Bacon and network แฟรงเสิส เบเขินกับระบบเครือข่าย
ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
เบเขิน (Francis Bacon 1561-1625) เป็นบุตรนักการเมืองระดับสูง เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเคมบริดช์เพื่อเตรียมตัวเป็นนักการเมือง เรียนปรัชญาและตรรกวิทยาของแอเริสทาเทิลด้วยความเบื่อหน่าย ตรรกวิทยาของของเรเมิส(Rameus 1515-1572) ก็ไม่ชอบเช่นกัน เพราะไม่เชื่อว่าจะช่วยให้ได้ความรู้จริง
เชื่อว่าความรู้คือพลัง แต่วิธีการเท่าที่สอนและใช้กันอยู่ไม่น่าจะให้ความรู้ เพราะสอนกันให้เชื่อตามคนโบราณโดยไม่มีการทดสอบ ไม่เชื่อวิธีนิรนัยและคณิตศาสตร์ จึงกำหนดวิธีใหม่ของตนเองที่เชื่อว่าจะเข้าถึงความเป็นจริงและจะช่วยให้เราเอาความรู้นั้นจัดการกับธรรมชาติได้ตามต้องการ
เบเขินเชื่อตามนักอัลเคมีสมัยนั้นว่าโลกแห่งวัตถุประกอบขึ้นจากคุณสมบัติจำนวนจำกัด หากเรารู้จักแยกออกและผสมใหม่แล้วละก็ จะเอาอะไรก็ได้ เช่น ทองคำประกอบด้วยความแข็ง ความหนักจำเพาะ สีเหลือง ฯลฯ หากเราแยกเอาองค์ประกอบเหล่านี้ออกจากวัตถุราคาถูก ๆ ได้แล้วเอามาประกอบกันเข้า เราจะได้ทองคำ นี่คือความรู้ที่ควรแสวงหา ต้องรู้ธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ และรู้วิธีจัดการกับมัน คือทฤษฎีกับปฏิบัติต้องไปด้วยกัน เพื่อนำผลประโยชน์มาให้ วิธีที่จะได้ผลดังกล่าวคือ อุปนัยโดยการคัดทิ้ง ซึ่งจะต้องฝึกฝนทำด้วยความพิถีพิถันเพื่อหวังผลสำเร็จ จึงต้องฝึกฝนให้ชำนาญในการเลือกตัวอย่างมาเข้า 3 ตาราง คือ ตารางมี ตารางไม่มี และตารางลำดับความเข้ม ต้องไม่เชื่อการหยั่งรู้หรือประกาศิตใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ให้ฝึกหาความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์เท่านั้น เมื่อเชี่ยวชาญแล้วจะได้ความรู้อย่างแน่นอน เพราะธรรมชาติมีกฎเกณฑ์ตายตัวอยู่แล้ว
เบเขินไม่แสวงหาระบบเครือข่าย แต่แสวงหาความรู้ที่แน่นอนเพื่อควบคุมธรรมชาติให้ตอบสนองตามความต้องการของเราเป็นเกณฑ์ เพราะนั่นคือความรู้และพลังของมนุษย์
การรู้เทวรูป 4 เป็นการรู้จุดอ่อนในตัวเราที่อาจจะทำให้การหาความรู้ของเราล้มเหลว แต่มันไม่ใช่อุปสรรคที่แก้ไม่ได้ เราต้องรู้และระวังตัว เราก็จะก้าวล่วงมันไปได้อย่างปลอดภัย
เบเขินเขียนเรื่องนี้ใน The New Organun 1620 (เครื่องมือใหม่) ซึ่งนิยมอ่านกันมาจนทุกวันนี้ เพราะถือว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ในขณะนั้น ในปัจจุบันน้อยคนจะสนใจวิธีอุปนัยแบบคัดทิ้งของเบเขิน แต่มีความสำคัญในฐานกระตุ้นให้สนใจใช้วิธีอุปนัยหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์แทนการหยั่งรู้กฎวิทยาศาสตร์

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018