หมวดลัทธิปรัชญา

เรื่อง : ลัทธิมโนคตินิยม

Topic: idealism
ผู้แต่ง : พระปรียะพงษ์ คุณปัญญา

ฟีกเท เป็นหนึ่งในนักปรัชญาที่มีความชื่นชอบใน “ลัทธิมโนคตินิยม” (idealism) ลัทธินี้มีอิทธิผลโดยตรงต่อขบวนการโรแมนติกของศิลปะทุกแขนง บางคนจึงเรียกปรัชญาลัทธินี้ว่าเป็นปรัชญาโรแมนติก (romantic philosophy)

ฟีกเทมีความเชื่อว่า จากประสบการณ์ ( Erfahrung) ของตนเอง พบว่าประสบการณ์ต่างๆ นั้นถูกค้นพบโดยกระบวนการตระหนักรู้หรือหยั่งรู้ ผู้รู้ในฐานะเป็นผู้มีปัญญา ส่วนสิ่งที่ถูกรู้นั้นเป็นสมลักษณ์ (representation, Vorstellung) โดยได้แยกออกเป็น 2 ประเภท คือ สมลักษณ์เสรี และสมลักษณ์จำเป็น ที่แยกเช่นนี้เพราะมุ่งเน้นความสำคัญเป็นหลัก เช่น การวาดภาพจิตนาการในการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เป็นสมลักษณ์เสรี เพราะว่าเรามีอำนาจในการวาดภาพไปตามจิตนาการที่เราชอบใจ ส่วนการมองเห็นเครื่องบินบนท้องฝ้านั้น ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์จำเป็นเพราะว่าเราจะเลือกอย่างเสรีไม่ได้ เหมือนอย่างในจิตนาการ

โดยวิธีการถอดสมลักษณ์ทั้ง 2 อย่างนั้นว่าเป็นสิ่งสากลหรือไม่เราสามารถวิเคราะห์ได้จากประสบการณ์ 2 ประการคือ 1.) ความเข้าใจ (intelligence) และ 2.) สมลักษณ์ (Vorstellung, representation) โดยมนุษย์มีเสรีภาพในการที่จะเลือกคิดมูลบทสมลักษณ์นั้นจากความเข้าใจของตนเอง (intelligence – in –itself) หรือมาจากสิ่งภายในตัวมันเอง (thing – in – itself ) ซึ่งลัทธิมโนคตินิยมยึดเอาแบบหลังเป็นมูลบท ในการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างสร้างสรรค์และเข้าใจในตัวเอง ซึ่งถ้ายึดแบบหลังก็จะเป็นลัทธิสัทธันตนิยม (dogmatism) ซึ่งจะค่อยๆ กลายเป็นสสารนิยมและนิยัตินิยมในที่สุด

เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงมีความรู้อยู่ 2 ประเภท คือ ความรู้ที่เราเรียกว่า ปัญญา ที่มีสมรรถนะในการคิดอธิบายสิ่งรอบตัวได้อย่างมีเหตุมีผล ในปรากฏการณ์ต่างๆ นี้จัดว่าเป็นผลงานของปัญญาโดยตรง ความรอบรู้ในระบบนี้เราเรียกว่า “มโนคตินิยม” (idealism) ด้วยเหตุนี้นักปรัชญาที่ดีจึงจำเป็นต้องเลือกที่จะมองในด้านใดด้านหนึ่ง โดยอาศัยความโน้มเอียงและความสนใจในแต่ละเรื่องที่แตกต่างกันไป

ดังนั้นมูลบทในการที่จะเข้าใจถึงปรัชญาลัทธิมโนคตินิยมนั้น จึงต้องอาศัยการพัฒนาการทางปัญญาตามภาวะทั้ง 3 ด้านได้แก่ 1) ภาวะพื้นฐาน 2) ภาวะขัดแย้ง 3) ภาวะสังเคราะห์ ซึ่งทั้งหมดเป็นอัตวิสัยในปัญญาทั้งสิ้น ทั้งสามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจและพัฒนาอย่างมาก

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018