Aquinas on ethics อไควนัสกับจริยศาสตร์
ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
เป้าหมายสูงสุด อไควเนิสเดินตามเอเริสทาเทิลว่า การกระทำย่อมมีเป้าหมาย ผู้กระทำที่เลือกกระทำได้ย่อมกระทำเพื่อความสุข แต่อไควเนิสคิดว่า สัตว์เดียรรัจฉานกระทำทุกอย่างโดยสัญชาตญาณ จะมีความสุขและมุ่งหาความสุขโดยสัญชาตญาณ อไควเนิสจึงเรียกการกระทำของสัตว์ว่าเป็นพฤติกรรม (behavior) เท่านั้น ไม่ใช่ความประพฤติ (conduct) ส่วนมนุษย์อาจจะทำการโดยสัญชาตญาณอย่างสัตว์ในส่วนหนึ่ง แต่ทว่าอีกส่วนหนึ่งมนุษย์สามารถเลือกการกระทำตนเองได้ แม่มนุษย์จะมีสัญชาติญาณ แต่มนุษย์ก็อาจจะขัดขืนไม่กระทำตามสัญชาตญาณก็ได้ การกระทำของมนุษย์จึงเป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่งและเป็นชนิดพิเศษ ต้องมรมโนธรรมก่อนการตัดสินใจเลือกการกระทำ อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่มีสิทธิ์จะเลือกความทุกข์ จะฝืนอย่างไรก็ไม่ได้ การที่มนุษย์ต้องเลือกความสุขโดยจำเป็นเช่นนี้ อไควเนิสไม่ถือว่าเป็นการไร้เสรีภาพ เพราะการเลือกความสุขเป็นการยืนยันธรรมชาติของมนุษย์ เช่นเดียวกับที่พระเป็นเจ้าไม่อาจจะทำปฏิบทดังได้กล่าวมาแล้ว ความสุขจึงถือได้ว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์ด้วย อย่างไรก็ตาม มนุษย์ก็ยังอยู่ในวิสัยที่จะเลือกประเภทของความสุข เช่น ความสุขทางโลกียะหรือทางโลกุตระ ความสุขเฉพาะหน้าที่หรือความสุขระยะยาว หรือความสุขในอนาคตเท่านั้น หรือประนีประนอมกันระหว่างความสุขเฉพาะหน้ากับความสุขที่หวังจะได้ในอนาคต เป็นต้น
จึงเป็นอันว่าความสุขมีหลายระดับ ความสุขตามความต้องการของสัญชาตญาณเป็นความสุขเฉพาะหน้า ไม่ใช่ความสุขแท้ สัตว์เดียรรัจฉานไม่อาจจะขัดขืนได้ เพราะไม่มีปัญญาสำหรับความรู้ความสุขที่สูงส่งกว่า ความสุขที่สูงส่งที่สุดสำหรับอไควเนิสซึ่งเดินตามเอเริสทาเทิลคือการใช้สมรรรถภาพที่ประเสริฐที่สุด เอเริสทาเทิลสรุปว่า ความสุขอันสมบูรณ์ของมนุษย์ก็คือการใช้ปัญญาเข้าใจความจริงของอภิปรัชญา อไควเนิสดัดแปลงให้สอดคล้องกับคริสต์ศาสนาว่า ความสุขอันสมบูรณ์ของมนุษย์ก็คือการใช้ปัญญาเข้าใจพระเป็นเจ้า เพื่อให้สมบูรณ์แบบครบถ้วนจริงๆ เจตจำนงของมนุษย์จะต้องคล้อยตามด้วยความรักต่อพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม ทั้งความรู้และความรักจะสมบูรณ์จริงๆ ก็ในโลกหน้าเมื่อได้ขึ้นสวรรค์เท่านั้น ซึ่งพระคัมภีร์เรียกว่าได้เห็นพระเจ้า (vision of God) และอไควเนิสเรียกว่า การเห็นที่ให้อนันทสุขหรืออานันทปัสนา (beatific vision)
เดินตามกฎธรรมชาติ อไควเนิสชี้แจงว่า การเดินตามกฎธรรมชาติมีได้ 2 อย่าง คือ เดินเพราะถูกกำหนดตามกฎของธรรมชาติอย่างไม่มีทางเลี่ยง ไม่มีโอกาสตัดสินใจเลือกไม่ต้องรับผิดชอบ เช่น ตกจากที่สูงโดยไม่อยากจะตกลงมาทับเด็กตายอาจจะผิดกฎหมาย แต่อไควเนิสว่าไม่ผิดจริยธรรม เพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะรับผิดชอบได้ อย่างที่สองคือ ตัดสินใจเลือกตามที่รู้ว่าจะเป็นไปตามกฎธรรมชาติหรือไม่อย่างหลังนี้ผู้ตัดสินใจเลือกการปฏิบัติจึงต้องรับผิดชอบการเลือกของตน ถ้าเลือกเดดินตามกฎธรรมชาติจะมีบุญกุศลต่อหน้าพระเจ้า ถ้าเลือกขัดกับกฎธรรมชาติย่อมมีบาป ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ตัดสินใจนั้นจะนับถือพระเจ้าหรือไม่ก็ตาม แม้ไม่มีกฎหมายบังคับ ย่อมจะได้บุญหรือบาปแล้วแต่ว่าได้ตัดใจเดินตามกฎธรรมชาติหรือไม่ เพระกฎธรรมชาติเป็นกฎตามเหตุผลปรัชญาไม่เกี่ยวว่าจะเชื่อว่ามีพระเจ้าหรือไม่

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018