พระภิกษุอยากช่วยปฏิรูปการศึกษาทำอย่างไร
อังคารที่10กุมภาพันธ์2558 ผมได้รับเชิญไปตอบคำถามว่า การศึกษาของชาติมีอะไรที่ต้องปฏิรูปแต่ยังไม่มีใครพูดถึงและพระพุทธศาสนาจะมีส่วนช่วยอะไรได้บ้าง ผู้เชิญคือมหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่วัดพระพุทธบาทเขากระโดง ซึ่งอยู่หลังวัดเป็นภูเขาไฟดับแล้ว หลักฐานยังมีให้เห็น เดินขึ้นไปดูได้ บนยอดเขามีปล่องภูเขาไฟซึ่งบัดนี้แปรสภาพกลายเป็นสระน้ำขนาดใหญ่มีน้ำขัง วิทยาเขตแห่งนี้มีดร.พระธรรมโมลีเป็นอธิการบดี ดร.พระครูวินัยธรอำนาจ พลปัญโญเป็นประธานหลักสูตรพุทธศาสตร์มหาบัณฑิต ทั้ง 2 ท่านเคยเป็นศิษย์ฟังวิชาปรัชญาหลังนวยุคที่ผมไปบรรยายในหลักสูตรของมจร.และมมร.ส่วนกลาง หัวข้อบรรยายครั้งนี้คือ “พระพุทธศาสนากับการศึกษาไทย”
วิเคราะห์คำถาม 1.ในฐานะพลเมืองไทยที่อยู่ในช่วงเวลาของการปฏิรูปทุกๆอย่าง ก็คิดว่าตนควรมีส่วนร่วมบ้างตามฐานะที่อยู่ในสังคมไทยขณะนี้ 2.ในฐานะกำลังเรียน-สอนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของประเทศไทย ก็พึงสนใจด้านการศึกษาเป็นพิเศษ หากมีช่องว่างจะเติมเต็มตรงไหนได้ ก็ใคร่จะทำหน้าที่พลเมืองดีเสนอแนะให้คณะปฏิรูปและคณะทำงานด้านนี้รับไปปรับการปฏิรูป3.ในฐานะเป็นสงฆ์ของพระพุทธศาสนาไทย ก็เห็นสมควรที่จะช่วยกันคิดดูว่าศาสนาพุทธในองค์รวมควรจะมีส่วนในการปฏิรูปครั้งนี้อย่างไรจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างไรในด้านการศึกษา
คำตอบด้านการศึกษา ดูเหมือนว่าคณะผู้รับผิดชอบปฏิรูปการศึกษาของเราจะกำลังทำผิดหน้าที่ คือ หน้าที่วางแผนปฏิรูปอันเป็นหน้าที่โดยตรงของท่าน ท่านกลับไม่ยอมแตะกันเลย ท่านมัวแต่เสียเวลากับการจับผิดหยุมหยิมเรื่องเนื้อหาของหลักสูตร จับผิดเรื่องความประพฤติของผู้สอน จับผิดเรื่องความประพฤติของผู้เรียน จับผิดเรื่องการวางตัวไม่เหมาะสมของผู้บริหารการศึกษาและวิธีบริหารการศึกษา หน้าที่เหล่านี้ควรเป็นงานที่ต้องทำประจำของผู้เชี่ยวชาญที่ต้องคร่ำหวอดดูแลในสถาบันต่างๆทุกระดับซึ่งมีอยู่แล้วแต่เวลานี้ต้องระงับทำการชั่วคราวเพราะท่านไปแย่งงานเขาทำเสียหมดและไม่แน่ว่าท่านจะทำได้ดีกว่าพวกเขา ส่วนบทบาทที่เป็นของท่านโดยตรงเพราะคนอื่นทำไม่ได้ ท่านกลับไม่ทำกันให้เห็นว่ามีการปฏิรูปถูกจุด คือสำรวจที่กึ๋นของการศึกษา การศึกษาต้องประกอบด้วย 2 ด้าน คือ เรียนรู้(study) กับอบรมบ่มเพาะนิสัย(education) วิชาสายอาชีพให้เรียนรู้ครบขั้นต่ำเริ่มทำงานได้ถือว่าพอ ออกใบรับรองให้ทำงานได้ ทำไปก็จะยิ่งช่ำชองมากขึ้นตามลำดับ ส่วนวิชาพัฒนาคุณภาพชีวิต คือ กฎหมายชาวบ้าน จริยธรรมและปรัชญา ศีลธรรมและศาสนา วัฒนธรรม จรรยาบรรณ รวม5วิชานี้ต้องมีทั้งการเรียนให้รู้ระดับต่ำสุดและต้องมีโครงการอบรมบ่มเพาะนิสัยตลอดชีวิตโดยไม่มีการรับรองว่าจบแล้ว การปฏิรูปด้านอื่นๆทุกด้านจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปฏิรูปด้านนี้เป็นปฐม
ด้านบทบาทของพระพุทธศาสนา ด้านการอบรมบ่มเพาะนิสัยไม่มีใครทำได้ดีเท่าพระสงฆ์และนักบวชนักพรตของทุกศาสนา แต่ต้องมีการอบรมวิทยากรให้เข้าประเด็นเสียก่อน วิทยาลัยสงฆ์และสำนักสอนศาสนศาสตร์ของทุกศาสนาควรร่วมกับวิทยาลัยสงฆ์ให้เข้าทีมกันก็ยิ่งดี ขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ชักชวนพระและนักบวชทั้งหลายรวมแม่ชีด้วย หากไม่คิดจะบวชเพื่อลาภยศสรรเสริญแล้ว ขอนิมนต์และเชิญมาร่วมโครงการและเข้าศึกษาในโครงการดังกล่าวโดยช่วยกันหาทุนไว้สนับสนุนผู้ตั้งใจแต่ขาดค่าเล่าเรียน
ครับ! ถ้าการปฏิรูปครั้งนี้มีความพยายามทำเรื่องข้างต้นนี้ด้วย ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะบกพร่อง เพราะมันจะปรับตัวต่อไปได้ด้วยตัวเองเรื่อยๆไม่รู้จบ วางแผนปฏิรูปทีเดียวให้ถูกจุดก็จะไม่ต้องปฏิรูปกันอีก เกาให้ถูกที่คันเสียทีก็หักไม้เกาหลังทิ้งได้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018