cropped-share.jpg

intellectual instinct สัญชาตญาณปัญญา

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ความเข้าใจในพลังของสัญชาตญาณมนุษย์ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ผ่านการพัฒนามาตามลำดับ จากสัญชาตญาณในระดับต่ำสุดได้แก่สัญชาตญาณของสสาร พัฒนาต่อมาสู่สัญชาตญาณพืช สัญชาตญาณสัตว์จวบจนกระทั่งสัญชาตญาณปัญญาของมนุษย์ในที่สุด จะทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม ไม่ตกอยู่ในความครอบงำของสัญชาตญาณในระดับต่ำ ๆ แต่กลับสามารถที่จะใช้สัญชาตญาณปัญญาของมนุษย์เป็นตัวควบคุมสัญชาตญาณต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัว ให้มีทิศทางที่เหมาะสมและเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่มวลมนุษยชาติ และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่คุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
มนุษย์มีส่วนประกอบพื้นฐานเป็นส่วนรูปธรรมที่สสารทั้งหลายเป็นและส่วนที่เป็นชีวิตที่เหมือนพืชและสัตว์ จึงมีสัญชาตญาณที่ติดมาตามธรรมชาติตามลำดับดังนี้

  1. สัญชาตญาณสสาร ซึ่งต้องการอยู่นิ่ง ๆ และคงสภาพเดิมให้นานที่สุด ถ้ามีมากไปไม่ควบคุมก็คือความเกียจคร้านอยากอยู่นิ่ง ๆ ไม่เคลื่อนไหวเหมือนก้อนหินนั่นเอง แต่ในบางสถานการณ์ก็อาจมีประโยชน์ถ้ารู้จักที่จะนิ่งบ้างในจุดที่สมควรนิ่งแต่ก็ต้องรู้จักเคลื่อนไหวในจุดที่ควรเคลื่อนไหวด้วยในฐานะของสิ่งมีชีวิต
  2. สัญชาตญาณพืช ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตนเองเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น จึงพร้อมที่จะชอนไชรากไปดูดหาอาหารกินตามความต้องการโดยไม่เกรงใจใคร ได้แก่สัญชาตญาณเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดการเอาเปรียบซึ่งกันและกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
  3. สัญชาตญาณอารักขีนอย่างสัตว์ พร้อมจะดิ้นรนปกป้องพวกพ้องและความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ของตน โดยยอมเสี่ยงชีวิตและความพอใจทั้งหมดเพื่อแลกกับความพอใจที่ได้สืบยีนของตน(มีทายาทสืบต่อชีวิต) มีประโยชน์ที่ช่วยในการดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่มีโทษถ้ายึดเป็นสรณะเช่นเดียวกับสัตว์ ก็จะเกิดการกระทบกระทั่งเบียดเบียนกันได้ไม่รู้จบ
  4. สัญชาตญาณปัญญา มีเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น ซึ่งได้แก่สมรรถภาพคิดในด้านเหตุผลและด้านสร้างสรรค์ต่าง ๆ ของมนุษย์ มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย พอจะจำแนกเป็น 5 ลำดับขั้นตามกรอบกระบวนทรรศน์ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องพัฒนาตามลำดับดังกล่าวในแต่ละปัจเจค) ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ยุคโบราณ ยุคกลาง ยุคใหม่ จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่าหลังนวยุค (หลังสมัยใหม่)

สัญชาตญาณปัญญาในกระบวนทรรศน์ที่ 5 หลังนวยุคสายกลาง เน้นการใช้วิจารณญาน รู้จักคิด พิจารณา วิเคราะห์และ ประเมินค่า ในสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต โดยเลือกเก็บเอาแต่สิ่งที่ดี ที่เหมาะมาใช้ให้เกิดประโยชน์สุขในการดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของสัญชาตญาณระดับสสาร พืช และสัตว์อีกต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นเรื่อยตามลำดับขั้นของการพัฒนาปัญญาด้วยการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือ และแสวงหา สู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริงทั้งของตนเองและของเพื่อนมนุษย์ทุกคน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018