intention and effect เจตนากับผล

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ปัญหา การกระทำที่เป็นความประพฤติย่อมมีเจตนา คือ ชี้แจงได้ว่าเพราะอะไรหรือเพื่ออะไร เจตนาจึงได้แก่ความตั้งใจให้การกระทำเกิดผลอย่างไรนั่นเอง เช่น ขับรถเร็วเพื่ออวดศักดานับเป็นเจตนาเลว ขับรถเร็วเพื่อช่วยชีวิตคนป่วยนับเป็นเจตนาดี ผู้ที่เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาย่อมจะมีเจตนาต่าง ๆ กัน ดีมากน้อยแล้วแต่กรณีของแต่ละคนส่วนมากผลที่ได้จริง ๆ มักจะไม่ตรงกันกับเจตนานัก บางครั้งได้ผลตรงกันข้ามกับเจตนาเสียเลยก็มี เช่น ขับรถเร็วโดยเจตนาที่จะอวดศักดากลับถึงบ้านเร็ว บังเอิญได้ช่วยชีวิตน้องชายอีกคนหนึ่งขับรถเร็วเพื่อนำคนป่วยในขั้นอันตรายส่งโรงพยาบาล บังเอิญรถแฉลบไปชนเสาไฟฟ้าทำให้คนป่วยช็อกตาย เช่นนี้จะเรียกว่าทำถูกหรือไม่ จะใช่เจตนาหรือผลของการกระทำเป็นมาตรการตัดสินจึงจะถูกต้องเล่า

ฝ่ายยกย่องเจตนา มี อิมมานุเอล คานท์ เป็นอาทิ คิดว่าความถูกต้องอยู่ที่เจตนา ถ้ามีเจตนาไม่ว่าผลจะเกิดขึ้นอย่างไรต้องนับว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง เช่น ผู้มีเจตนาจะขับรถเร็วเกินอัตราเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยนับว่ามีเจตนาดี อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความบังเอิญสุดวิสัย ทำให้ผู้ป่วยต้องตายลงโดยมิได้เจตนา เขาควรได้รับคำสรรเสริญว่าเป็นคนดี ทำถูกต้องแล้ว ส่วนผู้ที่ขับรถเร็วเพื่ออวดศักดา ควรได้รับคำตำหนิว่าไม่ร่วมมือรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน การสามารถช่วยชีวิตน้องชายจากไฟไหม้บ้านเป็นเรื่องของความบังเอิญ มิใช่เป็นความดีอันเกิดจากเจตนาขับรถเร็ว การขับรถเร็วของเขาครั้งนั้นไม่ควรได้รับการอภัยแต่ประการใดทั้งสิ้น พึงถูกลงโทษตามระเบียบ

ฝ่ายยกย่องผล มี เบนเธิม,สจวต มิลล์ และนักประโยชน์นิยมทั้งหลาย คิดว่าเจตนาเป็นเรื่องที่มองเห็นกันยาก และเชื่อได้ยากที่สุด แม้เจตนาของตัวเราเองในการกระทำหลายต่อหลายครั้ง เรายังกำหนดไม่ถูกเลยว่าเราทำไปโดยมีเจตนาอย่างไรแน่ เพราะบางครั้งเจตนาเกิดขึ้นร่วมกันหลายอย่างเหลือเกินจนไม่รู้ว่าเจตนาใดมีส่วนอยู่มากน้อยเพียงใด เช่น เราสนใจดูแลพ่อแม่ในวัยชราโดยที่ใจหนึ่งก็คิดว่าเป็นหน้าที่แต่ก็มีความรู้สึกอยากได้มรดกมาก ๆ ปนอยู่ด้วย จะรู้ได้อย่างไรว่าเราทำถูกต้องหรือไม่ มาตรการที่รู้ได้อย่างเด็ดขาดก็คือผลของการกระทำ ใครจะมีเจตนาดีชั่วอย่างไรไม่ต้องขบคิดให้เสียเวลาเพราะรู้ได้ยากและรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด สู้วัดความถูกต้องกันด้วยผลที่เกิดขึ้นไม่ได้ วัดได้แน่นอนว่า อาจถือเป็นหลักได้ว่าผู้ที่มีเจตนาดีทำการใดย่อมได้ผลดีเป็นส่วนใหญ่ ผู้ที่มีเจตนาร้ายจะก่อให้เกิดผลดีได้นั้นมีน้อย ถ้ายังมีเจตนาร้ายจะต้องเกิดขึ้นให้เห็นสักวันหนึ่งเป็นแน่ สรุปแล้วควรใช้ผลของการกระทำเป็นมาตรการตัดสินความถูกต้องของการกระทำจะดีกว่า

ฝ่ายมัธยคตินิยม ในการตัดสินความถูกต้องสำหรับความประพฤติส่วนตัว เจตนาควรจะเป็นหลักในการตัดสินความถูกต้อง แต่ทว่าในการตัดสินเจตนานั้นควรควรพิจารณาด้วยว่าได้เล็งเห็นผลที่จะติดตามมาหรือไม่ และได้ใช้ความพยายามพอสมควรกับเหตุการณ์ในการคาดคะเนผลที่จะติดตามมาหรือไม่ ถ้าเล็งเห็นผลร้ายจะเกิดขึ้นมากกว่าผลดีแล้วยังฝืนทำไป จะอ้างว่ามีเจตนาบริสุทธิ์หาได้ไม่ อนึ่งถ้าผลีผลามทำไปโดยไม่แน่ใจว่าจะเกิดผลดีจริงหรือไม่ หรือว่าอาจจะเกิดผลร้ายขึ้นมาแทนก็ได้ ก็ต้องนับว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์นัก เลวน้อยกว่ากรณีแรกเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าหากทำไปโดยมีเจตนาบริสุทธิ์โดยมั่นใจว่าเกิดผลดีแน่ แต่ทว่าได้ใช้ความพยายามน้อยเกินไปสำหรับเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างนั้น ย่อมถือได้ว่าเจตนานั้นบริสุทธิ์จริง แต่ความถูกต้องยังบกพร่องอยู่บ้างเพราะมีความรอบคอบไม่พออย่างเช่น ผู้ที่รีบขับรถเพื่อนำคนป่วยหนักส่งโรงพยาบาล ควรจะต้องประมาณดูว่าตนสามารถตนสามารถขับรถเร็วทีสุดขนาดไหนจึงเชื่อได้ว่าปลอดภัยสำหรับคนไข้ และคนไข้มีอาการหนักถึงกับต้องรีบขนาดไหน มีหนทางหาคนที่มีความสามารถขับรถฉุกเฉินได้เก่งกว่าตนหรือไม่ เป็นต้น

ถ้าตัดสินความถูกต้องของความประพฤติตามนัยแห่งกฎหมายแล้ว ควรถือเอาผลของการกระทำเป็นหลัก เพราะเจตนาเป็นเรื่องวัดกันได้ยากตามกฎหมาย แต่เราก็รู้กันอยู่ว่าผู้มีเจตนาดีผลดีย่อมจะเกิดขึ้นมากกว่าผลร้าย และผู้มีเจตนาไม่ดี ผลร้ายย่อมจะเกิดขึ้นมากกว่าผลดี ดังนั้น ถ้าผลเกิดขึ้นกลับกันกับเจตนาก็เป็นเรื่องของความบังเอิญ เพื่อความยุติธรรมในสังคม เราจึงควรดูที่ผลของการกระทำเป็นหลักสำหรับตัดสินความประพฤติตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีหลักฐานยืนยันถึงเจตนาอย่างแน่ชัดพอสมควร ก็ควรเอาเจตนาร่วมตัดสินด้วยโดยให้มีความสำคัญอันดับรอง คือ ถ้าเกิดผลร้ายแต่พิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาดี ก็ควรลดโทษลง และถ้าเกิดผลดีแต่พิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาร้ายก็ควรลดบำเหน็จลง และถ้าหลักฐานปรากฏชัดแจ้งอย่างสมบูรณ์ว่ามีเจตนาร้ายแน่ ๆ ก็ไม่ควรให้บำเหน็จเลย แต่ก็ไม่ควรลงโทษโดยถือเป็นเรื่องลบล้างกันไป เป็นต้น จึงถือเป็นหลักได้ว่า เมื่อไรก็ตามที่จะต้องทำงานเกี่ยวกับกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายก็ดี การพิทักษ์สันติราษฎร์ก็ดี หรือการตัดสินคดีความก็ดี ต้องถือว่าผลสำคัญกว่าเจตนา

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018