philosophy, middle way of  มัชฌิมแห่งปรัชญา

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

                การศึกษาปรัชญาในปัจจุบันมีทางเลือกอยู่ 3 แนวทางดังต่อไปนี้

  1. วจนศูนย์นิยม(logocentrism) ให้แข็งแกร่งน่าเชื่อ และวางกติกาให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างเต็มที่  กลุ่มนี้ได้แก่บรรดาผู้พยายามรื้อฟื้นลัทธิเดิมขึ้นมาปรับปรุงเพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวอย่างเหนียวแน่นยิ่ง ๆ ขึ้น  มักจะเติมคำว่า “neo-” (ใหม่) หรือ “ new” (ใหม่) เข้าข้างหน้าลัทธิเดิม  หรือยกย่องศาสดาใหม่ ๆ อันยังผลให้เกิดขบวนการศาสนาใหม่ (new religious movements) ประเภทยึดมั่นถือมั่นอีกมากมาย  ที่สละความยึดมั่นถือมั่นก็มี ก็จะสังกัดแนวทางที่ 3
  2. สุญนิยมอย่างจัด(nihilism) ปฏิเสธความมีอยู่ของวจนศูนย์นิยมทุกรูปแบบ นั่นคือสอนว่าเครือข่ายทั้งหลายที่ลัทธิวจนศูนย์นิยมเชื่อถืออยู่ทั้งหมดมิได้มีจริงแต่ประการใดเลย ไม่มีเครือข่ายของเอกภพ  เครือข่ายของความเข้าใจเป็นเรื่องเพ้อฝันไม่มีจริง  ความพยายามสร้างเครือข่ายด้วยภาษาเป็นความพยายามที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง  ความรู้ของมนุษย์เป็นความรู้เป็นเรื่อง ๆ เหมือนประสบการณ์แต่ละครั้ง ๆ ไม่มีความสัมพันธ์อะไรจริง ๆ นอกเหนือไปจากที่มนุษย์พยายามทำขึ้นเพื่อความสนุกสนานทางปัญญา เผลอ ๆ ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะว่ามีจริง  ที่สังกัดกลุ่มนี้ คือลัทธิรื้อถอน (deconstructionism) สัมพัทธนิยม (relativism) วิมัตินิยม (scepticism) เป็นต้น  กลุ่มนี้ไม่ยึดมั่นถือมั่นและไม่มีหลักยึดเหนี่ยวแต่จะปลงอนิจจังไปเรื่อย ๆ
  3. กระแสสายกลางปัจจุบัน อาจจะเรียกได้ว่าลัทธิรื้อสร้างใหม่ (reconstructionism)  ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นล่าสุดของลัทธิหลังนวยุคนิยม (postmodernism) คือดำเนินการต่อจากขั้นแรกของลัทธิหลังนวยุคนิยม  ซึ่งมุ่งรื้อถอนจนมีผู้เห็นประโยชน์จากการรื้อถอน  เพราะผู้รื้อถอนเหล่านั้นรื้อถอนด้วยคำวิจารณ์  จึงนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งวิจารณญาณได้เป็นอย่างดี คือ วิเคราะห์และวิจักษ์แต่พวกแรกวิจักษ์เชิงลบเท่านั้น  เพื่อให้สมบูรณ์จึงควรเพิ่มวิจักษ์เชิงบวกเข้าไปด้วย  แล้วก็เพิ่มขั้นสุดท้ายของวิจารณญาณ คือ วิธาน เข้าไปอีกขั้นหนึ่ง วิจารณญาณก็จะสมบูรณ์ถึงขั้นรื้อสร้างใหม่ (reconstruction) ตามอุดมคติของวิจารณญาณ

เพื่อให้เหมาะสมกับสังคมโลกาภิวัตน์  กระแสสายกลางปัจจุบันจึงตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะ “ไม่ละเลยสิ่งใดเลย แต่จะพยายามย้อนอ่านทุกอย่างที่น่าสนใจด้วยวิจารณญาณ” (rejecting nothing but rereading all) ลัทธินี้จึงเข้าได้กับพหุนิยม (pluralism) เสวนานิยม (dialoguism) โลกาภิวัตน์นิยม (globalizationalism) ปรัชญาวิเคราะห์ (philosophical analysis) ปรัชญาอรรถปริวรรต (hermeneutical philosophy) ปรัชญากระบวนการ (process philosophy) ชนิดไม่ยึดวจนศูนย์นิยม เป็นต้น

ที่ว่าเป็นกระแสสายกลางก็เพราะไม่ละทิ้งลักษณะวจนศูนย์เสียทั้งหมด แต่ก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นอย่างเหนียวแน่น  เพียงยึดเหนี่ยวแต่ไม่ยึดติด  คือพร้อมที่จะปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ (ปรัชญากระบวนการ)  โดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย (พหุนิยม) เชื้อเชิญทุกฝ่ายให้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน (เสวนานิยม) ทั้งนี้มิใช่เพื่อถกเถียง (discussion) หรือโต้วาที (debate) ให้เห็นดำเห็นแดง  รู้แพ้รู้ชนะ แต่เสนอข้อถก (agreement) แก่กันและกันเพื่อให้รับพิจารณาและยอมรับด้วยวิจารณญาณ  โดยหวังว่าจะอาศัยกันและกันเพิ่มพูนความรู้ให้ร่ำรวยกันทุกฝ่าย (mutual enrichment) ด้วยท่าทีแบ่งปัน (sharing attitude) โดยมีอรรถปริวรรต (hermeneutics) เป็นวิธีร่วมของทุกฝ่าย  ทั้งนี้ย่อมคาดหมายได้ว่าผู้มีสติสัมปชัญญะและมีน้ำใจดีทุกคนจะพอใจและให้ความร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มกันรับผิดชอบ  ไม่ใช่แบ่งพวกเพื่อแข่งขันเอาชนะกัน  เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เชื่อได้ว่าไม่ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปถึงไหน ๆ มนุษยชาติและโลกทั้งใบจะปลอดภัยและมีสันติสุขกันทุกย่อมหญ้า

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018