ลัทธิพลังงานนิยม

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

……………

ลัทธิพลังงานนิยม [Energeticism] ถือเป็นลัทธิความคิดที่แสดงความเป็นปรัชญานวยุค (modern philosophy) อย่างที่่สุด แนวคิดหลักเป็นมุมมองต่อโลกกายภาพตามแนวทางสสารนิยม (materialism) โดยมองว่าพลังงานเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพทั้งหลาย  แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนภววิทยาหรือปรัชญาของสิ่งเป็นอยู่ (Being) โดยมีทรรศนะว่า ทุกสิ่งที่มีองค์ประกอบที่ย่อยสุดเป็นพลังงาน แนวคิดนี้ตรงกันข้ามกับแนวคิดมโนคตินิยม (idealism) ซึ่งเน้นว่าสรรพสิ่งมีจิตเป็นพื้นฐาน  แนวคิดพลังงานนิยมนี้มีฐานคิดที่อาจจะเชื่อมโยงไปยัง Ernst Mach (1838-1916)  ซึ่งนักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักปรัชญา  แม้ว่าทัศนคติของเขาต่อเรื่องนี้ก็ยังไม่ชัดเจนแต่ได้มีการยกย่องผ่านนักเคมี Wilhelm Ostwald (1853-1932)

ด้วยทรรศนะที่มีต่อพลังงาน เชื่อว่า มนุษย์ใช้เวลากว่า 200,000 ปี เป็นอย่างต่ำในการพัฒนามาสู่การดำรงอยู่ในปัจจุบัน และมนุษย์ต้องใช้เวลาอีกหลายปีที่รู้ตำแหน่งแห่งหนของเราอย่างแท้จริง  ชัดเจน  ในการอยู่ร่วมกันบนโลกนี้  เพื่อที่จะเข้าใจโลก จะต้องเข้าใจในพลังงาน และชีวิตบนโลกใบนี้ 

ผู้นิยมปรัชญาลัทธิพลังงานนิยมจะมีความเชื่อใน การตระหนักรู้ของจักรวาล (the Universe aware of itself) ความเป็นร่างชีวิตพลังงาน (energetic beings) การตื่นรู้ความมีอยู่ (awarenesses of existence) และเชื่อว่ามนุษย์กำลังเริ่มเข้าสู่การเริ่มต้นแห่งความก้าวหน้า (begin of the progress)

แนวคิดพลังงานนิยมยังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับสุขภาพและโครงสร้างการรักษาตนเองของร่างกาย นอกจากนี้ พลังงานยังเป็นภาวะของร่างกายและจิตใจ การรักษาอารมณ์ไว้จะเป็นการรักษาความสมดุลของสุขภาพอย่างแท้จริงและทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (holistic health engine) ซึ่งสอดคล้องกับภาวะสุขภาพองค์รวม (holistic health wellness) ของเพลโต
อย่างไรก็ตาม Energeticism ถูกปฏิเสธเนื่องจากแนวทางการเรียนรู้ปรัชญาโดยเฉพาะปรัชญาสกุลอริสโตเติล  อีกทั้งแนวคิดพลังงานนิยมได้ปฏิเสธการมีอยู่ของโลกภายใน (micro-world) ซึ่งเป็นแนวคิดของ  Lugwig Boltzmann (1844-1906) นักเคมี และ Max Planck (1858-1947) นักฟิสิกส์ ที่ต่างเสนอว่าสสารและพลังงานนั้นมีความแตกต่างกัน   ดังนั้น พลังงานโดยตัวมันเองนั้นไม่สามารถเป็นหน่วยพื้นฐาน (fundamental unit) ของสรรพสิ่งได้ ซึ่งต่างหลักปฐมธาตุอื่นๆ (first element)

ในปัจจุบัน แนวคิดพลังงานนิยมกลับมาได้รับความนิยมโดยนักหลังนวยุคในระดับผู้วิเศษ (wizardise) เพื่ออธิบายโลก โดยอธิบายจิตในฐานะพลังงาน และใช้แนวคิดฟิสิกส์ควอนตัมเพื่อสนับสนุน ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้อยู่ในกระบวนทรรศน์นวยุค นำไปสู่การเชื่อในแนวคิดระบบจักรวาล (universal system) อเทวนิยม (atheism) และ พลังงานโลกุตวิสัย (secular energeticism) โดยทำให้เกิดทรรศนะร่วมของผู้คนต่อธรรมชาติในฐานะพลังงานที่มีผลถึงกันอย่างสมบูรณ์

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018