ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต
ลัทธิอัตถิภาวะนิยมมีนักปรัชญาหลายท่าน ที่น่าสนใจนำเสนอได้แก่ ฌอง-ปอล ซาร์ต (Jean-Paul Sartre) เป็นนักปรัชญา นักเขียน และนักการเมืองชาวฝรั่งเศสที่มีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 20 และ ซิโมน เดอ โบวัวร์ (Simone de Beauvoir) พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งแนวคิดปรัชญาอัตถิภาวนิยม (Existentialism) และมีอิทธิพลสำคัญต่อวงการปรัชญาและวรรณกรรมทั่วโลก
ซาร์ตเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง พ่อของเขาเป็นทหารเรือแต่เสียชีวิตเมื่อซาร์ตอายุได้เพียง 15 เดือน ดังนั้นซาร์ตได้รับการเลี้ยงดูจากแม่และปู่ซึ่งเป็นนักวิชาการ ทำให้เขาได้รับอิทธิพลด้านการศึกษาอย่างมาก เขาเข้าเรียนที่ ENS (École Normale Supérieure) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้านปรัชญา ในช่วงเวลานี้เขาได้พบกับ ซิมอน เดอ โบวัวร์ (Simone de Beauvoir) ซึ่งกลายเป็นคู่ชีวิตที่มีความสัมพันธ์เปิด (open relationship) ซึ่งทั้งสองมักสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดในเชิงปรัชญา เดอ โบวัวร์เองเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง พ่อของเธอเป็นนักกฎหมายและแม่เป็นผู้เคร่งศาสนา ช่วงวัยเด็กของเธอเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางความคิด เนื่องจากเธอเติบโตในบ้านที่มีความคาดหวังสูงเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงแต่เธอกลับมีความทะเยอทะยานด้านวิชาการและการเป็นนักคิด เธอมีผลงานด้านปรัชญาและสตรีนิยม
ซาร์ตพัฒนาแนวคิดปรัชญาที่มุ่งเน้นไปที่อิสรภาพ ความรับผิดชอบ และความหมายของชีวิตในโลกที่ปราศจากพระเจ้า เขาเน้นย้ำว่า มนุษย์มีเสรีภาพในการเลือกและกำหนดชีวิตของตนเอง มุมมองเกี่ยวกับ ความต้องการของมนุษย์ มีลักษณะเฉพาะที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับการเลือกและความรับผิดชอบ
ซาร์ตเชื่อว่ามนุษย์ถูกกำหนดให้มี อิสรภาพอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่เกิด และความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือ การนิยามตนเองในโลกที่ไร้ความหมายโดยกำเนิด นั่นคือมนุษย์มีภาวะของ การดำรงอยู่เป็นสิ่งที่มาก่อนสารัตถะ (existence precedes essence) หมายความว่า มนุษย์ไม่มีเป้าหมายหรือสาระสำคัญที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่มนุษย์ต้องสร้างความหมายด้วยตัวเองผ่านการกระทำและการตัดสินใจความต้องการของมนุษย์จึงสะท้อนถึงการแสวงหาความเป็นตัวเอง (Authenticity) และการเติมเต็มชีวิตให้มีความหมายในแบบที่ตนเองเลือก
ความต้องการของมนุษย์เกิดจากความว่างเปล่า หรือ วามขาด (Lack) ในตัวมนุษย์ มนุษย์มักรู้สึกว่าตัวเองไม่สมบูรณ์ และความรู้สึกนี้กระตุ้นให้เกิดการแสวงหาบางสิ่งที่เติมเต็ม เช่น ความรัก ความสำเร็จ หรือความหมายในชีวิต อย่างไรก็ตาม ความพยายามเติมเต็มความว่างเปล่านี้อาจนำไปสู่ความล้มเหลวหรือความทุกข์ เพราะความหมายหรือเป้าหมายที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว
แต่เนื่องจากมนุษย์มีอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ ซาร์ตจึงมองว่าทุกการเลือกของมนุษย์มีผลกระทบต่อโลกและต่อผู้อื่น ความต้องการของมนุษย์ไม่ใช่แค่การตอบสนองความพึงพอใจทางกายภาพหรืออารมณ์ แต่รวมถึงการสร้างโลกและความหมายที่เหมาะสม ซาร์ตเน้นย้ำว่าอิสรภาพนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่หนักหน่วง และสิ่งนี้ทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกกังวลหรือหวาดกลัว เรียกว่า ความวิตกกังวลจากอิสรภาพ (anguish of freedom)
ความต้องการของมนุษย์นั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะการแสวงหาความหมายเพื่อตนเอง แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นการดำรงอยู่เพื่อผู้อื่น (ได้รับแนวคิดมาจากไฮเดกเกอร์; being for the others) ในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์มักมีความขัดแย้งระหว่าง การเป็นตัวของตัวเองกับการที่ต้องมองตัวเองผ่านสายตาของผู้อื่น ความต้องการของมนุษย์ในแง่นี้จึงเป็นการพยายามหาสมดุลระหว่างการรักษา เสรีภาพของตนเอง และการยอมรับความเป็นจริงของผู้อื่น
สำหรับการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง (Authenticity) นั้น ถือว่าเป็นเป้าหมายสุงสุดของความต้องการ เป็นการที่ตนยอมรับอิสรภาพและความรับผิดชอบของตัวเองโดยไม่หนีจากความจริงหรือสร้างข้อแก้ตัวให้ตัวเอง การใช้ชีวิตอย่างแท้จริงคือ ความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความไร้ความหมายของชีวิต และสร้างความหมายให้กับมันด้วยการตัดสินใจที่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง
เดอ โบวัวร์ เองก็เชื่อว่ามนุษย์มีความต้องการพื้นฐานคือการนิยามตัวเอง (Self-definition) ผ่านการเลือกและการกระทำของตนเอง เธอเน้นย้ำว่า อิสรภาพเป็นหัวใจของการดำรงอยู่ของมนุษย์ และความต้องการของมนุษย์คือ การแสดงออกถึงอิสรภาพนั้นในแบบที่ไม่ถูกจำกัดโดยบรรทัดฐานทางสังคมหรือบทบาทที่ถูกกำหนดไว้ ความสัมพันธ์ของมนุษย์ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคและการยอมรับซึ่งกันและกัน เดอ โบวัวร์เชื่อว่าความต้องการของมนุษย์คือ การมีความสัมพันธ์ที่ปราศจากการครอบงำ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถแสดงออกถึงอิสรภาพและตัวตนของตนเองได้
โดยสรุป ลัทธิอัตถิภาวนิยมตามมุมมองของชาร์ตและเดอ บัววัวร์มองว่า ความต้องการของมนุษย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแสวงหาสิ่งที่ตอบสนองความอยู่รอดหรือความสุข แต่เป็นการพยายามนิยามตัวเองและสร้างความหมายในโลกที่ปราศจากคำตอบสำเร็จรูป ความต้องการนี้สะท้อนถึง อิสรภาพ ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่หลุดพ้นจากการกดขี่ และการสร้างความสัมพันธ์ที่เสมอภาค ผ่านการการเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าในชีวิตเพื่อนำไปสู่การดำรงอยู่ที่แท้จริง

