second paradigm in China กระบวนทรรศน์ที่ 2 ในจีน

ผู้แต่ง : เอนก  สุวรรณบัณฑิต

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

                เผาตำราเพื่ออนุรักษ์อวิชชา

มีหลักฐานว่ามีชุมชนดึกดำบรรพ์ใช้แผ่นดินจีนเป็นที่อยู่อาศัยนับตั้งแต่ 350,000 ปีเป็นต้นมา  แต่พวกเขามีชีวิตอยู่แบบดึกดำบรรพ์   ตั้งแต่พระเจ้าชางว่างตี่ (Shang) ก่อตั้งราชวงศ์แรกขึ้นในปี ก.ค.ศ.1750 จึงมีการบันทึกที่แสดงว่าชาวจีนเข้าถึงกระบวนทรรศน์ที่ 2 ระยะสัญลักษณ์ (symbolic)   ขงจื๊อ (ก.ค.ศ.551-479) สอนให้ชาวจีนพัฒนากระบวนทรรศน์ที่สองขึ้นเป็นระยะวิชาการ (academic)   หลักเกณฑ์พื้นฐานที่ขงจื๊อวางไว้สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ก็คือ “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” ซึ่งต่อมากษัตริย์จีนที่ต้องการพัฒนาชาติใช้เป็นหลัก  จนมีธรรมเนียมเปิดสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการตามความรู้ความสามารถ จนถึงขั้นเป็นจอหงวนและแม่ทัพ

กษัตริย์จีนองค์แรกที่สนใจใช้ปรัชญาของขงจื๊อพัฒนาประเทศอย่างจริงจังได้แก่ จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ (Chin Shih Huang-tiก.ค.ศ.259-210) รวบรวมอาณาจักรจีนตั้งตนเป็นจักรพรรดิจีนองค์แรก  ใช้หลักการของขงจื๊อเปิดโอกาสให้แข่งขันความสามารถกันเพื่อหาคนดีมีความสามารถเข้ารับราชการ  จัดการสร้างถนน  ขุดคลอง  และริเริ่มสร้างกำแพงใหญ่  สร้างเมืองหลวงที่ซีอาน  ออกตระเวนตรวจตราแผ่นดินเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน   เกิดความขัดแย้งกับศิษย์สำนักขงจื๊อ ที่ปรึกษาลี่ซูจึงแนะนำให้สั่งเผาตำราทั้งหมดทิ้งในปี ก.ค.ศ.213  นอกจากตำรากฎหมาย ตำรายา และตำราการเกษตร

อย่างไรก็ตาม ปรัชญาของขงจื๊อยังคงเป็นหลักชีวิตสังคมของจีนต่อมา  และเพื่อความปลอดภัยจิตตารมณ์อนุรักษ์ก็ครอบงำจิตใจของชาวจีนต่อมาเป็นเวลานาน แม้จะผนวกคำสอนอื่นเช่นลัทธิเล่าจื๊อ พุทธศาสนามหายาน ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม หลักการของขงจื๊อยังคงเป็นหลักยึดเหนี่ยวตลอดมา จนถึงสมัยเหมาเจ๋อตุงปฏิวัติวัฒนธรรม   บัดนี้รัฐบาลจีนมีนโยบายรื้อฟื้นปรัชญาของขงจื๊อเป็นการใหญ่

ชาวจีนโบราณมีคำถามเกี่ยวกับเทพเจ้าอย่างไรต่อจากยุคดึกดำบรรพ์นั้น ไม่สู้จะมีหลักฐานเด่นชัด แต่คำถามที่ชาวจีนโบราณสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ คำถามว่า เราจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมได้อย่างไร ปรากฏตามคัมภีร์ที่ขงจื๊อรวบรวมไว้ว่า ชาวจีนโบราณแสวงหาความกลมกลืนในสังคมด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันอย่างคนในวงญาติ   ความยุติธรรมเป็นมาตรการป้องกันการเบียดเบียนและเอาเปรียบซึ่งกันและกัน  การนับถือกันตามลำดับญาติและตำแหน่งหน้าที่ในสังคมเป็นมาตรการป้องกันการเบียดเบียน   และส่งเสริมความโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กัน ลัทธิเต๋าแสวงหาความกลมกลืนกับธรรมชาติ ส่วนพระพุทธศาสนามหายานแบบจีนก็แสวงหาความกลมกลืนกับลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018