ปรัชญาอปท. (28)

ขอเทิดพระเกียรติพ่อหลวงด้านปรัชญา

            ได้ยินได้อ่านได้เห็นการเยินยอพระเกียรติพ่อหลวงในด้านต่างๆมากมายในช่วงนี้ จนเกือบจะหาแง่ใดแทรกเข้าไปได้ยากยิ่ง แต่ก็ยังจับได้ว่ายังไม่เห็นใครยกพระอัจฉริยะด้านปรัชญาขึ้นมาเทิดทูนเลย บังเอิญกระผมได้รับเชิญให้ไปออกความเห็นเรื่อง “งานวิจัยสหวิทยาการที่ควรจะทำในประเทศไทย” เมื่อวันที่ 25-26 ตุลาคมที่แล้วมา ผมก็เลยได้โอกาสชี้แจงว่า งานวิจัยสหวิทยาการ (inter-disciplinary research) ทำได้ 3 แบบคือ 1. Multi-disciplinary ทำเหมือนขนมชั้น คือ ทำการศึกษาหลายวิชาอย่างแยกๆกันแล้วเอามาต่อกันหรือวางซ้อนกันโดยไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกัน ก็ได้ประโยชน์สำหรับแต่ละวิชาที่นำเอามาศึกษาอย่างอิสระต่อกัน จะเอามาซ้อนกันกี่วิชาก็ได้ และแต่ละวิชาก็จะได้ผลในขอบข่ายของตนอย่างอิสระต่อกัน โดยไม่ได้รับอานิสงค์จากการได้เข้ามาร่วมในการเป็นสหภาพต่อกันแต่ประการใด 2. Trans-disciplinary research ทำเหมือนตำน้ำพริก-เครื่องแกง คือ เลือกเอาส่วนประกอบตามสูตรที่ต้องการของน้ำพริก-เครื่องแกงแต่ละชนิด ครั้นโขลกจนเละแล้วก็แยกไม่ออกว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง แต่ก็รับประทานได้อร่อยดีตามวัตถุประสงค์ งานวิจัยอย่างนี้ไม่สนใจจะให้ประโยชน์อะไรแก่วิชาที่เอาเข้ามาร่วม แต่มุ่งที่ความสำเร็จขององค์รวมเป็นสำคัญ เหมือนการเอาทองแดงกับดีบุกมาหลอมรวมเป็นทองสัมฤทธิ์โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของทองแดง และดีบุก แต่คำนึงถึงประโยชน์ของทองสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ 3. Integrated-disciplinary ทำเหมือนกวนกระยาสารท คือ ส่วนประกอบทุกอย่างยังปรากฏชัดเจน อันได้แก่ถั่ว งา ข้าวพอง ฯลฯ โดยมีน้ำตาลอย่างดีเป็นตัวเชื่อมโยงให้ส่วนประกอบจับตัวกัน เมื่อเคี้ยวกระยาสารท ผู้เคี้ยวยังแยกออกและรู้รสถั่วที่อร่อยกว่าเคี้ยวถั่วอย่างเดียว ในสหวิทยาการแบบนี้ แต่ละวิชาที่เข้ามาร่วมต่างก็ยังปรากฏและทำบทบาทของตนอย่างเต็มที่และมากกว่าที่ทำได้ขณะอยู่โดดเดี่ยว เพราะมีปรัชญาที่ดีทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงเพิ่มคุณค่าให้แก่ทุกสัดส่วน

ก็มีคำถามถามขึ้นทันทีว่าเราจะใช้สหวิทยาการแบบบูรณาการที่ว่านี้ในเรื่องใดที่ชาติต้องการ และใช้ปรัชญาใดจึงจะเหมาะกับพลเมืองไทย ผมมีคำตอบอยู่แล้วครับ จึงตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องนึกว่า เราควรช่วยคณะปฏิรูปแผ่นดินอย่างรีบด่วนด้วยการวิจัยเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินด้วยปรัชญาที่ยังไม่รู้ว่าให้สังกัดลัทธิใดได้ แต่เป็นปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่สรุปเป็นหลักการ (principle) สั้นๆกระทัดรัดว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งผมถือว่าเป็นงานวิจัยที่ควรทำอย่างยิ่งในชาติของเรา ซึ่งควรสนับสนุนให้วิจัยตัวปรัชญาเป็นแม่บท เพื่อเป็นน้ำตาลที่จะต้องแทรกอยู่ในงานวิจัยทุกเรื่องของโครงการ โดยมีข้อสรุปต่อท้ายว่าเรื่องนั้นจะให้ความสุขแก่ผู้รู้ ผู้เผยแพร่ผลงาน และผู้นำเอาไปปฏิบัติอย่างไรบ้าง เท่านั้นก็จะเป็นงานวิจัยที่ควรทำอย่างยิ่งตามความต้องการของชาติในขณะนี้

ผมได้เสนองานวิจัยลูกของแม่บทนี้ประมาณ 50 เรื่อง ท่านที่สนใจโปรดไปสนทนากันได้ในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตและมหาบัณฑิตได้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาคาร 24 ชั้น 4 ห้อง 2443 เวลา 9.00น.- 16.00น. เพราะเราเน้นการสอนและการวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะ ยินดีต้อนรับผู้สนใจเข้าร่วมฟังและออกความเห็นได้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018