Abrahanel, Jehudah เยฮูดาห์ อับราฮาเนล
ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
เยฮูดาห์ อับราฮาเนล (JehudahAbrahanel ?-1463) เป็นนามฮีบรูของ ลีโอ ชาวฮีบรู (Leo the Hebrew) เกิดในกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ถูกเนรเทศไปเร่ร่อนอยู่ในอิตาลี ยึดอาชีพเป็นแพทย์ สนใจแสวงหาความรู้เรื่อยไป มีพรสวรรค์ทางเขียนกวีนิพนธ์และสารคดี เรื่องที่ตั้งใจรื้อฟื้นจากปรัชญาของเพลโทว์ตามจิตตารมณ์ของสมัยฟื้นฟูคือ บทสนทนาเรื่องความรัก (อต. Dialoghid’Amore)แบ่งออกเป็น 3 บท
บทแรก ว่าด้วยความรักกับความใคร่ (อต. D’Amore e Desiderio) ลีโอแยกสิ่งพึงปรารถนาออกเป็น 2 ประเภท คือสิ่งมีประโยชน์กับสิ่งพึงพอใจ ความรักต่อสิ่งพึงพอใจเป็นความใคร่เสมอ ความรักสิ่งมีประโยชน์เป็นความรักได้ หากอยู่ในทางสายกลาง เพื่อเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความดี นอกจากนั้นยังแยกให้เห็นว่าวัตถุแห่งความรักคือสิ่งดี ความดีมีอยู่จริงเป็นปรนัย มีบ่อเกิดมาจากพระเจ้า ส่วนวัตถุของความปรารถนาได้แก่สิ่งที่มีประโยชน์หรือให้ความพึงพอใจ เป็นเพียงความรู้สึกทางจิตวิทยาของมนุษย์ หากปรารถนาภายในขอบเขตก็อาจจะเป็นเครื่องมือสำหรับความรักต่อความดีได้ มิฉะนั้นจะเป็นความปรารถนาที่ให้โทษ พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์มาให้มีสติปัญญาพร้อมที่จะเข้าใจความดี หากแต่สติปัญญาต้องการการส่องสว่างจากพระเจ้า เพื่อจะเข้าใจพระองค์ในฐานะเป็นสิ่งดีสูงสุดและบ่อเกิดของความดีทุกอย่าง ปัญญาของผู้ใดเข้าถึงความเข้าใจเช่นนั้น ย่อมมีสภาวะสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ จะมีความสุขแท้ เพราะเขาปรารถนาและรักสิ่งดีสูงสุด ไม่มีอะไรจะประเสริฐกว่านี้ได้อีกแล้ว
บทที่ 2 ว่าด้วยการรวมใจในความรัก(De la Communitad’Amore) มนุษย์แต่ละคนมีปัญญาของตนซึ่งมีสมรรถภาพที่จะรักพระเจ้า หากปัญญาใดรักพระเจ้า ปัญญานั้นจะกลายเป็นปัญญาของพระเจ้า ดังนั้น ทุกปัญญาที่รักพระเจ้าจึงเป็นปัญญาเดียวกัน มีความรักเป็นสากล มุ่งที่จะทำทุกอย่างเพื่อความดี นั่นคือ ให้ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น
บทที่ 3 ว่าด้วยบ่อเกิดของความรัก (De l’Origined’Amore) ซึ่งแถลงว่า ความรักแท้ย่อมมาจากพระเจ้า พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งมาด้วยความรักต่อมนุษย์อย่างพ่อรักลูก หน้าที่ของมนุษย์จึงได้แก่การตอบสนองความรักด้วยความรัก โดยชักนำให้ทุกอย่างมามีส่วนในความรักของพระเจ้า โดยใช้ทุกอย่างให้เกิดความดีขึ้นในโลก ความจริงพระเจ้าก็ทรงดูแลทุกสิ่งด้วยความรักอยู่แล้ว แต่ก็ทรงปรารถนาให้มนุษย์ได้ร่วมมือกับพระองค์ด้วย เพื่อให้ความรักที่แสดงออกจากพระองค์สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้
ลีโอเป็นชาวยิว นับถือศาสนายิว ฟื้นฟูปรัชญาของเพลโทว์ขึ้นมาอธิบายสิ่งที่ตนรักและบูชา คือพระเจ้า ซึ่งลีโอถือว่าเป็นพระเจ้าสากล มิใช่พระเจ้าของชาวยิวเท่านั้น พระเจ้าทรงเป็นองค์ความดีและความงาม พระเจ้าจึงทรงสร้างโลกมาให้มีความดีและความงาม และสร้างปัญญาของมนุษย์มาให้สามารถเข้าถึงความดีและความงามแท้ แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยการส่องสว่างมโนคติเข้าสู่ปัญญา มนุษย์จึงสามารถเข้าถึงได้และบรรลุเป้าหมายแห่งความเป็นมนุษย์ของตน ทั้งนี้ย่อมเห็นได้ว่าลีโอได้รับอิทธิพลจากนักปรัชญาชาวคริสต์สายลัทธิเพลโทว์ใหม่ เนื่องจากลีโอใช้ภาษาชาวบ้านและพูดเรื่องความรักซึ่งอยู่ในความสนใจของสมัยฟื้นฟู หนังสือเล่มนี้จึงกระตุ้นให้นักพรตมุ่งแสวงหาความรักพระเจ้าด้วยการเข้าฌาน ส่วนนักมนุษยนิยมก็ถูกกระตุ้นให้แสวงหาความหมายและความรักในรูปแบบต่าง ๆ กันมากขึ้น นับว่าหนังสือของลีโอเล่มนี้มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมสมัยฟื้นฟูมากพอสมควรทีเดียว
ขบวนการฟื้นฟูเพลโทว์เรียกร้องให้อ่านต้นฉบับของเพลโทว์และเสนอให้ใช้เพลโทว์เป็นหลักในการอธิบายศาสนาดังที่สมัยปิตาจารย์เคยปฏิบัติมาแล้วโดยไม่มีต้นฉบับของเพลโทว์


Leave a comment