก็เพราะศาสนาแต่ละศาสนามีสิ่งสูงสุดที่นับถือว่าสูงสุดได้เฉพราะในหมู่ผูเ้นับถือศาสนานั้นๆเท่านั้น เพื่อนศาสนาอื่นได้แต่ร่วมความรู้สึกอย่างเกรงใจกันและกัน อย่างนี้จึงเรียกว่าพหุนิยม ต่างกับพหุวัฒนธรรมนิยมที่ทำได้ทุกอย่างราวกับเป็นเจ้าของทุกวัฒนธรรม

อีกตัวอย่างได้แก่ คำภาษาบาลี เช่น สัจ, สัจจะ ซึ่งมีหมายความได้ทั้ง ความเป็นจริง ความจริง หรือรวมกันทั้งสองความหมาย ถ้าต้องการหมายความเฉพาะความเป็นจริงควรใช้คำไทย เช่น ความเป็นเจริงอันติมะ ความเป็นจริงปรมัตถ์ และถ้าต้องการหมายความเฉพาะความจริงควรใช้คำไทย เช่น ความจริงอันติมะ ความจริงปรมัตถ์ เป็นต้น มิฉะนั้นจะสับสนในการถกปัญหาระดับวิชาการ

ตัวอย่างการใช้ในระดับวิชาการ เช่น

ประวัติศาสตร์ศาสนาเมโสโพเทเมียโบราณเชื่อว่าปฐมเหตุของสรรพสิ่งคือน้ำจืด อันเป็นปฐมเหตุแห่งความดี และน้ำเค็มอันเป็นปฐมเหตุแห่งความเลว ปฐมเหตุจึงมี 2 ขั้ว การผสมน้ำจืดกับน้ำเค็มทำให้เกิดเทพเทวีผู้สร้างสรรพสิ่งและมนุษย์ สิ่งถูกสร้างจึงมีทั้งดีและเลวปนกันโดยจำเป็น อันติมสัจคือ เทพมาร์ดุค (Marduk) ผู้สามารถพิชิตความเลวและควบคุมน้ำเค็มได้ มาร์ดุคได้รับการยกย่องเป็นอันติมสัจแต่ไม่ใช่ปฐมเหตุซึ่งน่าจะได้แก่ กฎธรรมชาติ (Natural Law) ความพยายามอธิบายปรากฏการณ์ที่พบเห็นอย่างนี้แหละเรียกว่าทำปรัชญาอันเป็นสัญชาตญาณของปัญญามนุษย์

พระพุทธศาสนากับอันติมสัจธรรม: …
พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่แหลมทองทำให้ประเทศไทยมีวัฒนธรรมพุทธ แต่พระพุทธศาสนามิเป็นเพียงวัฒนธรรม เพราะมีอันติมสัจธรรมให้เคารพบูชาและเป็นสารณะสูงสุดของชีวิตและความตาย นั่นคือ มีพระพุทธองค์ทรงเป็นอันติมสัจธรรม (the Ultimate Reality) แต่พระองค์มิได้ทรงเป็นปฐมสาเหตุ (the First Efficient Cause) หรือผู้สร้างสรรพสิ่ง (the Creator of all things) ธรรมะเป็นบ่อเกิดของสรรพสิ่ง ไม่เรียกว่าผู้สร้าง เพราะไม่มีเจตนาและการวางแผนสร้าง แต่สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และสลายตัวไปตามเกณฑ์ของกฎแห่งธรรมะ พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระพุทธเจ้าได้ก็โดยการตรัสรู้คือ รู้ธรรมะครบถ้วนบริบูรณ์ ธรรมะจึงไม่ใช่ผู้สร้างพระพุทธเจ้า แต่เป็นเงื่อนไขให้มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเองตามเกณฑ์ของธรรมะ พระพุทธเจ้าจึงสมบูรณ์กว่าธรรมะและเป็นความเป็นจริงที่สมบูรณ์ที่สุดจึงได้ชื่อว่าเป็น อันติมสัจธรรม ธรรมะเป็นสิ่งค้ำจุนโลกและค้ำจุนโลกได้ดีที่สุดโดยมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ธรรมะและมีพระสงฆ์เอาธรรมะมาสอนปวงชน พระรัตนตรัยจึงเลียงลำดับสรณะว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เมื่อมีการใช้คำที่ไม่คลุมเครือ ย่อมทำให้นักวิชาการ เข้าใจในระดับวิชาการได้ เช่น ปรัชญาศาสนา ก็เข้าใจพุทธธรรมได้แค่ระดับนี้ เรียกว่าความหมายระดับลึก (deep meaning) ซึ่งเป็นวิชาการปราศจากไสยศาสตร์อันเป็นความหมายระดับผิวพื้น (superficial meaning) นักวิชาการต่างศาสนาหรือไม่นับถือศาสนาไม่พึงอาจหาญอ้างว่าเข้าใจตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และพระอรหันต์เข้าใจจากการได้ปฏิบัติธรรมเต็มขั้นที่เรียกว่า ความหมายระดับลึกที่สุด (the deepest meaning) และระดับที่ผู้กำลังปฏิบัติธรรมยังไม่ถึงขั้นเข้าใจที่เรียกว่า ความหมายระดับลึกกว่า(deeper meaning) อย่าลืมว่านักวิชาการต่างศาสนาศึกษากันได้แค่ความหมายระดับลึกเท่านั้น เลยกว่านั้นพึงรับฟังและรับรู้ด้วยจิตคารวะ (respect) และเกรงใจ (considerateness)

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018