ฮาซีดีม

สาเหตุที่แยกจิตตารมณ์ฮาซีดีนจากจิตตารมณ์ซาโดกีน

เฮเซด (hesed) คือจิตตารมณ์ฮาซีดีน (hasidine) การเป็นฮาซีดีน จิตใจฮาซีดีน จิตฮาซีดีน สาเหตุที่ทำให้เกิดจิตตารมณ์แบบฮาซาดีนขึ้นมานั้นก็คงจะสลับซับซ้อนมาก ไม่แพ้การเกิดจิตตารมณ์แบบไอเอสในปัจจุบัน ต้องวิจัยกันหลายตลบก็ยังไม่จบ เราจะลองศึกษาทำความเข้าใจกันดู ไม่ทำอะไรเลยก็ไม่รู้ รู้บ้างดีกว่าไม่รู้เลย จริงไหมล่ะครับ

ก.ค.ศ.515 ชาวยิวน่าจะมีความสุขที่สุดภายใต้ร่มไทรของมหาอาณาจักรเปอร์เซีย จิตตารมณ์ฮาซีดีน (การได้รักษากฎบัญญัติของพระเจ้าได้ครบถ้วน) กับจิตตารมณ์ซาโดกีม (การมีมหาปุโรหิตเป็นประมุขศาสนาอย่างซาโดกไว้ประกอบพิธีกรรมศาสนาอย่างสง่างามในพระวิหาร) ประสานกันลงตัว อย่างนี้คือจิตหรือจิตารณ์โมเสสหรือโมเซอิก (Mosaic spirit) นั้นคือมหาปุโรหิตเป็นผู้นำและเป็นตัวอย่างของการรักษากฎบัญญัติอันเป็นเงื่อนไขค้ำประกันว่าชาติอิสราเอลเป็นชาติเลือกสรรอยู่ในความดูแลพิเศษของพระยาห์เวห์

ก.ค.ศ.332 แอลเลิกแซนเดอร์เข้ามานมัสการพระยาห์เวห์ถึงในพระวิหารกรุงเยรูซาเลม ขอปวารณาตนทำหน้าที่แทนและให้ดีกว่าจักรพรรดิเปอร์เซีย ทำให้ชาวยิวยังอุ่นใจได้ว่ายังรักษาจิตตารมณ์ทั้งฮาซีดีนและซาโดกีนได้ต่อไปอย่างมั่นคงกว่าเดิม

ก.ค.ศ.323 แอลเลิกแซนเดอร์สิ้นพระชนม์ เหตุการณ์ผันผวน ทั้งชาวฮาซีดีม ชาวซาโดกีม และชาวโมเซอิกต่างเฝ้าดูเหตุการณ์ช็อตต่อช็อต ปรากฏว่าแม่ทัพของแอลเลิกแซนเดอร์ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สำเร็จราชการดูแลเขตแคว้นใดและมั่นใจว่าสามารถรักษาเอกราชได้ก็จะประกาศตัวเป็นกษัตริย์ของเขตแคว้นนั้นๆ ถ้าไม่แน่ใจก็ประกาศนโยบายเป็นเพียงเจ้าประเทศราชและรีบส่งทูตไปขอพึ่งผู้ที่มั่นใจว่าจะคุ้มครองได้ ปรากฏตำแหน่งกษัตริย์ผุดขึ้นทันทีในหลายท้องที่เช่น อียิปต์  เมโสโพเทเมีย เอเธนส์ มาเซโดเนีย ฟรีเยีย เอินทีกเกอเนิส (Antigonus) ผู้สำเร็จราชการแห่งฟรีเจียแสดงเจตนาเป็นผู้สืบตำแหน่งของแอลเลิกแซนเดอร์ ผู้สำเร็จราชการหลายแห่งยอมอ่อนน้อม ผู้ไม่ยอมอ่อนน้อมมีโทว์เลมีแห่งอียิปต์ เสอลูเขิส (Seleucus) แห่งเมโสโพเทเมีย เขิสแซนเดอร์ (Cassander) แห่งแมสเสอโดว์เนีย และเลอซีมเมอเขิส (Lysimachus) แห่งเธรส

โทว์เลมีพอได้ส่วนแบ่งก็รีบอ้างกรรมสิทธิ์เหนือปาเลสไตน์ ก.ค.ศ.320 ยกพลเข้ายึดเยรูซาเลมโดยละม่อมในวันสับบาโต เพราะชาวยิวยึดมั่นในหลักฮาซีดีม ไม่ยอมทำการในวันพระ ช่วงนั้นเสอลูเขิสแห่งเมโสโพเทเมียไม่มีปฏิกริยา เพราะกำลังป้องกันเมโสโพเทเมียจากการรุกรานของเอินทิกเกอเนิส รู้สึกว่าเป็นกองกำลังที่น่ากลัว และกำลังมุ่งหน้าไปยึดอียิปต์จึงขอให้ทางอียิปต์ช่วยตัดกำลัง  โทว์เลมิ (Ptolemy) แห่งอียิปต์รีบนำกองทัพส่วนหนึ่งที่ดูแลปาเลสไตน์กลับไปป้องกันอียิปต์ กวาดต้อนชาวยิวจำนวนหนึ่งไปใช้งานซึ่งได้รับการปฏิบัติอย่างดี ทำให้มีชาวยิวอีกจำนวนหนึ่งอพยพไปภายหลังเพื่อตั้งหลักทำกินส่วนตัว หรือเป็นทหารรับจ้าง หรือรับราชการอื่น โทว์เลมิเอาใจเพื่อให้ช่วยต่อต้านฝ่ายอื่นมายึดครอง การเอาใจทั้งหลายเหล่านี้จะยังผลให้ชาวยิวจำนวนมากต่อมานิยมอารยะธรรมกรีกใหม่ของแอลเลิกแซนเดรีย

เอินแทกเกอเนิสยึดอียิปต์ไม่สำเร็จจึงเบนเส้นทางเดินทัพขึ้นเหนือยึดได้ซีเรียและเอเชียไมเนอร์ทีละเมืองไปตามลำดับ

ก.ค.ศ.312 เดเมตรีอุส (Demetrius) บุตรชายคนหนึ่งของเอินแทกเกอเนิสยกพลเข้ายึดปาเลสไตน์แทนอียิปต์ เอินแทกเกอเนิสยกพลเข้ายึดกาซาของอียิปต์ โทว์เลมิขอความช่วยเหลือจากเสอลูเขิส สามารถขับไล่เอินทาายเกอเนิสจากกาซา และเดเมตรีอุสยึดครองปาเลสไตน์ไว้ต่อไปซึ่งอียิปต์ไม่ว่ากระไร

ก.ค.ศ.302 ดินแดนที่เหลือ 4 แห่งลงมติช่วยกันปราบเอินทายเกอเนิส            ภายใต้การนำของเสอลูเขิส

ก.ค.ศ.301 เอินทายเกอเนิสสิ้นฤทธิ์ที่อีพเสิส (Ipsus) แห่งเธรส เสอลูเขิสได้ซีเรียคืนจึงย้ายเมืองหลวงมาที่อันทิโอกแห่งซีเรีย ส่วนโทว์เลมิได้ปาเลสไตน์คืนมาเกลี้ยกล่อมให้ชอบอารยธรรมกรีกใหม่ต่อไป พวกที่ชอบอารยธรรมกรีกต่อมามีแนวโน้มที่จะแยกตัวออกไปเป็นพรรคสะดูสี ส่วนที่เหลือมีแนวโน้ม้ที่จะแยกตัวออกไปเป็นพรรคฟารีสีเพื่อต้านแนวโน้มสะดูสีและการฝักใฝ่ซีเรีย เพราะที่ซีเรียมีผู้ใช้ภาษากรีกแต่น้อย ส่วนมากใช้ภาษาอาราเมกเหมือนที่บาบิโลว์เนีย ความผูกพันกับบาบิโลว์เนียยังแน่นแฟ้นอยู่ เพราะชาวยิวที่ไม่ได้กลับมาสร้างเยรูซาเลมแต่ยังคงทำมาหากินอยู่ที่บาบิโลนมีอยู่มาก พวกเขายังนับถือศาสนาเคร่งครัดแบบฮาซีดีมและไม่สนใจเรื่องของซาโดกีม ความนิยมไม่ลงรอยกันเช่นนี้จะเป็นปัญหามากมายต่อมาและมีบทบาทชัดเจนในการสอนและปฏิบัติมติของพระเยซู แทรกเข้าไปในทุกหัวระแหงของคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ของชาวคริสต์

ในแง่ของซาดีกีม สืบย้อนไปได้ว่า ในขณะที่แอลเลิกแซนเดอร์ให้เกียรติชาติยิว โดยทรงยอมสละเวลาไปไหว้พระยาห์เวห์ถึงในพระวิหาร แน่นอนว่ามหาปุโรหิตต้องถวายการต้อนรับอย่างเป็นทางการ เขาผู้นั้นคือยัดดูอา (Jaddua) ซึ่งสืบเชื้อสายตามระเบียบจากซาโดกและก็คงจะเป็นเจ้าประเทศราชขึ้นต่อมหาอาณาจักรเปอร์เซียจนกว่าแอลเลิกแซนเดอร์จะประกาศยึดอำนาจได้จากเปอร์เซีย

ก.ค.ศ.320 โอนีอัสที่ 1 สืบสันตติวงศ์ ขึ้นต่ออียิปต์

ก.ค.ศ.290 ซีโมนที่ 1 สืบสันตติวงศ์

ก.ค.ศ.? เอเลอาซาร์ผู้เป็นอาสืบตำแหน่ง

ก.ค.ศ.? มานาสเซร์ผู้เป็นอาของเอเลอาซาร์สืบตำแหน่ง

ก.ค.ศ.250 โอนีอัสที่ 2 บุตรชายของซีโมนสืบสันตติวงศ์ ส่งเสริมความสัมพันธ์กับซีเรียและบาบิโลน

ก.ค.ศ.242 แสดงการแข็งข้อต่ออียิปต์โดยงดส่งส่วยหลวง หลานน้าชื่อโยเซฟ น้องเขยหรือบิดาของโยเซฟ ชื่อโทบิท (Tobit) เป็นนักธุรกิจร่ำรวยจากการค้าขายกับอียิปต์ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของโอนีอัส โยเซฟเอาความไปรายงานให้กษัตริย์โทว์เลมิแห่งอิยิปต์วินิจฉัย จึงทรงแต่งตั้งให้โยเซฟเป็นกษัตริย์ต้นราชวงศ์โตบิทของยูเดียขึ้นต่ออียิปต์ คงให้โอนีอัสที่ 2 เป็นเพียงมหาปุโรหิตเพียงตำแหน่งเดียว และตั้งแต่นั้นมา 2 ตำแหน่งก็แยกตัวบุคคลกัน อย่างไรก็ตามน้องชาย 3 คนของโยเซฟเข้าข้างซีเรียคือโยชูวา โอนีอัส และซีโมน เป็นนักธุรกิจ

ก.ค.ศ.? ซีโมนที่ 2 บุตรชายของโอนีอัสที่ 2 สืบสันตติวงศ์ มีบุตร 2 คนคือโอนีอัสที่ 3 และเจสัน

ก.ค.ศ.? เหอร์แคนเนิส (Hyrcanus) บุตรของโยเซฟสืบสันตติวงศ์กษัตริย์เมืองขึ้นต่ออียิปต์

ก.ค.ศ.219 อันทิโอคุสที่ 3 แห่งซีเรียยึดปาเลสไตน์ ยึดตำแหน่งกษัตริย์จากเหอร์แคนเนิสมาให้แก่มหาปุโรหิตซีโมน

กค.ศ.217 โทว์เลมิที่ 4 ยึดปาลสไตน์จากอันทิโอคุสที่ 3 และยึด 2 ตำแหน่งจากซีโมนคืนให้แก่เหอร์แคนเนิสแห่งราชวงศ์โทบิท

ก.ค.ศ.201 สภาซันเฮดรินมีมติเข้าข้างซีเรีย เพราะซีเรียเป็นผู้นำในการปราบเอินแถกเกอเนิส คืนตำแหน่งแก่ซีโมน อียิปต์ยกทัพมาสั่งสอนผู้ทรยศ คืนตำแหน่งแก่เหอร์แคนเนิสแห่งราชวงศ์โทบิท

ก.ค.ศ.199 อันทิโอคุสที่ 3 แห่งซีเรียยกทัพมาขับไล่ทัพอียิปต์กลับประเทศเป็นครั้งสุดท้าย คืน 2 ตำแหน่งแก่ซีโมน

ก.ค.ศ.198 โอนีอัสที่ 3 บุตรของซีโมนที่ 2 สืบสันตติวงศ์ 2 ตำแหน่ง ซีเรียพยายามเอาใจชาวยิวนานัปการเพื่อให้เต็มใจเป็นเมืองขึ้นของซีเรีย

ก.ค.ศ.187 อันทิโอคุสที่ 3 ถูกฆาตกรรม โอรสเสอลูเขิสที่ 4 สืบราชสสมบัติ เงินไม่พอใช้แก้ปัญหาด้วยการปล้นพระวิหารเยรูซาเลม สร้างความรู้สึกเคียดแค้นแก่ชาวยิว

ก.ค.ศ.175 เสอลูเขิสถูกฆาตกรรมโดยกบฏเฮลีโอโดเริส (Heliodorus) น้องชายอันทิโอคุสที่ 4 ขึ้นครองอำนาจโดยปราบกบฎและสำเร็จโทษรัชทายาทองค์น้อย เสอลูเขิสเคยถูกกักตัวไว้เป็นตัวประกันที่โรมและที่เอเธนส์เพื่อไถ่ตัวบิดาที่ถูกทหารโรมันจับตัว รู้ตัวดีว่าชาวโรมันต้องการสร้างมหาอาณาจักรของตนบนแผนที่ของแอลเลิกแซนเดอร์ มีวิธีเดียวจะขัดขวางได้คือรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวและปรับคุณภาพพลเมืองให้เหนือชาวโรมัน จึงตั้งใจพัฒนาพลเมืองของตนทั้งหมดให้พร้อมรับสถานการณ์ใหม่ แต่ชาวยิวฮาซีดีนรับสภาพไม่ได้ เรื่องจึงบานปลายใหญ่โต            นโยบายถูกใช้เป็นพิมพ์เขียวพัฒนาพลเมืองของมหามาณาจักรซีเรียอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถูกกลืนเข้าในมหาอาณาจักรโรมันอย่างที่กลัวไว้จนได้โดยพามพีย์ยึดอันทิโอกได้ในปีก.ค.ศ.65

 

เมื่อฮาซีดีมสะอึก

สาเหตุสใกล้ชิดมาจากนโยบายการเมืองของจักรพรริอันทิโอคุสที่ 4 แห่งซีเรียที่คิดจะต่อต้านการขยายเขตแดนมหาอาณาจักรเข้ามาในดินแดนที่ยังเหลือของมหาอาณาจักรของแอลเลิกแซนเดอร์มหาราช อันทิโอคุสคิดจะใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ คือสร้างกำลังกองทัพให้สามารถบังคับนโยบายได้และเสนอความเจริญในด้านชีวิตความเป็นอยู่เป็นเครื่องล่อใจคนชั้นสูง ส่วนคนชั้นต่ำก็ล่อใจด้วยการให้เสรีภาพเต็มที่ในการเลือกนับถือศาสนาระดับไสยศาสตร์อย่างเต็มที่แต่ควบคุมส่วนที่เป็นปรัชญามิให้เป็นอุปสรรคต่อการปกครอง เราจึงควรศึกษาดูการดำเนินนโยบายของอันทิโอคุสกันเป็นพื้นฐานสักหน่อยว่ามีผลกระตุ้นจิตฮาซีดีมอย่างไรระหว่างก.ค.ศ.175-164

เมื่อขึ้นครองราชย์นั้น ผู้ควบอำนาจกษัตริย์และมหาปุโรหิตแห่งยูเดียคือโอนีอัสที่ 3 มีจิตารมณ์แบบฮาซีดีม ส่วนน้องชายชื่อโยชูวามีนามภาษากรีกว่าเจสัน (Jason) ดังสุภาษิตว่าสำนวนบอกภาษา กิริยาบอกตระกูล อันทิโอคุสเดาออกทันทีว่าต้องเป็นคนชอบวัฒนธรรมกรีก จึงอยากสนับสนุนให้มีอำนาจบริหาร ซึ่งก็ตรงกับจินตนาการของเจสันอยู่พอดี ดังนั้นพอมีโอกาสได้พบปะเจรจากัน ทุกอย่างก็ลงตัว อันทิโอคุสต้องการเงินเจสันก็จะช่วยหาให้ ต้องการล้างสมองประชาชนด้วยวัฒนธรรมกรีกเจสันก็ยินดีตอบสนองนโยบายทุกอย่าง อันทิโอคุสก็เลยปลดโอนีอัสที่ 3 ออกจากตำแหน่งกษัตริย์แห่งยูเดียและแต่งตั้งเจสันเป็นกษัตริย์ เพื่อช่วยกันทำทุกวิถีทางที่จะล้างสมองชาวยิวทั้งหมดให้หลงใหลอารยธรรมกรีกใหม่ของซีเรียและอยากได้สิทธิพลเมืองซีเรีย เจสันสัญญาจะสร้างยิมเนเซียมและสถานเริงรมย์ต่างๆตามมาตรฐานกรีกใหม่ จะเก็บส่วยส่งไปบำรุงรัฐบาลกลางให้มากที่สุด จะส่งนักกีฬาไปร่วมกีฬาโอลิมปิก มหาปุโรหิตโอนีอัสที่ 3 รู้สึกไม่ปลอดภัยจึงลี้ภัยไปอยู่กับชุมชนยิวทีเฮสีโอโปลิสในลำน้ำไนล์ตอนบน เจสันจึงถือโอกาสขออันทิโอคุสให้แต่งตั้งตนเป็นมหาปุโรหิตควบอีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งก็ได้ตามที่ขอ ทำให้ซีโมนหัวหน้ารปภ.ของพระวิหารไม่ถูกอารมณ์ เขาเป็นลูกคนหนึ่งของโทบิทมหาเศรษฐี จึงยุให้น้องชายเมนเนอเลเอิส (menelaus) นำเงินก้อนใหญ่ไปถวายกษัตริย์อันทิโอคุสเพื่อขอตำแหน่งซึ่งอันทิโอคก็ให้ตามขอทั้ง 2 ตำแหน่ง ยังความไม่พอใจแก่เจสันอย่างยิ่ง จึงส้องสุมผู้คนขับไล่ทหารซีเรีย  ขณะนั้นอันทิโอคุสยกทัพไปบีบกษัตริย์โทเลมิแห่งอียิปต์ให้ยอมขึ้นกับตนเพื่อร่วมมือกันต่อต้านมหาอาณาจักรโรมัน กษัตริย์อียิปต์ขณะนั้นอ่อนแอมาก จึงยอมจำนนแต่โดยดี อันทิโอคุสเดินทัพกลับผ่านทางยูเดีย มีข่าวลือว่าอันทิโอคุสสิ้นพระชนม์ เจสันจึงยกพลเข้ายึดอำนาจในกรุงเยรูซาเลมโดยฆ่าฟันผู้ขัดขวางอย่างโหดเหี้ยมไม่เลือกหน้าว่าเป็นชาวซีเรียหรือยิว อันทิโอคุสรีบยกกำลังทั้งหมดเข้าจัดการกับเจสันซึ่งหนีกระเซอะกระเซิงไม่มีใครยอมให้ที่พักพิงจนตายอย่างอนาถา เมนเนอเลเอิสทิ้งหน้าที่หนีตาย อันทิโอคุสจึงแต่งตั้งฟีลิปผู้ไม่มีหัวนอนคนหนึ่งควบ 2 ตำแหน่ง อันทิโอคุสถือโอกาสเข้าตรวจท้องพระคลังพระวิหาร สั่งทหารริบทุกสิ่งที่อยากได้ และยังสั่งฟีลิปส่งส่วยไปให้เยอะๆจะได้มีงบพอใช้สำหรับแผนการล้างสมองด้วยวัฒนธรรมกรีกใหม่ แล้วเดินทางกลับกรุงอันทิโอกแห่งซีเรียอย่างภูมิใจในปีก.ค.ศ.171

ลุก.ค.ศ.168 ทางอียิปต์กษัตริย์โทเลมิที่ 6 ปรับเปลี่ยนโยบายไปผูกมิตรกับรัฐบาลโรมัน อันทิโอคุสยกทัพใหญ่ไปสั่งสอน ถึงแอลเลิกแซนเดรียกงสุลโรมันยื่นคำขาดห้ามแตะอียิปต์เด็ดขาด อันทิโอคุสหัวเสียหนัก ขณะถอนทัพกลับบ้านผ่านยูเดียผุดความคิดขึ้นมาว่าต้องรีบล้างสมองชาวยิวให้เป็นชาวซีเรียโดยเร็วที่สุดและแน่นอนที่สุด จึงทิ้งทหารไว้ 20,000 นาย ให้แอสเผิลโลว์เนียส (Apollonius) เป็นแม่ทัพและผู้มีอำนาจเต็มจัดการให้ได้ตามแผน แอพเผิลโลว์เนียสตั้งทัพอย่างมั่นคง สั่งบุกยึดเยรูซาเลมวันสับบาโต ไม่มีไครต่อสู้ ยึดได้อย่างละม่อม พบบุรุษก็ฆ่าตาย พบเด็กและสตรีจับไปขายเป็นทาส ผู้หนีตายได้มุ่งหน้าไปรายงานให้ครอบครัวมัคคาบี ซึ่งตกลงใจกันว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อพระยาห์เวห์และประชาชนเลือกสรรของพระองค์

 

เมื่อฮาซีดีมแผลงฤทธิ์

            ทำไมพวกหนีตายจากเยรูซาเลมจึงพร้อมใจกันไปหาพี่น้องมัคคาบี

มัคคาบี (Maccabees) เป็นชื่อกลุ่มของชาย 6 คนในคัมภีร์ไบเบิล คนหนี่งเป็นพ่อชื่อมัท ธาธีอัส (Mattathias) อีก 5 คนเป็นพี่น้องกันเรียงตามลำดับดังนี้ ยอห์น มัคคาบี, สิเมโอนหรือซีโมน มัคคาบี,ยูดาส มัคคาบี, เอเลอาชาร์ มัคคาบี, และโจนาทาน มัคคาบี นักประวัติศาสตร์โยเซฟุส (Josephus) ยืนยันว่ามัทธาธีอัสเป็นหลาานปู่ของฮัสโมเนียน (Hasmonaean) ซึ่งเป็นปุโรหิตนอกสายของซาโดก ดังนั้นเมื่อผู้สืบเชื้อสายของเขาได้เป็นกษัตริย์จึงเรียกรวมกันว่าราชวงศ์ฮัสโมเนียน และเมื่อแต่งตั้งตัวเองเป็นมหาปุโรหิตจึงมีเสียงคัดค้านวว่าไม่มีสิทธิ์เป็นเพราะไม่อยู่ในกลุ่มซาโดกีมตามกฤษฎีกาของซาโลมอน แต่ผู้สนับสนุนก็ให้ท้ายว่า ข้อนี้ไม่ใช่บัญญัติจากโมเสส ในเมื่อกษัตริย์องค์หนึ่งบัญญัติเพิ่ม ไฉนกษัตริย์อีกองค์หนึ่งจะยกเลิกไม่ได้ และตั้งข้อใหม่ได้ ดังนั้นกษัตริย์ซีโมนจึงกล้าบัญญัติขึ้นมาใหม่ว่าต่อไปมหาปุโรหิตต้องสืบเชื้อสายจากตนเท่านั้น ต่อมาพรรคซาโดกีมก็เลยสรุปเหมาเอาเสียเลยอย่างง่ายๆว่า ใครก็ได้ขอให้ทำหน้าที่ประมุขศาสนายูดาห์ ณ วิหารกรุงเยรูซาเลมก็แล้วกัน แม้ไม่สืบเชื้อสาย แต่ก็สืบตำแหน่งจากซาโดกและจากอาโรนทั้งสิ้น

 

แม่ทัสพแอพเผิลโลว์เนียสแหย่รังแตน

            ครั้นกองทัพซีเรียคุมสถานการณ์กรุงเยรูซาาเลมได้แล้ว ก็จัดระเบียบใหม่ตามนโยบายของจักรพรรดิแห่งซีเรีย คือ ให้เลิกพิธีกรรมทุกอย่างที่เคยปฏิบัติต่อพระยาห์เวห์ในพระวิหาร ให้เลิกหยุดงานวันสับบาโต จัดการตั้งรูปเทวราชซูสและเทวรูปอื่นๆในพระวิหารและบังคับให้ปุโรหิตถวายสักการะแด่เทวรูปเหล่านี้แทนที่จะถวายแด่พระยาห์เวห์ ให้เซ่นบวงสรวงเนื้อสุกรและเนื้อสัตว์ต้องห้ามต่างๆได้ตามความนิยมของชาวกรีกใหม่ ห้ามปฏิบัติพิธีเข้าสุหนัดเด็ดขาด ไม่มีอาหารใดต้องห้ามอีกต่อไป ใครอยากรับประทานอะไรก็เชิญได้ตามอัธยาศัย บทบัญญัติทั้งหลายของโมเสสให้ถือว่าโมฆะทั้งหมด ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาถือว่ากบฎต่อจักรพรรดิมีโทษถึงประหารชีวิต จักรพรรดิทรงส่งผู้ตรวจการพร้อมทหารอารักขาออกบังคับกฤษฎีกาทั่วประเทศยูเดีย ผู้ตรวจการจัดให้ตั้งแท่นบูชาเทวรูปกรีกขึ้นในทุกชุมชนยิวและกำหนดให้ทุกวันที่ 25 ของทุกเดือนเป็นวันที่ทุกคนในชุมชนจะต้องออกมาเช็คชื่อทำพิธีบวงสรวงเทวรูปตามกฎหมายกำหนด หากตรวจพบคัมภีร์ศาสนายูดาห์ก็จะนำออกทำพิธีฉีกและเผาไฟ ณ วันนั้น หากมีใครฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาก็จะทำการประหารชีวิตต่อหน้าธารกำนัลในวันนั้นเพื่อมิให้ผู้ใดบังอาจฝ่าผืนอีกต่อไป ในสภาพเช่นนี้มัทธาธีอัสซึ่งได้พาครอบครัวอพยพจากเยรูซาเลมมาอยู่ณตำบลโมดิน (Modin) เพราะรำคาญพฤติกรรมของบรรดาปุโรหิตที่เอาแต่แย่งตำแหน่งโดยไม่สนใจความภักดีต่อพระยาห์เวห์ แต่ก็ยังไม่วายทำตัวเป็นฮาซีดีนไม่ได้อยู่นั่นเอง จำเป็นต้องลี้ภัยไปอยู่บนภูเขาไกลผู้คนยากที่ผู้ตรวจการเอื้อมมือเปื้อนเลือดไปถึงได้ง่าย ปรากฏว่ามีฮาซีดีนที่คิดอย่างเดียวกันมาขอมีเอี่ยวและยินดีเสียสละทุกอย่างแม้ชีวิตเพื่อธำรงจิตตารมย์ฮาซีดีนไว้ให้ได้ มีบันทึกเหตุการณ์สำคัญนี้ไว้ดังต่อไปนี้ (ดู 1 มัคคาบี2:15-28)

เจ้าหน้าที่ที่จักรพรรดิส่งมาบังคับประชาชนให้ละทิ้งศาสนาและถวายบูชาแด่รูปเคารพมาถึงเมืองโมดิน ชาวอิสราเอลจำนวนมากเข้าร่วมด้วย แต่มัทธาธีอัสกับบรรดาบุตรอยู่รวมกับอีกกลุ่มหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงกล่าวแก่มัทธาธีอัสว่า ท่านเป็นคนสำคัญ มีเกียรติและยิ่งใหญ่ในเมืองนี้ ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาบุตรและญาติพี่น้อง ท่านจงออกมาเป็นคนแรก ปฏิบัติตามบัญชาของจักรพรรดิเถิด ดังที่ชาติต่างๆและชาวยูดาห์อื่นๆกระทำกัน แล้วท่านกับบรรดาบุตรจะได้ชื่อว่าเป็นพระสหายของพระจักรพรรดิ ท่านกับบรรดาบุตรจะมีเกียรติ ได้รับเงินทองและของพระราชทานมากมาย แต่มัทธาธีอัสตอบเสียงดังฟังชัดว่า แม้ชนชาติทั้งหมดในมหาอาณาจักรจะปฏิบัติตามพระบัญชา ละทิ้งศาสนาของบรรพบุรุษ ยอมปฏิบัติตามพระบัญชา ข้าพเจ้ากับบรรดาบุตรและญาติพี่น้องจะดำเนินชีวิตตามพันธสัญญาของบรรพบุรุษ ขอพระเจ้าทรงพระกรุณาอย่าให้เราละทิ้งธรรมบัญญัติและขนบประเพณีเลย เราจะไม่เชื่อฟังพระบัญชาของจักรพรรดิ จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากศาสนาของเราแต่ประการใด เมื่อเขาพูดจบ ชาวยิวคนหนึ่งออกมาต่อหน้าคนทั้งหลาย เพื่อถวายเครื่องบูชาบนแท่นเทวรูปแห่งเมืองโมดีนตามบัญชาของจักรพรรดิ มัทธาธีอัสเห็นเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ โทสะพลุ่งขึ้นเพราะความภักดีต่อธรรมบัญญัติของโมเสสตามความรู้สึกของชาวฮาซีดีน เขาวิ่งเข้าไปฆ่าชายคนนั้นตายคาแท่นบูชาและยังรื้อทำลายแท่นบูชาเสียพังกระเจิงด้วย มัทธาธีอัสไปประกาศเสียงดังทั่วทั้งเมืองว่า ผู้ที่รักธรรมบัญญัติและยึดมั่นในพันธสัญญาอย่างฮาซีดีม จงตามข้าพเจ้ามา มัทธาธีอัสกับบรรดาบุตรทั้ง 5 ก็หนีไปซ่อนตัวบนภูเขาอย่างรีบด่วน  ละทิ้งข้าวของทั้งหมดไว้ในเมือง มัทธาธีอัส มัคคาบีจึงกลายเป็นผู้นำฮาซีดีมกบฎต่อมหาอาณาจักรเป็นรายแรกด้วยประการฉะนี้ วีรกรรมของเขายังเป็นที่ประจักษ์เด่นชัดและกล่าวขวัญกันอย่างเทิดทูนสูงเด่นในหมู่ชาวฮาซีดีมในสมัยของพระเยซู

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018