Alcuin แอลควิน
ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
แอลควิน (Alcuin 730-804) เป็นชาวอังกฤษ เข้าถือพรตและรับการศึกษาจากสำนักยอร์ก (School of York) ซึ่งขณะนั้นเป็นสำนักที่เด่นที่สุดและมีห้องสมุดที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษ ทังนี้โดยการเอาใจใส่ของเอกเบิร์ท (Egbert) อัครสมณราชแห่งยอร์ค แอลควินเป็นลูกศิษย์ของแอลเบิร์ท (Albert) ซึงต่อมาในปี ค.ศ. 767 จะได้เป็นอัครสมณราชแห่งยอร์คสืบแทนเอกเบิร์ทและมอบหมายให้แอลควินเป็นผู้อำนวยการสำนัก ในปี ค.ศ. 781 แอลเบิร์ทใช้แอลควินไปเฝ้าสันตะปาปาที่กรุงโรม เป็นโอกาสให้ได้พบจักรพรรดิชาร์ลมาญที่พาร์เมอ (Parma) จักรพรรดิทรงชักชวนและเกลี้ยกล่อมให้ไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนหอวังของพระองค์ ณ อาเคิน (Aachen) ซึ่งภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าเอลาซาแปล (Aix-la-chapelle) แอลควินได้รับการสนับสนุนจากอัครสมณราชและกษัทติย์ของตน จึงเริ่มทำหน้าที่อำนวยการสำนักหอวังของจักรพรรดิชาร์ลมาญตั้งแต่ปี ค.ศ. 782 แอลควินได้จัดหลักสูตรศึกษาขึ้นสำหรับโรงเรียนหอวัง ซึ่งต่อจากนี้ไปจะกลายเป็นสำนักอุดมศึกษา และหลักสูตนนี้จะกลายเป็นหลักสูตรของสำนักอาสนวิหารและสำนักอารามทั่วราชอาณาจักร ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้นแอลควินเองได้แต่งตำราสำหรับการศึกษาตามหลักสูตรไว้บ้าง แต่ส่วนมากใช้ตำราที่มีอยู่แล้วตนถึงปี ค.ศ. 796 จึงรับเป็นอธิการของอารามเซนต์มาร์ทินแห่งทูร์จนถึงแก่มรณภาพที่ทูร์ แอลควินเปิดสำนักขึ้นในอารามของตน จัดให้คัดลอกต้นฉบับต่างๆ มาเก็บไว้จนสำนักนี้มีห้องสมุดดีที่สุดของราชอาณาจักร จัดการสะสางต้นฉบับคัมภีร์ไบเบิลภาษาลินและตำรับตำราต่างๆ กำหนดวิธีการคัดลอกให้ถูกต้องกว่าที่เคยทำกันมา
ปรัชญาสำหรับแอลควินเป็นทั้งการแสวงหาความรู้และการปฏิบัติตน นักปรัชญาอยากรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ มนุษย์ และพระเป็นเจ้าอย่างดีที่สุดเท่าที่จะรู้ได้ปฏิยัติตนอย่างถูกต้องในเหตุการณ์ต่างๆ ฝึกฝนสมาธิและปัสนาการ ความรู้ในปรัชญามีทั้งส่วนที่ตายตัวและส่วนที่ยังถกเถียงกันอยู่ แบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
ภาคทฤษฎีแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ คือ กลุ่ม 3 เป็นกลุ่มตรรกวิทยา (Logic) กับกลุ่ม 4 เป็นกลุ่มความเป็นจริงตามธรรมชาติ (Physics)
กลุ่มตรรกวิทยาแบ่งออกเป็น 3 วิชาคือ ไวยากรณ์ วาทศีลป์ และวิภาษวิธี ซึ่งจะยกตัวอย่างจากวรรณคดีมาเป็นตัวอย่างของทั้ง 3 วิชา วิชาหมวดนี้เรียนในรดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในที่ที่ “ตรรกวิทยา” จึงหมายถึงระเบียบการใช้ภาษา ส่วน “วิภาษวิธี” หมายถึงการใช้เหตุผล ซึ่งปัจจุบันเราเรียกว่า ตรรกวิทยา (logic)
ธรรมชาติศึกษาแบ่งออกเป็น 4 วิชา คือ เลขคณิต เรขาคณิต ดนตรี และดาราศาสตร์ ซึ่งเรียนในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
ทั้ง 2 หมวดรวมกันมี 7 วิชา เรียกว่าสัปตศีลปศาสตร์เสรี
ภาคปฏิบัติให้ศึกษาหลังจากศึกษาสัปตศีลปศาสตร์แล้ว ผู้ศึกษาจะต้องเป็นนักบวชนักพรต เพราะสำหรับแอลควิน จริยศาสตร์ที่ไม่มีศาสนาเป็นพื้นฐานย่อมไม่ใช่จริยศาสตร์แท้ การเรียนศาสนาจะขาดการศึกษาคัมภีร์ไม่ได้ ดังนั้น วิชาในภาคปฏิบัติจึงแยกออกได้เป็น 3 วิชาคือ วิเคาะห์คัมภีร์ เทววิทยา และศีลธรรม วิชาปรัชญาเรียนควบอยู่ในวิชาเทววิทยา เมื่อเรียนครบทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติแล้วก็ได้ชื่อว่ามีปรีชาญาณ แอลคตวีนจึงเปรียบเทียบสัปตศีลปศาสตร์เป็นบันได 7 ขั้นสู่ปรีชาญาณหรือเป็นเสาเอก 7 ต้นค้ำจุนปรีชาญาณ
ตำราที่แอลควินแนะนำให้ใช้มี อาทิ หนังสือซีเสอโรว์ (Cicero), พอร์เฟอริ (Porphyry), เบออีเธียส (Boethius), บีเดอ (Beda), และยูคลิด (Euclid) เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าความสำตัญของแอลควินไม่ใช่อยู่ที่คิดอะไรใหม่ แต่อยู่ที่กระตุ้นให้คิดโดยขุดคุ้ยควมรู้เดิมขึ้นมาพิจารณาเป็นตัวอย่าง และแอลควีนก็ได้ทำภารกิจนี้อย่างดีเยี่ยม หากยุโรปไม่มาติดขัดอยู่ที่ธรรมเนียมของเผ่าฟรังค์ที่กษัตริย์จะต้องแบ่งอาณาจักรให้โอรสทุกองค์ได้ปกครอง อันเป็นเหตุให้เกิดการแบ่งแยกและประลองกำลังเพื่อขยายอำนาจมิรู้หยุดหย่อน ยุโรปก็คงจะฟื้นตัวจากความมืดเร็วกว่าที่เป็นจริง ธรรมเนียมดังกล่าวนี้เองทำให้งานของแอลตควีนได้ผลไม่เต็มที่ ยุโรปจึงตกอยู่ในความมัว (ไม่ถึงกับมืด) ต่อมาอีก 2 ศตวรรษ ระหว่างนี้ได้นักปรัชญาระดับโลกเพียงท่านเดียวคือ จอห์น สคาเทิส อรีวเจอเนอ ซึ่งเราจะพิจารณากันต่อไปนี้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018