อ.ดร.รวิช ตาแก้ว

แนวคิดที่เกี่ยวกับความดีและความงามตามบริบทวัฒนธรรมไทย

  1. แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมอินเดีย

                วัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากอารยธรรมอินเดียสองแนวคิด คือ แนวคิดที่มาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และแนวคิดที่มาจากพระพุทธศาสนา ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้มีดังนี้

แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  ทรรศนะในการมองโลกและชีวิต ได้แยกแยะความคิดเห็นไว้ว่า มนุษย์เรียนรู้ที่จะเสพรสชาติของความรู้สึกที่มีต่อโลก จึงได้วางกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับรสไว้ ซึ่งสังคมไทยได้รับเอาความเชื่อพื้นฐานนี้ไว้กับสังคมไทยในการสร้างสรรค์งานศิลปะกรรมต่าง ๆ โดยมองว่า รสที่ตนเองรับรู้นั้นจะต้องมีเกณฑ์ในการตัดสิน  เกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินเรื่องรส ถูกใช้เรียกแตกต่างกัน เช่น รสของอารมณ์ความรู้สึก ดีใจ เสียใจ  เมื่อใช้ตัดสินเรื่องความงามก็ใช้เกณฑ์เรื่องรสของอารมณ์เป็นเกณฑ์การตัดสินความงามด้วย ดังจะเห็นได้จากการสร้างเรือนไทย ช่างไทยโบราณจะใช้คำว่าปรุงเรือนไทย มากกว่าจะกล่าวว่าสร้างเรือนไทย

เกณฑ์มาตรการความดีเป็นอีกเกณฑ์หนึ่งที่มีอิทธิพลทางความคิดจากเรื่องรส สังคมไทยใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินความดีที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ความเชื่อเรื่องรสของพราหมณ์-ฮินดู ที่ผูกติดมากับความเชื่อของสังคมไทย ดังปรากฏในวรรณคดีที่มีอยู่สังคมไทยในเรื่อง รามเกียรติ์

แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา  ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับความดีในพระพุทธศาสนาได้ปลูกฝังวิธีคิดให้ทุกคนในสังคมไทย ชื่อว่า ผู้ที่มีความดีได้นั้นจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้ ต้องมีศีล จิตต้องบริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่นๆ ให้เดือดร้อน และต้องกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนเองและผู้อื่นด้วย ภาระกิจที่ตนเองต้องประพฤตินั้นทำอย่างไรให้ตนเองมีศีล เพราะไม่มีใครจะช่วยได้ นอกจากตนเองเท่านั้นที่จะช่วยตนเองได้ จึงเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

แนวคิดทางพระพุทธศาสนาที่มีอิทธิพลต่อวิถีคิดของวัฒนธรรมไทยคือ การพึ่งพาตนเอง ซึ่งทำให้คนไทยมีความคิดยึดถือเอาความคิดของตนเองเป็นหลัก เพราะหลักการทางพระพุทธศาสนาได้ผูกติดไว้กับวิถีคิดเช่นนี้มาช้านาน จนมีทรรศนะว่าแนวคิดเช่นนี้เป็นหลักการเบื้องต้นที่ใคร ๆ ก็คิดเช่นเดียวกับตนเอง ซึ่งรวมทั้งแนวคิดในการมองโลกและชีวิตตามหลักการของพระพุทธศาสนา

  1. แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมจีนเป็นวัฒนธรรมที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณี และการเคารพในบรรพบุรุษของครอบครัว ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมหลักตามความเชื่อของครอบครัวและสังคมไทยที่ให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ ซึ่งหลายคนยอมรับว่า วัฒนธรรมไทย แต่โดยแนวคิดและความเชื่อเหล่านี้เป็นแก่นแกนหลักที่มาจากความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษในวัฒนธรรมจีน อันเป็นความคิดและความเชื่อจากหลักการที่ต้องกระทำตนให้สอดคล้องกับธรรมชาติ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ทำให้มุมมองและมาตรการการตัดสินความดีและความงามของนักปรัชญาจีนมีความแตกต่างไปจากความคิดของนักปรัชญาอินเดีย

 

  1. แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมวัฒนธรรมเปอร์เซีย วัฒนธรรมเปอร์เซียเป็นวัฒนธรรมที่ใช้กฎเกณฑ์ทางความเชื่อเป็นเครื่องมือในการยอมรับนับถือซึ่งกันและกันในสังคม โดยวางกฎเกณฑ์ผูกไว้กับหลักการทางศาสนา  แนวคิดและมาตรการตัดสินเรื่องความดีและความงาม จึงยึดถือในการปฏิบัติตนตามหลักการของศาสนาอันเป็นกฎเกณฑ์ในการตัดสินความดีและความงาม

มาตรการตัดสินความดีและความงาม ตามหลักศรัทธาของศาสนาอิสลาม ทำให้ส้งคมไทยใช้แนวคิดดังกล่าวเป็นหลักการที่เน้นย้ำให้สังคมไทยมีความเชื่อมั่นในเรื่อง มาตรการของความดีที่ยึดถือตามแนวคิดของพระพุทธศาสนา และความงามที่ยึดถือความแนวคิดพราหมณ์-ฮินดูผสมผสานกับแนวคิดของพระพุทธศาสนา

4.  แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมประจำถิ่นไทย เป็นแนวคิดพื้นฐานดั้งเดิมของสังคมไทยที่ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องดีและร้าย (ชั่ว) ซึ่งได้แยกแยะให้เห็นว่า สิ่งที่ดีคือสิ่งที่ให้คุณค่าอันเป็นพื้นฐานในการใช้ชีวิต สิ่งใดที่ไม่ได้ให้คุณค่าในวิถีชีวิตถือว่าเป็นสิ่งไม่ดีหรือเป็นสิ่งร้าย ดังนั้นสิ่งดีและสิ่งร้ายโดยพื้นฐานในสังคมวัฒนธรรมประจำถิ่น คือ สิ่งที่สนองตอบต่อวิถีชีวิตที่ดีขึ้น  สิ่งใดไม่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตที่ดีขึ้นก็จะถูกสรุปว่า เป็นสิ่งไม่ดี  เมื่อมีผู้ใดฝ่าฝืนก็จะถูกขับไล่ออกไปจากสังคมและชุมชน ข้อปฏิบัตินี้เป็นหลักการขั้นพื้นฐานที่เห็นได้ชัด ดังเช่น ความเชื่อที่เกี่ยวกับผีปอบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เมื่อผู้ใดถูกมองว่าเป็นปอบก็จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018