ปรัชญาภิรมย์ (38)

พิมพ์เขียว/น้ำเงินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

แฟนคลับ: ถ้าเช่นนั้นขออ่านพิมพ์เขียวพิมพ์น้ำเงินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสักหน่อยได้ไหมคะ

ผม: ได้ซีครับ

พิมพ์เขียว/น้ำเงินธรรมาภิบาลนั้นเป็นฉันใด

พระปฐมบรมราชโองการเป็นพิมพ์เขียว พระพระดำรัสต่างๆหลังจากนั้นคือพิมพ์น้ำเงิน และทรงปฏิบัติอย่างจริงจัง ว่ากันอย่างนี้ผมว่าจะเข้าใจกันได้ง่ายที่สุดและปฏิบัติได้สะดวกที่สุดสำหรับพลเมืองไทยทุกคน เพื่อปฏิบัติได้จริง จำเป็นต้องขยายความตามความเหมาะสมของสถานการณ์จริงและสภาพแวดล้อมที่เป็นจริงของแต่ละคน ขอให้นำไปปฏิบัติได้จริงและบรรลุเป้าหมายจริงแห่งพระปณิธานก็แล้วกัน ดีกว่านั้นก็คือแลกเปลี่ยนความคิดความเข้าใจและประสบการณ์แก่กัน เพื่อเสริมพลังและให้กำลังใจแก่กันและกัน ผมขอเริ่มเป็นตัวอย่าง

สำหรับผมจุดแรกสุดแห่งแรงบันดาลใจได้มาจากพระปฐมบรมราชโองการ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ข้อความสั้นๆนี้กินความครบถ้วนกระบวนการแห่งการบริหารงานทุกระดับ คือ 1.กรอบหรือขอบข่ายบริหารได้แก่การบริหารตนเองเป็นปฐม ขยายผลจากพระปฐมบรมราชโองการ “ครองแผ่นดิน” ออกสู่การบริหารทุกผู้ทุกคนที่มีสายสัมพันธ์ต่อกันกับตน บริหารงานอันเกิดจากน้ำใจของตนที่ฝึกฝนมาดีแล้วและมีผู้ร่วมงานที่ฝึกฝนมาดีแล้ว มาร่วมแรงร่วมใจกันทำงานที่อาจจะเป็นบริษัทส่วนตัวขนาดเล็กจนถึงงานบริษัทหุ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดคือธรรมาภิบาลประเทศชาติ  2.วิถีทางที่เลือกแล้วอย่างหวังผล ขยายผลจากพระปฐมบรมราชโองการว่า “โดยธรรม” ซึ่งควรจะเข้าใจให้เต็มความหมายไม่พึงขาดอย่างใดสักอย่างแม้แต่อย่างเดียว อันต้องประกอบด้วยนิติธรรม จริยธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม อารยธรรม และจรรยาบรรณธรรม อย่าให้ขาดได้แม้แต่สักอย่างอันจะกลายเป็นช่องโหว่ในงานทันทีและจะมีนางแอบแฝงกายมาถือโอกาสใช้ช่องโหว่จนได้ซีน่า ช่องโหว่นิดเดียวอาจทำให้เสียงานใหญ่อย่างน่าเสียดาย 3. เป้าหมายที่ปรากฏชัดเจนในพระปฐมบรมราชโองการว่า “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมย่อมใช้ได้ทั้งสิ้น แต่ขอให้เป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง (the authentic happiness according to reality)” ความสุขคือการมีความพอใจจากการได้ตอบสนองความอยากของสัญชาตญาณ มนุษย์โดยทั่วไปที่ยังไม่บรรลุโสดาบัน ย่อมมีสัญชาตญาณอยากมีความสุขได้ถึง 4 ระดับที่แข่งขันกันชิงดำเพื่อให้ระดับของตนเด่น ไม่ยอมลดลาวาศอกให้แก่กันจึงเกิดความสับสนวุ่นวายและว้าวุ่นในอารมณ์อย่างไม่มีใครจะช่วยได้ ต้องช่วยตัวเองด้วยการศึกษาให้รู้จักตัวเองให้ได้เท่านั้น มิฉะนั้นความสุขแท้ตามความเป็นจริงก็จะเป็นสิ่งแค่เอื้อมและสุดเอื้อมอยู่ร่ำไป เรียนรู้สักนิด จิตจะแจ่มใสและมีความสุขแท้ตามความเป็นจริง เรื่องนี้ต้องขยายโดยจำเป็นครับ

ขอบอกใบ้ให้นิดๆว่า ต้องให้สัญชาตญาณปัญญาเป็นผู้จัดการมรดกในตัวเองเสียก่อน ปัญญามีเม็ดเด็ดนะครับ รู้ว่าต่อมคุณธรรมอยู่ตรงไหน ตีเปรี้ยงเดียวให้ต่อมคุณธรรมแตก ทีนี้ละฮอร์โมนคุณธรรมจะออกจากต่อมคุณธรรม ไปบังคับสัญชาตญาณก้อนหิน สัญชาตญาณพืช และสัญชาตญาณอารักขายีน ให้ทุกสัญชาตญาณหาความสุขอย่างพอดีและพอเพียงไม่ขาดไม่เกินตามพระราชทฤษฎีเศรษกิจพอเพียงอย่างพออกพอใจโดยมีต่อมคุณธรรมสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตาและมีความสุข ใบหน้าสดชื่นแจ่มใสพอเพียง เรื่องนี้ต้องขยายเช่นกันครับ!

แฟนคลับ: ก็หมายความว่าพระปฐมบรมราชโองการเป็นพิมพ์เขียวใช่ไหมคะ แล้วพิมพ์น้ำเงินมีกำกับด้วยไหมคะ

ผม: ถูกต้องทีเดียวครับ พิมพ์น้ำเงินคือ พระดำรัสต่างๆที่ตรัสเพื่ออบรมโดยขยายความจากพระปฐมราชโองการอย่างสม่ำเสมอนับเป็นต้นแบบ เพื่อให้พสกนิกรดำเนินตามเพื่อขยายผลให้กว้างขวางออกไปทั่วแผ่นดิน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ได้ทรงรับรองว่าพระดำรัสต่างๆของพระองค์เป็นปรัชญาชี้แนะการตะล่อมสู่การปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ครอบครัวจนถึงระดับรัฐ ก็นี่แหละที่ผมหมายถึงพิมพ์น้ำเงินละครับ และในเมื่อพระองค์ทรงชี้ว่าเป็นการดำรงและปฏิบัติ ก็หมายความว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องจัดโครงการสร้างจิตสำนึกด้วยการอบรมอย่างเป็นล่ำเป็นสัน พระองค์ตรัสน้อยแต่ปฏิบัติจริยวัตรมาก ทั้ง2รวมกันเป็นเนื้อหาอบรมมหาชนชาวสยามทั้งสิ้น ผมถือว่าเป็นพิมพ์น้ำเงินละครับ มองให้ออก ดูให้ดีซีครับ

แฟนคลับ: จะให้อบรมเรื่องอะไรบ้างล่ะคะ

ผม: ตรงนี้ ถ้ามองว่าพระปฐมบรมราชโองการเป็นวาทกรรมปรัชญา และก็เป็นจริงๆอย่างสมบูรณ์แบบและมีคุณค่ายิ่ง แล้วเราก็มาวิเคราะห์กันตามเทคนิคเชิงปรัชญา โครงการอบรมต่างๆก็จะปรากฏโฉมออกมาชัดเจน

แฟนคลับ: ไหนลองวิเคราะห์ให้ดูซิคะ

ผม: เราหมายถึงพระองค์ทรงกระทำเป็นต้นแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสฝึกฝนและเดินตามรอยพระยุคลบาท คำว่าจะตรงนี้ถ้าเข้าใจตามสำนวนอังกฤษว่า I will ก็เห็นความตั้งพระทัยหนักแน่นว่าจะทำจริงๆและพระองค์ก็ได้ทรงแสดงว่าได้ทรงปฏิบัติตามพระปณิธานมาตลอดเวลาถึง 70 พรรษาอย่างไม่เคยย่นย่อท้อพระทัย ครองหมายถึงทรงใช้พระอำนาจและศักยภาพทั้งหมดเท่าที่เอื้ออำนวยเพื่อดูแลบริหารทุกสิ่งในพันธกิจรับผิดชอบ แผ่นดินมิได้หมายถึงแค่ผิวหน้าดินตามโฉนดเท่านั้น แต่หมายถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในราชอาณาจักร รวมถึงทรัพยากรใต้ดิน ห้วงท้องนภากาศจนทะลุชั้นโอโซนออกไปถึงนอกอวกาศที่พลเมือบของพระองค์จะมีศักยภาพเอื้อมออกไปได้ ทั้งยังรวมถึงผู้คนทุกคน สัตว์ทุกชีวิตและพืชพันธุ์ธัญญาไม้ทุกต้นที่กำลังมีชีวิตอยู่ ที่เคยอยู่มีชีวิตอยู่ และที่จะเกิดใหม่ในอนาคต รวมถึงวัฒนธรรมและอารยธรรมอันเป็นสมบัติร่วมของคนในชาติทั้งหมด โดยธรรมซึ่งแตกแขนงออกได้อย่างน้อยก็คือนิติธรรม คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม อารยธรรม และจรรยาบรรณธรรม ซึ่งจำเป็นต้องมีการอบรมชนิด ปลูก ปลุก อบ รม  บ่ม เพาะ อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องจนเป็นนิสัยและเป็นคุณค่าของชาติ เพื่อประโยชน์สุขเป็นเป้าหมายของการทำดีทุกอย่างตามปณิธาน ตรงนี้ที่ทำให้พระปฐมบรมราชโองการเป็นปรัชญาเต็มรูปแบบ แห่งมหาชนชาวสยามโดยไม่มีการยกเว้นผิว สี เชื้อชาติ อุดมการณ์ และฐานะความเป็นอยู่จนถึงผู้ต้องโทษ ทุกคนต้องมีความสุขได้ตามอัตภาพอันควรมีควรได้

แฟนคลับ: ทำได้หรือคะ ให้ทุกคนมีความสุข

ผม: ทำได้ครับ ต้องให้ทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้ว่าความสุขคืออะไร ให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการฝึกฝนอบรมให้มีความสุข ให้ทุกคนได้มีโอกาสช่วยเหลือแก้ปัญหาความสุขและถูกแก้ปัญหาอย่างมีความสุข

แฟนคลับ: ต้องเรียนรู้อะไรบ้างคะ

ผม: ทุกคนต้องมีโอกาสได้เรียนรู้กระบวนทรรศน์ 5 เพื่อสามารถอ่านใจตนเองได้และอ่านใจกันและกันได้พอสมควร ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ความสุขสามัญ4ระดับและความสุขสูงขึ้นไปจากการได้ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาของตน ทุกคนต้องได้เรียนรู้กระบวนการทำดีตามอัตภาพ

ประเด็นก็คือราชปรัชญาเป็นปรัชญาแห่งการบริหารครบวงจร คือ บริหารตน บริหารคน บริหารงาน อันเป็นการขยายผลจากปรัชญา Good Governance ที่เราเรียกกันว่าธรรมาภิบาล ซึ่งจะให้ครบวงวงจรก็ต้องเข้าใจตามพระปณิธานว่า “ปกครองโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน”  ขยายผลเป็นปรัชญาบริหารแห่งโลกก็คือ ต้องประกอบด้วย 4 ด้านแบบสหวิทยาการเหมือนกระยาสารท คือ ต่างก็ทำบทบาทของตนได้อย่างอิสระแต่ประสานกันด้วย Good Governance

            แฟนคลับ: อย่างที่เวลานี้มีการรณรงค์กันทั่วประเทศให้รื้อฟื้นโครงการพัฒนาตามพระราชดำขึ้นมาทำกันใหม่ทั่วประเทศอย่างคึกคัก ที่ใดที่ยังไม่มีก็พยายามกระตุ้นให้มีขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งนี้เพื่อถือโอกาสถวายเป็นการเทิดทูนในหลวงในโอกาสขึ้นครองราชย์ครบ 70 พรรษา อย่างนี้ใช่ไหมคะคือพิมพ์น้ำเงินที่อาจารย์อยากเห็น

ผม: ยังไม่ใช่พิมพ์ทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงินอยู่นั้นแหละครับ เพราะพิมพ์น้ำเงินคือการสร้างจิตสำนึกซึ่งจะขาดการฝึกและอบรมไปไม่ได้เด็ดขาดเลยแหละครับ

ขั้นการฝึกอบรมอย่างหวังผลนั่นแหละคือพิมพ์น้ำเงิน พิมพ์น้ำเงินต้องมีพิมพ์เขียวไว้นำร่องก่อนซึ่งจะต้องขยายผลจากพระราชดำริ พระราชดำริเองเป็นพิมพ์เขียวของพระเจ้าอยู่หัว ส่วนโครงการต่างๆที่ได้ทรงกระทำไว้เป็นตัวอย่างนั้นเป็นการย้ำพระปณิธานว่า อย่าเอาแต่พูด ต้องมีการกระทำตามที่พูด แล้วจึงพูดตามที่ได้ทำ

แฟนคลับ: ถ้าเช่นนั้นอาจารย์ลองสมมุติสร้างพิมพ์เขียวจำลองให้ดูเป็นตัวอย่างสักตัวอย่างหนึ่งดีไหมคะ

ผม: ก็ได้ครับ แต่ถือว่าเป็นเพียงพิมพ์เขียวจำลองเท่านั้นนะครับ จริงๆนั้นผมทำคนเดียวไม่ได้ดอกครับ เป็นเรืองใหญ่ ต้องทำกันเป็นทีมระดับชาติครับ เพราะเป็นปัญหาของชาติ ในเมื่อขอร้องให้ลองเสนอโรดแมพจำลองให้ดู ก็ขอเสนอให้มีนักวิจัยในเรื่องนี้สัก 10 คนที่จบปรัชญาปริญญาเอกที่ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้และเป็นอาจารย์สอนปริญญาเอกเรื่องนี้ให้ได้ดอกเตอร์สัก 100 คนที่แยกย้ายกันไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อเปิดสอนระดับปริญญาโทให้ได้ผู้จบปริญญาโทสัก 10,000 คนเพื่อให้เพียงพอไปสอนวิชานี้ซึ่งเป็นวิชาบังคับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีและอาชีวะทุกคนทั่วประเทศ ผู้ได้เรียนวิชานี้ในระดับปริญญาตรีสัก 1  ล้านคนจะเป็นวิทยากรอบรมในระดับชุมชนและนักเรียนทั่วประเทศและสม่ำเสมอ เพราะเรี่องนี้เป็นเรื่องของการอบรมบ่มเพาะ ไม่ใช่เรื่องสอนให้ความรู้ สอนเข้าใจครั้งหนึ่งก็พอแล้วตลอดชีวิต ไม่ใช่เช่นนั้น การอบรมต้องจ้ำจี้จ้ำไชพูดซ้ำๆซากๆโดยมีเคล็ดเปลี่ยนสำนวนโวหารหรือตัวอย่างไปเรื่อยๆ ศาสดาของศาสนาสำคัญๆตระหนักเรื่องนี้ดี จึงกำหนดให้เรียนข้อธรรมครั้งหนึ่งแล้วก็กำหนดให้มีการอบรมกันและกันซ้ำๆซากๆประมาณสัปดาห์ละครั้ง ในพระพุทธศาสนาพระภิกษุต้องท่องสวดปาฏิโมกข์ทุกวันพระและชาวพุทธทุกคนพึงเจียดเวลาไปฟังธรรมฟังเทศน์ทุกวันพระ ชาวมุสลิมทุกวันศุกร์ ชาวคริสต์ทุกวันอาทิตย์ เป็นต้น ทั้งนี้ขอเน้นว่าเพราะเป็นเรื่องของการอบรม หน่วยงานราชการทั้งหลายถ้าจัดเวลาอบรมข้าราชการในสังกัดทุกสัปดาห์ไม่ได้ก็ขอเป็นทุกเดือนก็ยังดี

แฟนคลับ: สมมุติว่าได้โรดแมพหรือพิมพ์เขียวแล้ว ทีนี้พิมพ์น้ำเงินเล่าคะ

ผม: สมมุติว่าได้วิทยากรครบถ้วนตามโรดแมพแล้ว หากบุคคลเหล่านี้ไม่เอาไปใช้ หรือไม่มีเวทีให้ปฏิบัติตามบทบาทที่ได้กำหนดให้ ก็เรียกว่าได้แต่พิมพ์เขียว และพิมพ์น้ำเงิน ประเทศชาติก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ผู้รับผิดชอบบริหารงานแผ่นดินต้องจัดเวทีให้พวกเขาได้ปฏิบัติจริงตามบทบาทของตนจึงจะได้การบริหารครบองค์ประกอบของธรรมาภิบาล คือ บริหารตน บริหารคน และบริหารงานครับ

แฟนคลับ: ทำอย่างไรคะ

ผม: พวกเขาจะต้องช่วยกันสร้างเนื้อหาและปรับให้ทันสมัยและทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ทำตำราและอุปกรณ์การสอนให้พลิกแพลงถูกใจผู้เรียนอยู่เสมอ แล้วก็จัดให้มีการเรียนจริง กับการอบรมจริงอย่างสม่ำเสมอ

พิมพ์น้ำเงินของนิติธรรมศึกษาก็คือ

  1. อบรมกฎหมายที่ควรรู้ตามวัยและวุฒิ
  2. อบรมจิตารมณ์ของกฎหมาย คือกฎหมายมีไว้เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
  3. อบรมจิตตารมณ์พอเพียง คือ ไม่ขาดไม่เกิน ถ้าขาดจะเปิดช่องโหว่ให้คนฉลาดเอาเปรียบคนโง่ ถ้าเกินความจำเป็นก็จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้กฎหมายละเมิดสิทธิของผู้หวังพึ่งกฎหมาย

พิมพ์น้ำเงินของจริยธรรมก็คือ

  1. อบรมให้ตระหนักว่าทำดีมีสุขแท้และมากกว่าทำชั่ว
  2. อบรมให้ตระหนักว่าทำดีมีสุขแท้ได้ต้องมีจริยธรรมประจำตัว

3.อบรมให้ตระหนักว่าจริยธรรมคือชุดหนึ่งของคุณธรรมที่ทำให้คนคนหนึ่งหรือกลุ่มชนหนี่งได้ชื่อว่าเป็นคนดี

  1. อบรมให้ตระหนักว่า คุณธรรมคือการประพฤติดีจนเคยชินเป็นนิสัย
  2. อบรมให้ตระหนักว่าความประพฤติดีคือการตัดสินใจทำการตามเสียงชี้ขาดของมโนธรรม ตรงกันข้ามการตัดสินใจทำการฝืนมโนธรรมได้ชื่อว่าประพฤติชั่ว
  3. อบรมให้ตระหนักว่ามโนธรรมคือเสียงชี้ขาดจากปัญญาว่าต้องทำสิ่งที่รู้ว่าดีปราชญ์ยกย่อง และละเว้นสิ่งที่รู้ว่าไม่ดีปราชญ์ตำหนิ
  4. อบรมให้ตระหนักว่าจะทำดีมีสุขแท้ต้องเดินตามสัญชาตญาณปัญญาที่มีความสุขกับการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือ และแสวงหา
  5. อบรมให้ตระหนักว่าทำชั่วมีสุขไม่แท้เพราะเดินตามสัญชาตญาณก้อนหิน สัญชาตญาณพืช และสัญชาตญาณอารักขายีน โดยไม่มีสัญชาตญาณปัญญาควบคุม
  6. อบรมให้ตระหนักถึงกระบวนการทำงานของมโนธรรมเพื่อจับเคล็ดการปรับกิเลสหนาที่สุดสู่คุณธรรมละเอียดอ่อนสุด
  7. อบรมให้ตระหนักว่าคุณธรรมแม่บท 4 เป็นฐานของความดีพร้อมแบบบูรณาการ

พิมพ์น้ำเงินของศีลธรรมก็คือ

1.อบรมให้ซึ้งในเจตนาของศาสดา

  1. อบรมให้ตระหนักว่า ต้องมุ่งที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตไว้ก่อน อย่างไรเสียก็จะเป็นเจตนาของศาสดาไม่โดยตรงก็โดยอ้อม

พิมพ์น้ำเงินของวัฒนธรรมไทยคือ

1.วัฒนธรรมเป็นการแสดงออกภายนอกของอารยธรรม

  1. เรามีอารยธรรมสยามซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษทุกเชื้อชาติที่ได้อาศัยผืนแผ่นดินไทยสร้างคุณค่าไว้ร่วมและรวมกันซึ่งพลเมืองไทยทุกคนเป็นเจ้าของพึงรักและหวงแหน ตลอดจนเอาใจใส่ศึกษาและพัฒนาต่อเพื่อเชิดหน้าชูตาต่อชาวโลก

พิมพ์น้ำเงินของจรรยาบรรณธรรมคือ

1.แต่ละหน่วยงานพึงจัดให้มีจรรยาบรรณที่เจ้าของหรือผู้รับผิดชอบสูงสุดของหน่วยงานเลือกขึ้นมาเป็นจุดเด่นของหน่วยงานและเป็นความภูมิใจของสมาชิกที่มีจุดเด่นดังกล่าว

  1. จรรยาบรรณได้แก่ข้อกฎหมาย ข้อคุณธรรม ข้อศาสนธรรม ข้อวัฒนธรรมและอารยธรรมไทยที่หน่วยงานต้องการชูขึ้นเป็นจุดเด่นของหน่วยงาน

 

หมายเหตุ

              ตอนนี้เป็นตอนจบของเรื่องปรัชญาภิรมย์ ต่อไปทุกเรื่องจะจบในตัว จึงเรียนมาเพื่อทราบ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018