Ipse Dixit and goodness ปกาศิตเจ้าสำนักกับการทำดี

ผู้แต่ง : เอนก สุรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เมื่อกฎหมายออกมากขึ้น ความสลับซับซ้อนก็มากขึ้น จนในที่สุดเกิดมีการขัดแย้งขึ้นในกฎหมาย นอกจากนั้นกฎหมายระยะต่อ ๆ มามักจะส่อให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งบ่อย ๆ ว่า ผู้ออกกฎหมายมุ่งรักษาผลประโยชน์ของตนหรือคนใกล้ชิดจนเกินควร คนมีปัญญาย่อมจะอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ากฎหมายแย้งกันเองเราควรปฏิบัติอย่างไรในกรณีต่าง ๆ และถ้าเราเห็นชัดเจนว่ากฎหมายไม่ยุติธรรมหรือไม่ถูกต้องเราควรปฏิบัติอย่างไร และที่ถูกต้องนั้นคืออย่างไร ผู้ที่สามารถวางวิถีชีวิตจนมีผู้นำมาสั่งสอนและปฏิบัติต่อ ๆ มาจะได้ชื่อว่าศาสนา หากคำสอนของศาสดาไม่ชัดเจน ก็จะมีเจ้าลัทธิตีความต่าง ๆ กัน กลายเป็นนิกายต่าง ๆ ของศาสนาเดียวกัน

ผลดีจากการยืดศาสดาหรือเจ้าลัทธิสำหรับตัดสินในจริยธรรมนั้นมีมาก อย่างน้อยก็แสดงว่ามนุษย์เริ่มเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว ผู้มีอำนาจจะถือโอกาสกดขี่ผู้อยู่ใต้อำนาจได้น้อยลง กฎหมายจะค่อย ๆ ยุติธรรมมากขึ้น แต่ผลเสียก็มีมากเหมือนกัน เพราะคนจำนวนมากจะอ้างศาสนาเพื่อทำกิเลสของตนเอง มีอยู่บ่อยครั้งที่คนเราทำตามเสียงของกิเลสโดยมั่นใจว่าทำตามเสียงของศาสนา อย่างเช่นในสงครามครูเสด ทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่าตนรบเพื่อพระเจ้า และทารุณต่อฝ่ายตรงกันข้ามเพื่อพระเจ้า เป็นต้น

เมื่อความเชื่อถือต่อศาสนาแพร่หลาย ผู้ที่ถือกฎหมายก็จะถือเพราะศาสนาบังคับโดยถือว่าการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นบุญ การละเมิดกฎหมายเป็นบาป แต่สำนึกได้ว่ากฎหมายขัดกับศาสนา การละเมิดกฎหมายจะเป็นบุญ การปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นบาปในระยะนี้ศาสนามีอำนาจกำหนดมาตรการทางจริยะอย่างเด็ดขาด เพราะคนทั่วไปถือว่าการปฏิบัติตามศรัทธาเป็นความดีสูงสุดและบริสุทธิ์ที่สุด ที่ผู้ศรัทธาพึงเสียสละทุกสิ่งให้แม้ชีวิต จึงเป็นเหตุให้การเมืองเข้าแทรกแซงแสวงหาอำนาจในศาสนาโดยมิชอบกันไม่น้อย เป็นเหตุให้มากซ์ (Carl Marx 1818-1883) อ้างได้ว่าศาสนาเป็นฝิ่นมอมเมาประชาชน เนื่องจากนักการเมืองใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจและรักษาอำนาจของตน จนไม่คำนึงถึงจุดหมายอันแท้จริงและถูกต้องของศาสนาตามเจตนารมณ์ของศาสดาผู้ตั้งศาสนานั้น ๆ ขึ้น

ระหว่างนี้ประเพณีจะยังคงมีต่อไป และถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวต่อไป และถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวต่อไป ไม่มีผลทางจริยธรรมมากนัก ผิดประเพณีผิดได้แต่อย่าผิดกฎหมาย

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018