ยาโคบ เบิห์ม

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ยาโคบ เบิห์ม (Jacob Boehm 1585-1624) เป็นชาวเยอรมัน เกิดในแคว้นไซลีเซียจากตระกูลเกษตรกรผู้มีอันจะกิน เนื่องจากสุขภาพไม่อำนวยจึงไม่ได้เรียนมากนัก แต่งงานและตั้งร้านเย็บรองเท้าที่เมืองกอร์ลิทซ์ (Gorliz) ตั้งแต่ปี 1599 ร่ำรวยอย่างรวดเร็ว หันมาสนใจทางศาสนา อ่านและคิดเองเป็นส่วนมาก ในที่สุดก็เลิกกิจการค้าเพื่อค้นคว้าและเผยแผ่ความคิดของตนซึ่งมีแนวโน้มทางฌานนิยม ซึ่งจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อชาวเยอรมันทั้งระดับนักปราชญ์และระดับชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเชลลิงและเฮเกล หนังสือที่สำคัญได้แก่ รุ่งอรุณ (ลต. Aurora ,1612= the Dawn) ; รหัสยธรรมยิ่งใหญ่ (ลต. MysteriumMagnum ,1623= the Great Mystery) เล่มหลังนี้มีสำนวนคล้ายมายส์เทอร์ เอกคาร์ทอยู่มาก แต่ใช้ภาษาที่ทันสมัยกว่า ทางการโปรเตสแตนต์ระบุว่าสอนผิด แต่ผู้เชื่อถือก็มีมาก เป็นเหตุให้เบิห์มเดินหน้าต่อไปจนถึงแก่มรณกรรม ได้สมญาว่าเป็นนักปรัชญาชาวติวตัน (ลต.PhilosophusTeutonicus = Teutonic Philosophy)

เบิห์มสอนด้วยสำนวนคล้ายเอคคาร์ท ว่าพระเจ้าทรงเป็นบ่อเกิด (ยร. Ungrund = Original Ground) ของทุกสิ่ง ทรงเป็นองค์เอกะนิรันดร ไม่มีใครเข้าใจได้ว่าพระองค์ทรงเป็นอย่างไร จะว่าเป็นแสงสว่างก็ไม่ใช่ ความมืดก็ไม่เชิง จะว่าเป็นความรักก็ไม่ใช่ความเกลียดก็ไม่เชิง จะว่าดีก็ไม่ใช่เลวก็ไม่เชิง ทรงเป็นห้วงมหรรณพที่ทุกสิ่งทุกอย่างรวมตัวเป็นเนื้อเดียว จึงทรงเป็นทุกสิ่งและไม่ทรงเป็นอะไรเลย
พระเจ้าทรงแสดงองค์ออกภายนอกด้วยความจำเป็น เพราะทรงมีเจตจำนงในพระองค์เอง เจตจำนงที่ต้องการเข้าใจตัวเองทำให้ตัวเองแสดงออกภายนอก เบิห์มพบความหมายของพระตรีเอกภาพว่าเจตจำนง (ยร.อก.Will) ที่เข้าใจตัวเองคือพระบิดา การเข้าใจตัวเอง(ยร.Gemuth = Self-understanding) คือพระบุตร การแสดงตัวเอง (ยร.Ausgang = Expression) คือพระจิต ผลของการแสดงคือธรรมชาติ ธรรมชาติจึงล้วนแต่ดีทั้งสิ้น เพราะสืบเนื่องหรือล้นออกจากพระเจ้า ยิ่งล้นห่างออกไป ความสมบูรณ์ก็ยิ่งน้อยลง ความชั่วคือการขาดความดีนั่นเอง สัญลักษณ์แห่งความดีคือพระคริสต์ และสัญลักษณ์แห่งความชั่วคือซาตาน

ความสำคัญของเบิห์มอยู่ที่ว่าเริ่มชี้ช่องทางให้กับทฤษฎีปฏิพัฒนาการ (dialectic) ซึ่งเชลลิง, เฮเกล และมากซ์จะพัฒนาต่อไปตามลำดับ อิทธิพลมีต่อไปอย่างกว้างขวางในขบวนการฌานนิยม แต่ก็ถูกต่อต้านจากทั้งฝ่ายคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ ในฐานะที่ไม่ยอมรับแบบแผนไม่ว่าจากฝ่ายใด แต่ถือคติว่าทุกอย่างต้องเห็นแจ้งด้วยตนเองจึงจะยอมเชื่อ นั่นคือยึดเอาตัวเองเป็นหลักโดยถือว่าตนเองเข้าฌานได้ และได้ความรู้ที่แน่นอน ไม่มีวันได้คำสอนผิดพลาดจากการเข้าฌาน

ข้อตกลง
พอจะสรุปได้เป็นประเด็นต่อไปนี้
1) ปรับปรุงการศึกษาคำสอนทางศาสนาให้แน่นอนชัดเจน
2) ปรับปรุงระเบียบวินัยของนักบวชนักพรตด้วยวิธีฝึกฝนจิตใจ
3) สวามิภักดิ์ต่อสันตะปาปาในฐานะประมุขสูงสุดของคริสตจักรแต่ผู้เดียว
4) อบรมคริสตชนให้รู้จักใช้เสรีภาพตัดสินใจเลือกทางเสียสละ เพื่อรับใช้พระเจ้าโดยผ่านทางศาสนจักร
5) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ที่ประชุมได้เรียบเรียงคำสอนแห่งเตรนโตขึ้นเป็นบรรทัดฐานสำหรับการสอนศาสนา และวางระเบียบวินัยสำหรับนักบวชนักพรตขึ้นเป็นบรรทัดฐานการปฏิรูปในคณะนักบวชนักพรตทั้งหลาย

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018