อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน;

ปัญหาอย่างสำคัญของการเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ บรรดาคนร่ำรวย นักธุรกิจ ต่างก็พอกันตอบรับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าจะสร้างสังคมแห่งความพอดี แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ามีเพียงไม่กี่คนที่ปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

คนร่ำรวยยังแสวงหาเงินทองเพื่อให้ตนเองร่ำรวยยิ่งขึ้นไปอีก โดยไม่เลือกวิธีที่ใช้ซึ่งแน่นอนว่าต้องเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อให้ตนเองได้กำไรสูงสุด รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่แสวงหาความสะดวกสบาย การมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การใช้สินค้ากลุ่มที่มีราคาแพง รวมไปถึงการเที่ยวต่างประเทศ คนร่ำรวยบางคนถึงกับย้อนแย้งปรัชญาเศรษฐกิจเพียงกันเลยว่าไม่อาจที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจที่ต้องแข่งขันและแสวงหากำไรสูงสุดเพื่อเป็นสิ่งค้ำประกันความมั่นคงของธุรกิจ เพราะการแสวงหากำไรแต่พอดีนั้น ย่อมทำให้ได้กำไรน้อย เมื่อมีเงินน้อย หากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือความผันแปรของตลาดย่อมไม่อาจรับมือได้นาน สุดท้ายกิจการก็ย่อมล้มละลายไป ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่อาจให้ความสุขที่เป็นที่น่าพอใจแก่คนร่ำรวยได้ และคนรุ่นใหม่ในสังคมไทยต่างก็กำลังมุ่งหน้าไปสู่การเป็นคนมีเงิน เขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินมากๆ เพื่อที่จะได้อยู่สุขกาย ใช้ชีวิตที่หรูหรา และไม่พร้อมอย่างยิ่งที่จะใช้ชีวิตสมถะพอเพียง

ข้อวิพากษ์นี้วางอยู่บนแนวคิด ความสุขแท้ของมนุษย์  ซึ่งอาจมีทัศนะเชิงเหตุผลที่จะโต้กลับได้ คือ คนร่ำรวย นักธุรกิจ หรือผู้ประกอบสัมมาอาชีพต่างๆ ล้วนทำงานเพื่อให้ตนเองมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ระดับคุณภาพชีวิตนี้แต่ละคนย่อมตีความและแสวงหาอย่างไม่เท่ากัน ทฤษฏีจิตวิทยาซึ่งได้แพร่หลายได้ชี้ให้เห็นถึงประเภทของความสุขที่แตกต่างกันของมนุษย์ อย่างไรก็ตามคนร่ำรวยและนักธุรกิจมักจะแสวงหาชื่อเสียง อำนาจ ความสำเร็จ เพื่อแสดงว่าตนนั้นเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ แต่เขาเหล่านั้นมีความสุขไหม พอใจกับสิ่งที่ได้รับจากการทำงานหรือไม่ ย่อมมีประจักษ์พยานจำนวนมาที่แสดงออกมาว่าความร่ำรวยกับความสุขนั้นสัมพันธ์กันแต่ไม่ขึ้นต่อกัน คนรวยย่อมมีพื้นฐานเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีกว่าคนจน ในกระแสทุนนิยมเขาย่อมเชื่อว่าทุนหรือเงินเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างน้อยคือดีเท่าเดิมได้ตลอดไป ดังนั้นคนรวยจึงมุ่งแสวงหาเงินเพื่อให้ตัวเองร่ำรวยยิ่งขึ้น เขาทำเช่นนี้ก็เพิ่มหาสิ่งมาค้ำประกันความมั่นคง (security) ในชีวิตของเขา คนรวยจำนวนมากจึงทำงานมากกว่าปกติ เดินทางไปในที่ต่างๆ  มีงานเลี้ยง งานสังสรรค์มาก ส่วนหนึ่งก็เป็นไปเพื่อผลทางธุรกิจและการเป็นที่ยอมรับในสังคม ดังนั้นเขาจึงแข่งขันกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา การแข่งขันเช่นนี้ย่อมเหนื่อยกว่าปกติ เพราะเขาย่อมไม่รู้สึกว่าอยากเป็นผู้แพ้ และมองว่าการหยุดแสวงหาเงินเป็นหนทางของผู้แพ้ ความเครียดในใจของเขาก็จะยิ่งมากขึ้น ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ และเมื่อวันหนึ่งเขาก็จะพบว่าความสุขอื่นๆ ที่ผ่านมานั้นไม่ได้มั่นคงอยู่กับเขา ความสุขเหล่านั้นมีอยู่ หมดไปได้ และเขาก็จะทุกข์ในทันที เพราะเขาไม่พบว่าเขาได้เคยมีความสุขแท้

ตัวอย่างหนึ่งของชาวจีนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนและได้สอนต่อผู้อื่น คือ ครอบครัวเป็นสุข อายุยืนนานเป็นสุดยอดปรารถนาของมนุษย์ หากพิจารณาเพียงผิวเผินก็เป็นเพียงความสุขที่คนทั่วๆ ไปต้องการ แต่เชื่อว่าความสุข 2 อย่างนี้เป็นสิ่งที่คนรวยมุ่งไปแต่มักจะไม่ได้รับ เพราะเขาหลงอยู่กับการทำงานจนสุดท้ายไม่มีเวลาให้ครอบครัว และไม่มีเวลาดูแลตนเอง ดังนั้นคนรวยจำนวนมากจึงมักขาดครอบครัวที่อบอุ่น และมีโรคภัยเบียดเบียน เขาย่อมทุกข์ทับถม มีเงินมากแต่ไม่สุข

ในขณะเดียวกัน พระพุทธศาสนาได้เสนอหลักเมตตา 6 คือ เมตตาต่อตนเอง เมตตาต่อลูกหลาน เมตตาต่อญาติพี่น้อง เมตตาต่อบริวาร เมตตาต่อโลกและเมตตาต่อศัตรู เมตตา 6 นี้ได้ชี้ให้เห็นว่าหากเรามีเมตตาต่อตนเอง จะต้องไม่ทำให้ตนเองลำบาก จะต้องพิจารณาความสุขพอสมควรแก่ตนเอง ไม่ทำงานจนเหน็ดเหนื่อยเกินไป ให้เวลากับตนเองในการแสวงหาความสุขแท้ เมตตาต่อลูกหลาน ญาติมิตรก็เพื่อให้มีครอบครัวที่อบอุ่น ปรึกษาหารือเรื่องราวต่างๆ ได้ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน เมตตาต่อบริวารย่อมมีคนทำงานให้ด้วยความจริงใจ เมตตาต่อโลกย่อมได้ธรรมชาติรอบตัวที่ดี เมตตาต่อศัตรูย่อมทำให้ใจสงบ เช่นนี้เขาย่อมสุขทั้งกายและสุขทั้งใจ เป็นความสุขแท้ที่เกิดขึ้นจากความเมตตา ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เดินไปด้วยหลักเมตตาย่อมมีส่วนที่จะทำให้ทำให้คนรวยรู้จักหยุด รู้จักพอเพียง เขารู้ว่าความพอประมาณเป็นอย่างไร มีเหตุมีผลเช่นไร และมีภูมิคุ้มกันที่จะทำการงาน ทำธุรกิจให้มั่นคงปลอดภัยได้โดยไม่จำเป็นต้องมุ่งกำไรสูงสุด แต่ก็ระมัดระวังที่จะไม่เสี่ยงต่อการล้มเหลวทางธุรกิจได้ในขณะเดียวกัน เพราะเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรมเป็นสิ่งที่ประสานเสริมการกำหนดแนวทางการบริหารกิจการที่ดีได้

คนรวยก็ไม่จำเป็นต้องแสวงหากำไรมาก แต่แสวงหากำไรพอดี ซึ่งก็ไม่เท่ากันกับกำไรน้อย ดังนั้นกิจการย่อมดำเนินไปข้างหน้าได้ และเขาย่อมแสวงหารูปแบบการใช้ชีวิตที่พอเพียง พอประมาณ ลดละบางสิ่งที่เกินจำเป็น นั่นคือไม่ได้ให้ละเลิก แต่ให้ลดลงบางส่วนเพื่อให้เขาได้มีเวลาอยู่ร่วมกันคนอื่นๆ และได้ใช้ชีวิตที่มีคุณภาพชีวิตตามปกติของเขาได้ โดยไม่ต้องไปใช้ชีวิตอย่างในอุดมคติของคนอื่น คนรวยนั้นแท้จริงมีโอกาสที่จะใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ได้มากกว่าคนจนเสียอีก เพราะเขาไม่เดือดร้อนในการดำรงชีวิตประจำวัน ในขณะที่คนจนย่อมต้องฝ่าฝันกับชีวิต ทำงานแลกเงินเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ไปวันต่อวัน ดังนั้นในทางตรงกันข้ามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นทางประพฤติที่ยากกว่าสำหรับคนจน เพราะคนจนมักคิดว่าตนขาด เขาจึงไม่พอเพียง ซึ่งปรัชญาหลังนวยุคย่อมมีบทบาทสำคัญในการชี้ว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตนั้นเริ่มจากจุดปัจจุบัน

หากคนจนคิดว่าขาดส่วนใด เขาก็ต้องมุ่งทำสิ่งที่สร้างสรรค์ มีการปรับตัว มีการร่วมมือและมีการแสวงหาสิ่งที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น หากแต่คนจนที่ไม่ได้ประพฤติปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เขาย่อมหยุดอยู่กับที่ ดำรงรูปแบบชีวิตเช่นเดียว ไม่มีการปรับตัว ไม่มีการทำสิ่งที่สร้างสรรค์ใดๆ เช่นนั้นเขาย่อมยากจนไปตลอด เพียงรอคอยฟ้าฝนเทวดาบันดาล การเสี่ยงโชคจึงเป็นความหวังของคนจนกลุ่มนี้ แต่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างหลังนวยุคชี้ชวนให้เขาปรับตัวให้ดำรงชีวิตบนความพอเพียง มีการทำสิ่งอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างสร้างสรรค์เพื่อชดเชยส่วนที่ขาด และมุ่งพัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง คนจนเช่นนี้ย่อมไม่เป็นที่รังเกียจของใคร ต่างก็พร้อมจะร่วมมือช่วยเหลือและแม้แต่จะให้โอกาสกัน ซึ่งเชื่อได้ว่าเขาย่อมคว้าไว้และใช้โอกาสนั้นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

ปัญหาของการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การตีความไปสู่รูปแบบการดำเนินชีวิตในอุดมคติ ซึ่งทำให้เกิดความแปลกแยกแตกต่างไปจากภาวะปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ จึงเกิดแนวปะทะของคนที่ยึดมั่นในกระบวนทรรศน์นวยุคที่จะไม่ทำตามและพยายามหาเหตุผลย้อนแย้งเพื่อเข้าข้างตนเอง ดังนั้นปรัชญาหลังนวยุคที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต และหลักเมตตาเพื่อการแสวงหาความสุขแท้จึงมีส่วนสำคัญในการทำให้การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน คนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่ประกอบอาชีพใดๆ ก็ตาม เพราะการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีทิศทางเดียว คือ การมุ่งหน้าไปตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขแท้ และนำไปสู่สังคมที่มีแต่ความผาสุก

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018