Emanation การล้น

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เผลอทายเนิส (Plotinus) สอนอภิปรัชญาแบบเอกนิยม (monism) ว่า ความเป็นจริงมีหน่วยเดียว คือ องค์เอกะที่สมอย่างเต็มเปี่ยมจนต้องล้นออกมาโดยจำเป็นส่วนที่ล้นออกมาจะมีความเป็นจริงเจือจางลงตามส่วนที่ไกลจากศูนย์กลางตามลำดับดังสูตรว่า

emanation

“แต่แรกเริ่มเดิมทีมีแต่ องค์เอกะ แต่ผู้เดียว ความเป็นจริงแต่สิ่งเดียว มีความเป็นอยู่เองแต่นิรันดร” องค์เอกะนี้ เนื่องจากสมบูรณ์เหลือล้น จึงต้องล้นออก (emanaste) ด้วยความจำเป็น ชั้นแรกเป็น Nous (ภาษากรีก อ่านว่านูส จะอ่านเนาส ตามการอ่านอเมริกันก็ได้ แปลว่า ปัญญา) มีนักปรัชญาในเครือเดียวกันบางคนใช้คำว่า Logos แทน (ภาษากรีก อ่านว่าโลโกส แปลว่าคำพูดหรือวจนะ) ขั้นนี้ยังมีความสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ นับได้ว่าอยู่ในขั้นเทพในชั้นนี้เองที่โพลทายเนิสสอนว่าเป็นที่ประทับของมโนคติทั้งหลายของเพลโท หรือกล่าวได้อีกอย่างว่า โลกแห่งมโนคติของเพลโทก็คือ พระปัญญาของพระเจ้าผู้เป็นหนึ่งนั่นเอง

โพลทายเนิสดีใจที่สามารถประนีประนอมความคิดของเพลโทว์เข้ากับเผอร์เมนเนอดิสและความเชื่อถือของศาสนาลึกลับในสมัยนั้นได้ แต่ไม่สามารถประนีประนอมกับความเชื่อของศาสนายิวและคริสตศาสนาได้ เพราะวิธีการล้น ขัดกับความเชื่อเรื่องการสร้างโลก การสร้างโลกของพระเจ้าต้องสร้างมาจากความว่างเปล่า จะเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้าล้นออกมาไม่ได้ ที่เป็นเช่นนี้ จะเป็นเพราะเผลอทายเนิสไม่รู้จักไบเบิลหรือไม่สนใจก็ไม่ทราบได้

พระปัญญาหรือพระวจนะก็ยังมีความสมบูรณ์เหลือล้นจนต้องล้นออกด้วยความจำเป็นต่อลงมาเกิดพระวิญญาณใหญ่ ซึ่งเป็นจิตหรือดวงวิญาณของโลก คนโบราณมักจะเชื่อกันทั่ว ๆไปว่าโลกเรานี้เป็นสิ่งที่มีชีวิตมหึมา มนุษย์เราตัวเล็กเหลือเกิน เทียบแล้วก็ยังเล็กกว่ามดตัวจิ๋วที่คลานบนผิวหนังของเรา เราจึงมาสามารถสำนึกการมีชีวิตของโลกไม่ได้ง่ายนัก

เนื่องจากวิญญาณของโลกออกห่างจากความสมบูรณ์มากเข้าแล้ว ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เทียบได้กับวิทยาหรืออวิชชาของปรัชญาอินเดีย ซึ่งเป็นความบกพร่องประการหนึ่ง บันดาลให้สะเก็ดวิญญาณโลกบางส่วนถลำเข้าคลุกเคล้ากับสสาร กลายเป็นคนขึ้นมาแต่ละคน คนเราแต่ละคนจึงมีส่วนของจิตสูงส่งซึ่งเนื่องมาจากพระเจ้า ส่วนร่างกายมาจากสสารซึ่งเป็นของเฉื่อย หนัก ไร้อุดมคติ ชีวิตจึงกลายเป็นการต่อสู้ดิ้นรนระหว่างธาตุพระเจ้า กับธาตุวัตถุ

บางกระแสก็สอนว่าพระวจนะคือกระแสจิตที่ส่องลงมาถึงโลกมนุษย์ เพื่อคอยดูแลให้อยู่ในระบบระเบียบ บันดาลให้เอกภพมีกฎเกณฑ์เป็นระบบเครือข่าย

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018