ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต…

คุณค่าทางวัฒนธรรม (cultural values) เกิดขึ้นจากชุมชนใดชุมชนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัวของคนใดคนหนึ่ง แต่สมาชิกคนหนึ่ง ๆ ในชุมชนนั้น ๆ อาจมองข้ามค่านิยมเหล่านี้และอาจถือว่าเป็นแต่เรื่องของทัศนคติส่วนตัวก็ได้

การค้นหาค่านิยมและการสำรวจสิ่งเหล่านี้มุ่งที่จะหาลักษณะเฉพาะที่ยังมีบุคคลที่ยังคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น (thinking) ยังกระทำอยู่ (active) โดยเป็นอิสระ (free) ในวัฒนธรรมของสังคมใด ๆ จะมีค่านิยมที่คิดเห็น/เห็นพ้องร่วมกันโดยทั่วไป ซึ่งเป็นพื้นฐานของเอกลักษณ์นั้น นั่นคือ มีการกระทำโดยถาบันทางสังคมหรือบุคคลที่เน้นในเนื้อหาของวัฒนธรรมนั้น ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมนั้นได้ มีการดำเนินการเชื่อมโยงสังคมเข้าด้วยกัน รวมสิ่งที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน และทำให้เป็นสากลจากสิ่งที่เป็นสิ่งเฉพาะหน่วยจากปัจเจกและเป็นความชั่วคราว (ร่วมสมัย)

ค่านิยมดังกล่าวเรียกว่าค่านิยมกลาง (central values) หรือค่านิยมดั้งเดิม (native values) หรือค่านิยมขั้นสูง (higher values) ซึ่งเป็นส่วนที่จะกำหนดคุณภาพของสังคม โดยพิจารณาจากความเฉพาะเจาะจงทางวัฒนธรรมเหล่านี้เป็นสำคัญ ในวัฒนธรรมนั้นสมาชิกในชุมชนในฐานะปัจเจกจะแสวงหาการเติมเต็มในตนเอง (self fulfillment) ไปตามบริบททางสังคม เนื่องจากวัฒนธรรมมีทั้งลักษณะทางสังคมและปัจเจกบุคคล กลุ่มสังคมจึงรักษาวัฒนธรรมเดียวกันและในขณะเดียวกันก็พัฒนาวัฒนธรรมนั้นให้แตกต่างกันไปด้วย

คนแต่ละรุ่นจะได้รับมรดกทางวัฒนธรรมจากคนรุ่นก่อนหน้าและเพิ่มสิ่งใหม่ ๆ เฉพาะของรุ่นตนเข้าไปในวัฒนธรรมนั้นโดยสิ่งใหม่นั้นจะต้องสอดคล้องกับค่านิยมที่มีอยู่เดิม ผลผลิตของวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมและพฤติกรรมเชิงวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หลายสิ่งจะถูกลืมไป แต่ค่านิยมที่เป็นรากฐานจะยังคงดำรงอยู่และยังคงกระตุ้นให้เกิดการกระทำใหม่ ๆ อยู่ มิได้หายไป

วัฒนธรรมเป็นการสื่อสารของสังคมและเป็นการสร้างสรรค์ที่ต้องใช้ความพยายามของผู้คนในการปฏิบัติตามสิ่งที่มีคุณค่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งใหม่ที่สร้างขึ้นนี้ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมรดกทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิม เมื่อพิจารณาจากรากศัพท์ของ culture จะพบลักษณะของ “สร้างสรรค์อยู่เสมอ” “พร้อมที่จะลงลึก” “เปิดรับความท้าทายใหม่” และ “สัญญาณแห่งกาลเวลา”

วัฒนธรรมยุโรปได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในระดับชีวิตปัจเจกและชีวิตทางสังคม เนื่องจากมีการเผยแพร่ค่านิยมใหม่ ได้แก่ : ความจริง–ความดี–ความงาม (หลักประชาธิปไตยกรีก); ความเชื่อ-ความหวัง-ความรัก (ค่านิยมคริสเตียน); เสรีภาพ–ความเสมอภาค–ภราดรภาพ (ค่านิยมด้านสิทธิมนุษยชน) แม้จะแตกต่างกัน แต่ต่างก็ล้วนเป็นค่านิยมทางจิตวิญญาณ (spiritual values) ทั้งสิ้น

ในการเข้าใจตนเองตามวัฒนธรรม เราต้องตระหนักองค์ประกอบของวัฒนธรรม และให้ความสำคัญกับแต่ละองค์ประกอบอย่างเท่าเทียมกัน ได้แก่

  1. language ภาษาปรากฏลักษณะของวัฒนธรรมผ่านถ้อยคำและลายลักษณ์อักษร (วัจนะภาษา) และที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร (อวัจนะภาษา) เช่น โครงสร้างภาษา ความประณีต ละเมียดละไมในการใช้ภาษา ชนิดและลำดับของคำ การประสานทางวัฒนธรรมผ่านการหยิบยืมคำในภาษาต่างประเทศ เป็นต้น
  2. customs and habits การปฏิบัติและพฤติกรรมปรากฎเป็นการปฏิบัติที่สอดคล้องกับค่านิยมหลักของวัฒนธรรม และมีรายละเอียดย่อยที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละคนหรือสังคมได้ เช่น การไหว้ ลักษณะการนั่ง นอน ยืน เดิน รวมไปถึงลักษณะนิสัย เช่น ความโอบอ้อมอารี การตรงไปตรงมา เป็นต้น
  3. religious beliefs ความเชื่อถือศรัทธาปรากฎเป็นความเชื่อพื้นฐานหรือความเชื่อร่วมกันของสังคมนั้น ๆ ที่แพร่กระจายหรือขยายขอบเขตไปยังสังคมข้างเคียงได้ เช่น ความเชื่อในเรื่องผี ความเชื่อเรื่องโลกและจักรวาล ความเชื่อทางศาสนา เป็นต้น
  4. rituals พิธีกรรมปรากฎเป็นภาคแสดงและระเบียบวิธีในการปฏิบัติที่จำเพาะในแต่ละบริบทของสังคม และอาจเปรากฎในระดับสากลตามความนิยมของหมู่ชน
  5. ideas ความคิดปรากฎเป็นพื้นฐานทางความคิดของผู้คนในสังคมนั้น ๆ ฐานคิดนี้มีผลต่อทัศนคติ ความเชื่อ และกระบวนทรรศน์ของผู้คนนั้น ๆ โดยมีลักษณะร่วมบางอย่าง (common sense) ของผู้คนที่เป็นความเฉพาะตัวอีกด้วย
  6. values คุณค่าปรากฎเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ควรยกย่อง หรือเป็นสิ่งไม่ควรปฏิบัติ สิ่งต้องห้าม ซึ่งผู้คนในสังคมเห็นพ้องต้องกันและปฏิบัติตนตามค่านิยมนี้ แต่ละคนอาจถือคุณค่าแตกต่างกัน หรือไม่เทียบเท่ากันก็ได้
  7. moral norms ปทัสถานปกติของสังคม (คุณธรรม) เป็นลักษณะร่วมของการปฏิบัติโดยปกติของผู้คนในสังคม โดยเห็นร่วมกันว่าเป็นคุณค่าที่ดี หากไม่ปฏิบัติตามก็จะถือว่าผิดต่อสังคมและมีมาตรการทางสังคมในการกำกับการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามปทัสถานนั้น ๆ
  8. laws กฎหมาย เป็นส่วนแสดงที่ขอบเขตต่ำสุดและสูงสุดในแนวปฏิบัติต่าง ๆ ของผู้คนในเรื่องหนึ่ง ๆ รวมไปถึงการกำหนดบทส่งเสริมหรือบทลงโทษสำหรับผู้คนเพื่อให้ปฏิบัติตามหรือขัดขืนการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเรื่องนั้น ๆ ในระดับสังคม
  9. forms รูปแบบ เป็นส่วนแสดงที่ปรากฎต่อเชื่อมภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมเข้าด้วยกันจนเป็นรูปแบบที่ชัดเจนหรือรูปแบบที่ไม่ชัดเจน แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนให้องค์ประกอบของวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ดำเนินไปด้วยกันได้

เมื่อเข้าใจองค์ประกอบของวัฒนธรรม เราก็จะสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ให้เพิ่มพูนแก่วัฒนธรรมของเราได้ การสร้างสิ่งใหม่มิได้จำเป็นต้องล้มล้างสิ่งเก่าเสมอไป แต่ใช้การปรับตัวและการร่วมมือเป็นแนวทางในการแสวงหาสิ่งใหม่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018