Hume on ideas ฮิวม์เรื่องมโนคติ

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ลัทธิประสบการณ์นิยมได้เริ่มวิจารณ์หลักการของฝ่ายเหตุผลนิยมโดยปฏิเสธมโนคติแต่เกิด แล้วเอามโนคติที่ได้จากประสบการณ์โดยตรงเข้าแทน จึงนับเป็นการเริ่มลัทธิประสบการณ์นิยม แต่ครั้นมาถึงปัญหาว่ามโนคติตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ลัคได้วิเคราะห์ดูกำเนิดของมโนคติแล้วก็ตัดสินว่าตรงกันเป็น 3 ระดับ ซึ่งก็ไม่ผิดกับคำสอนของเหตุผลนิยม แต่ไม่กล้าสรุปต่อไปตามเหตุผลจนถึงที่สุด บาร์กลีย์ได้แก้ไขข้อบกพร่องนี้ไปเสียอีกทางหนึ่ง โดยสรุปเพื่อประโยชน์ทางศรัทธาต่อพระเจ้าโดยบอกว่ามโนคติไม่มีทางจะตรงกับความเป็นจริงได้เลย เพราะไม่มีทางติดต่อถึงกัน ความเป็นจริงสำหรับปัญญาจึงเหมือนกับไม่มี มโนคติเป็นสิ่งสร้างของปัญญาโดยแท้

ฮิวม์ไม่มีจุดหมายทางเทวนิยม แม้ฮิวม์จะมีเพื่อนเป็นนักบวชหลายท่าน แต่นั่นเป็นเรื่องของการเข้าสังคม ใจจริงของฮิวม์นั้นไม่เชื่อเรื่องศาสนาหรือโลกหน้าแต่ประการใดเลย ฮิวม์จึงแก้ไขจุดบกพร่องของลัคไปอีกแบบหนึ่ง คือผลักดันจุดเริ่มต้นของลัคไปให้สุด ๆ ตามครรลองแห่งเหตุผล
ฮิวม์จึงเริ่มต้นระบบความคิดของตนเหมือนนักประสบการณ์นิยมทั้งหลาย ว่าความรู้ทุกอย่างมาจากผัสสะ (All knowledge comes from sensation)แต่เห็นเหมือนบาร์กลีย์ว่า ลัคแยกคุณภาพเป็นปฐมภูมิและทุติยภูมิอย่างไร้มูลฐาน เห็นด้วยกับบาร์กลีย์ว่าประสบการณ์ทั้งหมดน่าจะเป็นอัตวิสัย แต่บาร์กลีย์แก้ปัญหาโดยยกให้พระเจ้า ฮิวม์เห็นว่าน่าจะอธิบายต่อไปให้ถึงที่สุดได้โดยไม่ต้องอ้างพระเจ้า นี่แหละคือความสมเหตุสมผลของที่ฮิวม์พอใจ

ฮิวม์จึงดำเนินตามแนวทางที่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด โดยเริ่มว่าประสบการณ์ให้ภาพประทับ(impression) และมโนคติ(idea) แก่เราเท่านั้น ความรู้ของเราจึงมีอยู่แค่นี้ เราไม่สามารถยืนยันถึงความเป็นจริงใด ๆ มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสสารหรือจิต ไม่มีภาพประทับใดยืนยันไปถึงสาระความเป็นสาเหตุ, สิ่งสากล หรือความรู้จำเป็นใด ๆ อภิปรัชญา เทววิทยา วิทยาศาสตร์ เป็นเพียงการเดา พระเจ้า เอกภพ วิญญาณ เป็นเรื่องอนุมานเกินตัวทั้งสิ้น ความรู้ที่แจ่มแจ้งก็มีแต่คณิตศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาวิเคราะห์คือวิเคราะห์มโนคติที่ตนเองกำหนดขึ้น ไม่ยืนยันอะไรเลยถึงความเป็นจริง

ปรัชญาที่แท้คือการศึกษาธรรมชาติมนุษย์ ปรัชญาที่แล้ว ๆ มาตั้งอยู่บนสมมุติฐานผิด ๆ จึงสร้างระบบขึ้นมาอย่างไร้ประโยชน์ ปรัชญาที่แท้จะต้องศึกษาธรรมชาติของมนุษย์ จะได้รู้ว่ามนุษย์รู้ได้อย่างไร จะได้เห็นขอบเขตของความรู้ของมนุษย์ว่าอะไรน่าเชื่ออะไรไม่น่าเชื่อ ลัคเริ่มต้นไว้ดี แต่ไม่กล้าเดินหน้าตามหลักการจนถึงที่สุด ฮิวม์จึงได้เขียนหนังสือแถลงเรื่องนี้ใน ตำราว่าด้วยธรรมชาติของมนุษย์ แบ่งออกเป็น 3 ภาค 1)Of the Understanding(ว่าด้วยความเข้าใจ) 2) Of the Passion(ว่าด้วยความอยาก) 3) Of Morals(ว่าด้วยศีลธรรม) ใช้คำพูดเผ็ดร้อนมาก ภายหลังเขียนใหม่หลายเล่มแยกเป็นเรื่อง ๆ สำนวนแข็งกร้าวน้อยลง ขยายความมากขึ้น

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018