intensionalistic education of philosophy การศึกษาปรัชญาแบบเติบโต

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ความก้าวหน้าแบบเติบโต (intensionalistic progress) เป็นข้อสรุปจากความเชื่อว่า ความรู้ของมนุษย์ไม่เป็นระบบตายตัว วัตถุแห่งความรู้ทั้งหมดคือ จักรวาลแห่งความรู้ (cosmos) อาจจะมีความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายกันแน่นแฟ้นก็ได้ แต่มนุษย์แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มหรือแต่ละยุคสมัย จะรู้เพียงส่วนหนึ่งตามความสามารถ ซึ่งมีประสบการณ์เท่าที่รู้ได้เป็นพื้นฐาน มนุษย์มีสมรรถภาพเหตุผล (rationality) ทำให้มนุษย์มีความสนใจที่จะสร้างระบบเครือข่ายขึ้นจากข้อมูลเท่าที่มีในขณะนั้น เพื่อความเข้าใจเป็นองค์รวมและคิดต่อ

เมื่อคิดต่อ ๆ ไปก็อาจจะถึงจุดที่เห็นว่าระบบเครือข่ายเก่าใช้ไม่ได้แล้ว จะต้องสร้างระบบเครือข่ายใหม่โดยใช้ข้อมูลเดิมเท่าที่เชื่อว่ายังใช้ได้อยู่ ผนวกกับข้อมูลใหม่ ๆ ที่แทรกเข้าระบบเครือข่ายเดิมไม่ได้ เกิดความเข้าใจใหม่ แล้วก็หาข้อมูลต่อและหาความเข้าใจใหม่ ๆ ต่อไป อย่างนี้เรียกว่า ก้าวหน้าแบบเติบโต คือเติบโตเหมือนสิ่งมีชีวิต

การเปลี่ยนระบบเครือข่ายมิใช่จะทำกันปุบปับเหมือนเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ แต่ค่อยเป็นค่อยไปตามปฏิกิริยาของผู้ร่วมคิดในสังคม อาจจะมีระยะเริ่มอึดอัดใจกับของเก่าจนถึงเวลาที่ทนไม่ไหวแล้วจำต้องพิจารณาหาของใหม่ ซึ่งจะต้องมีการเสนอและการเลือกเฟ้น การทดลองใช้และระยะปฏิบัติตนจนกว่าจะได้รับความนิยมอย่างทั่วถึง แต่ละครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบเครือข่ายอย่างได้ผลก็มีความก้าวหน้าขั้นกระโดด และเปิดโอกาสให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างคล่องตัวอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง เหมือนทารกในครรภ์คลอดออกมาเป็นทารกนอกครรภ์ หากอยู่ในครรภ์ต่อไปก็หมดโอกาสเติบโตต่อไป จะมีแต่ผลร้ายตามมาอย่างไม่รู้จบจนถึงจุดจบได้ ครั้นคลอดออกมาเป็นทารกนอกครรภ์ได้ ทางก้าวหน้าต่อไปก็เปิดกว้างให้ทำได้และทำได้อย่างดี จนกว่าจะถึงจุดอิ่มตัวในขั้นต่อไป ถ้าแก้ปัญหาตกก็จะก้าวหน้าต่อไปแบบเติบโต ดังได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

ก่อนกระบวนทรรศน์ปัจจุบัน หรือกระบวนทรรศน์ที่ 5 (หลังนวยุค) เชื่อกันว่าปรัชญาจะต้องก้าวหน้าแบบขยาย นั่นก็คือ เชื่อว่าเมื่อปัญญาของเราจับระบบเครือข่ายของความเป็นจริงได้แล้ว ต่อไปก็เพียงแต่หาความรู้เพิ่มขึ้นตามระบบเครือข่าย ซึ่งอาจจะเป็นการเติมระบบเครือข่ายที่จับได้แล้วให้เต็มบริบูรณ์ขึ้นมา หรืออาจจะขยายเครือข่ายให้กว้างขวางออกไปอีก ตามรูปแบบระบบเครือข่ายเดิมที่รู้อยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า ความรู้ของมนุษย์มีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นในรูปแบบเดิม โดยมีระบบเครือข่ายเป็นตัวชี้นำ ส่วนกระบวนทรรศน์ที่ 5 เชื่อว่าความก้าวหน้ามีช่วงก้าวหน้าแบบขยายและก้าวหน้าแบบเติบโตสลับกันไป

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018