หมวด  ญาณปรัชญา

เรื่อง :  ทฤษฎีความจริงสองหน้า

Topic : double truth theory
ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง

อีเบิน รูชด์ (Ibn Rushd 1126-1198) หรือ Averroes แพทย์และนักปรัชญาชาวอาหรับ เป็นตัวอย่างของนักปรัชญาที่ชอบและยึดมั่นถือมั่นในความจริงตามแนวเหตุผลของปรัชญา Aristotle มาก ได้นำเสนอ ทฤษฎีความจริงสองหน้า ไว้ว่าปรัชญาของ Aristotle และคัมภีร์อัลกุรอาน ให้ความจริงเดียวกัน หากแต่ปรัชญาให้ความจริงอย่างตรงไปตรงมาด้วยศัพท์วิชาการ ส่วนคัมภีร์ให้ความจริงด้วยศัพท์ภาพพจน์และเปรียบเทียบ เหมาะสำหรับผู้มีการศึกษาน้อย ผู้มีการศึกษาดีจึงควรเข้าใจคัมภีร์ให้สมบูรณ์ขึ้นด้วยศัพท์ปรัชญา ในที่สุดก็สรุปว่า ปรัชญาของAristotle สามารถชี้ขาดความหมายที่อ่านจากคัมภีร์ได้ลึกซึ้งกว่าวิธีอื่น และตอบโต้ แอลแกสซาลี (Alghazzali 1058-1111) ที่สรุปว่า เหตุผลทำให้ห่างจากพระเจ้า ศรัทธาและการปฏิบัติตน ถือพรตจนถึงขั้นฌานนั่นแหละเป็นวิธีที่ถูกต้อง จนท้ายที่สุด อีเบิน รูชด์ ก็พ่ายแพ้ต่อพลังศรัทธาในศาสนา ถูกเนรเทศและคำสอนถูกห้ามในมหาวิทยาลัยอิสลามทุกแห่งในสเปน

เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่าง ศาสนากับปรัชญา นั้นมีสิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนเพื่อมิให้เกิดการกระทบกระทั่งกันดังเหตุการณ์ระหว่าง อีเบิน รูชด์ กับ แอลแฆสซาลี ดังกล่าวข้างต้น ได้แก่ ความจริงทางศาสนา และความจริงทางปรัชญานั้น “จริง” ทั้งคู่ แต่มิใช่ความจริงเดียวกัน ดังที่ ทฤษฎีความจริงสองหน้า (double truth theory) แถลงไว้ เพราะ ศาสนาเป็นคำสอนระดับปรมัตถ์ (absolute) ในขณะที่ ปรัชญาเป็นคำสอนระดับสมมติ จึงเป็นคนละเรื่องกันและจะแทนกันไม่ได้ นอกจากนั้น ความจริงทางศาสนาเป็นความจริงที่ต้องประจักษ์แจ้งด้วยใจ (Intuitive truth) ผ่านทางศรัทธาและการปฏิบัติตามวิธีการทางศาสนา ในขณะที่ปรัชญาให้ความจริงตามแนวเหตุผลตรรกวิทยา (Logical truth) ผ่านการคิด วิเคราะห์ และอนุมาน ความจริงทั้งสองจึงเป็นความจริงที่จริงต่างกัน แต่เราก็อาจใช้ปรัชญามาช่วยอธิบายศาสนา และเสริมศรัทธาต่อศาสนาได้ โดยช่วยให้เกิดศรัทธาด้วยเหตุผล แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่า เหตุผลมีข้อจำกัดที่ยังไม่สามารถให้ความกระจ่างแจ้งได้ ในทุกเรื่องที่สนใจ และการพิสูจน์โดยใช้เหตุผลนั้นมีจุดอ่อนที่จำเป็นต้องอ้างข้อความอื่น ๆ ที่มั่นใจมาสนับสนุนข้อความที่ยังไม่มั่นใจ และท้ายสุดคือต้องยอมรับ มูลบท ที่เป็นความจริงที่ง่ายที่สุดที่หาอะไรมาสนับสนุนไม่ได้แล้ว มาเป็นข้อความตั้งต้น ซึ่งถือว่าเป็นข้อความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์เพราะแม้อยากพิสูจน์ก็พิสูจน์ไม่ได้ ทำให้สงสัยได้ว่าจะแน่ใจได้อย่างไรว่า มูลบท นั้น ๆจะไม่ผิดพลาด เพราะเป็นของที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าวิธีพิสูจน์ด้วยเหตุผลนั้นก็มีประโยชน์อยู่มากในการผลักดันวิชาการต่าง ๆ ให้ก้าวหน้า ได้อย่างรวดเร็วก่อให้เกิดประโยชน์มากมายต่อมนุษยชาติในปัจจุบัน

ความจริงทางศาสนาและความจริงทางปรัชญา จึงมิใช่ความจริงเดียวกันแต่เป็นความจริงที่ต่างกัน ที่เราสามารถนำมาใช้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์ได้ตามขอบเขตแต่ละด้านของความจริง เพียงแต่ต้องรู้จักใช้ให้ถูกหน้าที่ของความจริงแต่ละด้านโดยไม่ยึดมั่นถือมั่นในความจริงที่ตนเชื่อว่า “นี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นไม่จริง”

ความจริงทางศาสนานั้น เป็นความจริงปรมัตถ์ มีหน้าที่ให้ความเห็นแจ้ง และพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกระดับจนถึงระดับปรมัตถ์ ซึ่งย่อมเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยสามารถอาศัยปรัชญามาช่วยตีความได้ และควรใช้ปรัชญาในรูปแบบต่าง ๆ มาช่วยกันตีความ โดยไม่ควรผูกขาดสำนักปรัชญาใดสำนักหนึ่ง เพื่อให้สามารถเข้าใจปรมัตถ์ทางศาสนาได้อย่างหลากหลายแง่มุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีเป้าหมายให้สามารถเข้าใจ และเข้าถึงความจริงทางปรมัตถ์มากที่สุดเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตรงตามเจตนารมณ์ของแต่ละศาสนาให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018