อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน

ความเป็นพระอินทร์ของระบบเทวราช สะท้อนออกมาเป็นสถาบันกษัตริย์ที่จะต้องมีกรณียกิจที่แสดงออกในฐานะผู้ดูแลและผู้ให้ที่สำคัญ โดยมีการชี้ขยายในทางพระพุทธศาสนาถึงคุณธรรมของพระอินทร์ โดยนำมาจากคุณธรรมที่ปฏิบัติแล้วจึงมีอานิสงฆ์ได้เกิดเป็นพระอินทร์ (ทีฆนิกาย มหาวรรค) ได้แก่ วัตตบท 7 กษัตริย์จะต้องมีจริยวัตรทั้ง 7 นี้ด้วย และเมื่อยกเลิกกฎมณเทียรบาลในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ทำให้ประชาชนใกล้ชิดกับกษัตริย์ยิ่งขึ้น คุณธรรมทั้ง 7 นี้ก็เป็นสิ่งที่กล่าวถึงในฐานะพระจริยวัตรอันงดงามของกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีมาโดยตลอดทุกพระองค์ คตินิยมอีกอย่างหนึ่งคือ คติพระโพธิสัตว์ โดยมองว่าพระอินทร์เป็นพระโพธิสัตว์เจ้า จึงทรงบำเพ็ญบารมีดูแลช่วยเหลือโลก ดังนั้น กษัตริย์จึงทรงเป็นพระโพธิ์สัตว์ลงมาบำเพ็ญบารมี ช่วยเหลือประชาชน เป็นผู้ให้สูงสุด ด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีการส่งเสริมอำนาจเชิงบารมี (charismatic power) ซึ่งเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล โดยการมีบารมีนั้นก็คือ การได้รับการยอมรับว่ามีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่พิเศษมาก นั่นคือ การเป็นผู้ทรงธรรมอันประเสริฐ และการบำเพ็ญบารมี และมีการขยายผ่านการเทศนาเรื่องพระเวสสันดรชาดก ในประเพณีการเทศน์มหาชาติ ซึ่งได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง จนได้กลายเป็นวิธีคิดทางศีลธรรมและอำนาจแบบไทย (Jory, 2016)  กษัตริย์ในความนึกคิดของคนไทยนั้น ทรงปฏิบัติราชธรรม ทรงพระราชกรณียกิจแห่งความเป็นจริงเพื่อช่วยเหลือประชาชนและบ้านเมืองของพระองค์

หากพิจารณาจากปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคแล้ว จะพบว่ารากฐานความคิด ความเข้าใจของประชาชนทั่วไปก็ยังคงมองกษัตริย์บนแนวคิดพระอินทร์เป็นฐาน คือ เป็นเทวราชโดยตนเอง เป็นผู้ทรงอำนาจบารมี และทรงธรรมอันประเสริฐ ทั้งนี้มองผ่านความเป็นพระอินทร์ 4 ประการที่ตีความใหม่ออกมาได้ คือ ความเป็นใหญ่ ผู้เป็นใหญ่ ผู้ดูแลและผู้ให้ โดยมีทรรศนะร่วมกันว่า กษัตริย์เป็นผู้เป็นใหญ่ดุจพระอินทร์ และจากตำนานพระอินทร์ การเป็นพระอินทร์ได้ย่อมต้องเกิดจากการสร้างสาธารณะสมบัติอันเป็นประโยชน์แก่คนหมู่มาก จึงสามารถพิจารณาได้ว่า กษัตริย์ได้ทรงบทบาทแห่งพระอินทร์แก่อาณาประชาราษฎร์ ตัวอย่างเช่น

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง โปรดให้สร้างพระราชวัง วัดวาอาราม เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดสระเกศและวัดสุทัศนเทพวราราม ทั้งยังฟื้นฟูทำนุบำรุงงานศิลปกรรม ขนบธรรมเนียมและราชประเพณีต่าง ๆ กวดขันศีลธรรมข้าราชการและพลเมือง เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองในทุกด้าน ทรงบริหารราชการโดยการกระจายอำนาจการบริหารไปสู่บุคคลที่มีความสามารถในด้านต่าง ๆ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมปราการต่าง ๆ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อราษฎร ทรงตราพระราชกำหนดห้ามมิให้ซื้อขายและสูบฝิ่น ส่งผลให้บ้านเมืองและพสกนิกรมีความสุข เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทางบริหารราชการจนอาณาจักรมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจและศาสนาเป็นอย่างยิ่ง มีการสร้างวัดวาอารามจำนวนมาก โปรดให้ขุดคลองแสนแสบ เป็นต้น ประเทศมีความมั่นคงทั้งทางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวางรากฐานในการสร้างความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง การสร้างถนน การเผยแพร่ความรู้ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บูรณะและปฏิสังขรณ์พระอารามต่างๆ เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพัฒนาบ้านเมือง การสร้างถนนและสะพานจำนวนมาก ส่งเสริมการสาธารนูปโภคเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา การรถไฟ การไปรษณีย์ พัฒนาการสาธารณสุข การตั้งโรงพยาบาล และการศึกษาอย่างเป็นระบบ ทรงใฝ่พระทัยในทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ ทรงดำเนินการเลิกทาสโดยมิให้กระทบกระเทือนถึงเจ้าของทาสและทาส และด้วยการเสด็จประพาสต้นทำให้ได้ทรงแก้ไขปัดเป่าความทุกข์ยากให้ ราษฎรของพระองค์ได้ผลโดยตรง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และการพระศาสนาเจริญสูงขึ้น ทรงทำนุบำรุงปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม และขยายการศึกษาของสงฆ์ให้กว้างขวาง การคมนาคม เช่น การรถไฟ

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแก้ไขการงบประมาณของประเทศให้งบดุลย์อย่างดีที่สุด โดยทรงเสียสละตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ ทรงส่งเสริมการศึกษาของชาติทั้งส่วนรวมและส่วนพระองค์ โปรดให้ปรับปรุงงานสุขาภิบาลทั่วราชอาณาจักรให้ทัดเทียมอารยประเทศ ขยายการสื่อสารและการคมนาคม ขยายเส้นทางรถไฟ สร้างสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพุทธ) เพื่อเชื่อมกรุงเทพฯและธนบุรี เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงครองราชย์แต่ชันษาน้อยและสวรรคตเร็ว จึงยังมิได้มีพระราชกรณีกิจในด้านการพัฒนาบ้านเมืองนัก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาทบพิตรทรงพระราชกรณียกิจของในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน โดยการพัฒนาด้านการเกษตร จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การสร้างอาชีพแก่ประชาชน ส่งเสริมการเลี้ยงไหม การประมง ป่าไม้ โครงการเกษตรหลวง ฯลฯ ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,810 โครงการ ทรงเกื้อหนุนการบริหารราชการทุกรัฐบาล พระราชทานแนวพระราชดำริให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติเพื่อการจัดระบบการจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ ทรงพระกรณียกิจในด้านการพัฒนาการสาธารสุขและการศึกษา พระราชดำริในด้านการสร้างสาธารณสมบัติ เช่น ถนนบรมราชชนนีและสะพานพระราม 8 เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากทั่วประเทศที่ยังขาดแคลนและมีความจำเป็นในการให้บริการ ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในวาระต่างๆ (มติชน, 7 พฤษภาคม 2562) พระราชทานเครื่องมือแพทย์ตามโครงการราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้กับเรือนจำกลางระยอง เรือนจำกลางชลบุรี และทัณฑสถานหญิงชลบุรี รวมทั้งจัดบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำเป้าหมายอีก 24 แห่ง (ไทยรัฐ, 11 มกราคม 2563) ได้ทรงพระราชทานจัดซื้อและหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเบื้องต้นเป็นเครื่องช่วยหายใจ กว่า 100 รายการ รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ต่างๆ มอบให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (คมชัดลึก, 23 มีนาคม 2563) เป็นต้น

สรุปการรับรู้บทบาทเทวราชแบบพระอินทร์ของประชาชน

          กรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการปรับแนวคิดเทวราชจากพระรามมาเป็นพระอินทร์ และได้มีการดำเนินการเพื่อให้เกิดการยอมรับกษัตริย์ในฐานะผู้ทรงอำนาจบารมี มีคุณธรรมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยดำเนินการผ่านการตั้งชื่อเมืองหลวง การสร้างบ้านแปลงเมือง การตั้งชื่ออาคารสถานที่ พระนามในพระสุพรรณบัฎ และการยกย่องคุณธรรมของผู้นำ ซึ่งมีการสื่อถึงพระอินทร์อยู่เสมอ ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์เชิงปรัชญาก็จะเห็นได้ว่า ความเป็นกษัตริย์อย่างพระอินทร์ได้แสดงผ่านนัยยะ 4 ประการ คือ ความเป็นใหญ่ ผู้เป็นใหญ่ ผู้ดูแลและผู้ให้ อันได้มาจากฐานปรัชญาอารยันที่มาพร้อมความเชื่อและหลักธรรมของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพระพุทธศาสนา กับปรัชญาไทยจากแนวคิดและคตินิยมในสังคม ซึ่งประชาชนได้มีความเชื่อและการยอมรับในความเป็นพระอินทร์ของกษัตริย์อย่างชัดเจน การสืบทอดเทวสิทธิ์จึงมิได้ขึ้นกับสายเลือด แต่ขึ้นกับอำนาจบารมี คุณธรรม และพระจริยวัตรของกษัตริย์ที่แสดงถึงความเป็นพระอินทร์เทวราชอีกด้วย

ส่วนหนึ่งของ สิริกร อมฤตวาริน, เอนก สุวรรณบัณฑิต. (2563). พระอินทร์เทวราชา: การตีความแบบหลังนวยุค. รายงานการวิจัย, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018