ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

บทคัดย่อ บทความนี้มุ่งสำรวจพลวัตของการปะทะทางความคิดระหว่างกระบวนทัศน์โมเดิร์นนิสต์ (Modernism) ที่เน้นความเชื่อมั่นในเหตุผลสากลและความก้าวหน้า กับกระบวนทัศน์โพสต์โมเดิร์นนิสต์ (Postmodernism) ที่มุ่งรื้อถอนเรื่องเล่าหลักและเน้นความหลากหลายทางอัตวิสัย ผู้เขียนเสนอว่าในบริบทสังคมร่วมสมัย คนรุ่นใหม่ (New Generation) จำเป็นต้องก้าวข้ามการยึดติดขั้วใดขั้วหนึ่ง โดยเสนอแนวทางการสังเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Synthesis) เพื่อบูรณาการการสร้างสรรค์ที่เป็นระบบเข้ากับความตระหนักรู้ในความหลากหลาย เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความหมายท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคปัจจุบัน

1. บทนำ: การปะทะกันของยุคสมัย

ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาตะวันตกในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงเหวี่ยงระหว่างความปรารถนาในระเบียบแบบแผน (Order) กับการยอมรับในความไร้ระเบียบ (Chaos) ศตวรรษที่ 18-19 คือ รุ่งอรุณแห่งแสงสว่างทางปัญญาที่เชื่อมั่นว่ามนุษย์สามารถเข้าถึงความจริงแท้ได้ ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ก็คือช่วงเวลาแห่งการตั้งคำถามว่าความจริงเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงตาทางภาษาและอำนาจหรือไม่ การทำความเข้าใจจุดตัดนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องเติบโตท่ามกลางข้อมูลข่าวสารมหาศาลและความจริงที่ถูกนิยามใหม่ทุกวัน

2. โมเดิร์นนิสต์ (Modernism) พันธกิจแห่งเหตุผลและความก้าวหน้า

ปรัชญาโมเดิร์นนิสต์ หรือปรัชญาสมัยใหม่-นวยุค มีรากฐานสำคัญมาจากยุคส่องสว่างทางปัญญา (Enlightenment) ที่ก้าวหน้าในฝรั่งเศสและอังกฤษ ต่อมา Immanuel Kant นักปรัชญาชาวเยอรมันได้ประกาศถ้อยแถลงสำคัญคือ Sapere Aude หรือ “จงกล้าที่จะใช้ปัญญาของตนเอง” (Kant, 1784/1991) หัวใจสำคัญของโมเดิร์นนิสต์คือ ความเชื่อมั่นในความจริงสากล (Universal Truth) และศักยภาพของเหตุผล (Reason) ในการนำพามนุษยชาติออกจากความงมงายไปสู่ความก้าวหน้า

ในมิติของญาณวิทยา (Epistemology) โมเดิร์นนิสต์มองว่า โลกมีความจริงเชิงวัตถุวิสัย (Objective Reality) ที่วิทยาศาสตร์สามารถค้นพบได้ สังคมจึงถูกออกแบบบนฐานของโครงสร้าง หน้าที่ และความเป็นระบบระเบียบ Jürgen Habermas ยังคงยืนยันว่าโครงการของความเป็นสมัยใหม่นั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และเราควรสานต่อการใช้เหตุผลเพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะที่แลกเปลี่ยนกันได้จริง (Habermas, 1987)

3. โพสต์โมเดิร์นนิสต์ (Postmodernism): การจบลงของเรื่องเล่าใหญ่

โพสต์โมเดิร์นนิสต์ปรากฎขึ้นในภูมิปัญญาตะวันตกเพื่อท้าทายความมั่นใจของวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยี Jean-François Lyotard นิยามสภาวะโพสต์โมเดิร์นว่าเป็น “ความไม่เชื่อถือในเรื่องเล่าใหญ่” (Incredulity toward metanarratives) (Lyotard, 1984) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าของศาสนา ชาตินิยม หรือแม้แต่ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ ที่พยายามอธิบายทุกสิ่งด้วยกฎเกณฑ์เดียว

Michel Foucault ได้ชี้ให้เห็นว่า ความรู้ไม่สามารถแยกออกจากอำนาจ (Power/Knowledge) ความจริงที่โมเดิร์นนิสต์กล่าวอ้าง แท้จริงแล้วเป็นเพียงวาทกรรม (Discourse) ที่ผู้มีอำนาจสร้างขึ้นเพื่อควบคุมสังคม (Foucault, 1980) แนวคิดนี้เน้นย้ำความหลากหลาย (Plurality) การรื้อถอนโครงสร้าง (Deconstruction) ตามแนวคิดของ Jacques Derrida และมองว่าความจริงเป็นเรื่องของอัตวิสัย (Subjectivity) ที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบท

4. ข้อเสนอแนะเชิงปรัชญาสำหรับคนรุ่นใหม่: การสังเคราะห์และก้าวข้าม

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตในยุคความสมัยใหม่ที่ลื่นไหล (Liquid Modernity) ตามนิยามของ Zygmunt Bauman ซึ่งโครงสร้างสังคมไม่มั่นคงแน่นอนอีกต่อไป (Bauman, 2000) การยึดติดกับขั้วใดขั้วหนึ่งอาจไม่ใช่คำตอบ

ผู้เขียนขอเสนอแนวทางปฏิบัติ 3 ประการ ที่น่าจะเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ในภาวะร่วมสมัยนี้

  • 4.1 การตั้งคำถามเพื่อสร้างสรรค์ (Constructive Skepticism) จงใช้แว่นตาของโพสต์โมเดิร์นนิสต์ในการตั้งคำถามและวิพากษ์โครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม แต่อย่าหยุดเพียงแค่การรื้อทำลายหรือรื้อถอน จงใช้เครื่องมือทางเหตุผลของโมเดิร์นนิสต์เพื่อ สร้างใหม่ (Reconstruct) ให้เกิดระบบที่ดีกว่าและเป็นธรรมกว่าขึ้นมาแทนที่
  • 4.2 การแสวงหาจุดร่วมในความต่าง (Unity in Diversity) การยอมรับว่าทุกคนมีความจริงของตนเองไม่ได้หมายความว่า เราจะสื่อสารกันไม่ได้ คนรุ่นใหม่ควรแสวงหา ฉันทามติที่ทับซ้อนกัน (Overlapping Consensus) เพื่อให้สังคมดำเนินไปได้ โดยไม่ละทิ้งอัตลักษณ์เฉพาะตัว
  • 4.3 การบูรณาการทั้งเหตุผลและประสบการณ์ (Integrating Reason and Lived Experience) ในการพิจารณาสิ่งต่างๆ เราต้องใช้เหตุผล แต่อย่าให้เหตุผลที่แข็งกระด้างทำลายความเห็นอกเห็นใจ และอย่าให้อารมณ์ความรู้สึกกลายเป็นอคติที่อยู่เหนือความเป็นจริง มนุษย์ในยุคนี้ต้องสร้างสมดุลระหว่างตรรกะ (การมีเหตุผลที่ถูกต้อง) และสุนทรีย์ (การรู้จักความดีและความงาม) ของการใช้ชีวิต
5. บทสรุป

การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ (authentic human) ในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่การเลือกระหว่าง ความมั่นคงของอดีต หรือความไร้ระเบียบของปัจจุบัน แต่คือความสามารถในการดำรงอยู่และพิจารณาไปมาระหว่างแนวคิดทั้งสองกระบวนทัศน์นี้ การเข้าใจรากฐานของ โมเดิร์นนิสต์จะช่วยให้เรามีทิศทาง ในขณะที่ความเข้าใจในโพสต์โมเดิร์นนิสต์จะช่วยให้เราไม่หลงทางไปกับอำนาจนิยมหรือโครงสร้างที่ออกแบบสังคมไว้ ภารกิจของคนรุ่นใหม่คือ การเป็นผู้ปฏิบัติ (Pragmatics) ที่ใช้ปัญญาเพื่อเข้าใจโลกและเปลี่ยนแปลงมันไปพร้อมกัน


เอกสารอ้างอิง

Bauman, Z. (2000). Liquid Modernity. Polity Press.

Foucault, M. (1980). Power/Knowledge: Selected Interviews and Other Writings, 1972-1977. Pantheon Books.

Habermas, J. (1987). The Philosophical Discourse of Modernity. MIT Press.

Kant, I. (1991). An Answer to the Question: What is Enlightenment? In H. Reiss (Ed.), Kant: Political Writings (pp. 54-60). Cambridge University Press. (Original work published 1784)

Lyotard, J.-F. (1984). The Postmodern Condition: A Report on Knowledge. University of Minnesota Press.

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018