conceptual thought by Anek Suwanbundit in 2016

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวคิด EOCR thinking system ให้เป็นทฤษฎีความรู้ (epistemology) ที่มีรากฐานเชิงอภิปรัชญา (ontology) เพื่ออธิบายกระบวนการที่มนุษย์ใช้ในการเข้าถึง ทำความเข้าใจ และยืนยันความจริงของปรากฏการณ์ (phenomena) ในโลก EOCR ซึ่งประกอบด้วย Emergence (E), Order (O), Controlity (C), และ Result (R) ถูกนำเสนอในฐานะ “วงจรของการรู้” (epistemic cycle) ที่เชื่อมโยงการปรากฏของความเป็นจริง การจัดโครงสร้างความเข้าใจ การกำกับเชิงบรรทัดฐาน และการยืนยันผ่านผลลัพธ์เข้าไว้ด้วยกัน

บทความเสนอว่า ความรู้มิใช่สิ่งที่มีอยู่ล่วงหน้า แต่เป็นผลของกระบวนการที่จิตมีปฏิสัมพันธ์กับความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง EOCR จึงทำหน้าที่เป็นทั้งแบบจำลองของความรู้ (model of knowledge formation) และกรอบการวิเคราะห์ความจริง (framework for reality analysis) ที่สามารถบูรณาการแนวคิดจากปรัชญาตะวันตก เช่น phenomenology, transcendental idealism และ philosophy of science เข้ากับมุมมองเชิงสัมพันธ์และพลวัตของความเป็นจริง

บทนำ (Introduction)

คำถามพื้นฐานหนึ่งของปรัชญาคือ “เรารู้ความจริงได้อย่างไร” (How do we know reality?) ซึ่งเป็นคำถามที่อยู่ในขอบเขตของญาณวิทยา (epistemology) อย่างไรก็ตาม การตอบคำถามนี้ไม่อาจแยกออกจากคำถามเชิงอภิปรัชญาที่ว่า “ความจริงคืออะไร” (What is reality?) ได้

ในประวัติศาสตร์ปรัชญา มีความพยายามหลากหลายในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้รู้ (knower) และสิ่งที่ถูกรู้ (known) โดยเฉพาะในยุคแสวงสว่างทางปัญญา (Enlightenment movement) ได้แก่ แนวคิดแบบประจักษ์นิยม (Empiricism) ที่เน้นประสบการณ์ ไปจนถึงเหตุผลนิยม (Rationalism) ที่เน้นความเป็นเหตุผลในการคิดและโครงสร้างของจิตที่รับประกันความคิดนั้น หรือแม้แต่ปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) ในช่วงเวลาต่อมา ที่เน้นการปรากฏของประสบการณ์ของแต่ละคน

อย่างไรก็ตาม แนวคิดเหล่านี้มักแยก “กระบวนการรู้” (knowing process) ออกเป็นส่วน ๆ เช่น การรับรู้ การคิด หรือการพิสูจน์ โดยผู้เขียนมองว่า การอธิบายที่ผ่านมาขาดแบบจำลองที่แสดง “ความต่อเนื่องเชิงพลวัต” (continuum) ของการรู้

ด้วยบริบทนี้ ผู้เขียนจึงได้ประมวลองค์ความรู้ส่วนตนและพัฒนา EOCR thinking system ขึ้นในปี 2016 และได้พัฒนาต่อยอดความคิดเพื่อรวบยอดเป็น “ทฤษฎีความรู้แบบบูรณาการ” ที่อธิบายว่า ความรู้เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และพัฒนาอย่างไรในฐานะกระบวนการที่ต่อเนื่อง EOCR จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือคิด แต่เป็น Epistemic Process Model of Reality-Comprehension ซึ่งเราอาจเข้าใจในระดับของ architecture of reality หรือ practical epistemology ได้

กรอบแนวคิด: EOCR ในฐานะ Onto-Epistemic System

EOCR ประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่

Emergence (E) – การปรากฏของปรากฏการณ์
Order (O) – การจัดระเบียบและสร้างโครงสร้างความเข้าใจ
Controlity (C) – การกำกับและประเมินความหมาย
Result (R) – การยืนยันและผลลัพธ์

ในบทความนี้ EOCR ถูกตีความในฐานะ “ระบบความรู้ที่เชื่อม ontology (การมีอยู่) กับ epistemology (การรู้) ผ่านกระบวนการเชิงพลวัต” กล่าวอีกนัยหนึ่ง EOCR คือ “สะพาน” ระหว่าง Being และ Knowing

Emergence (E): การปรากฏของความรู้

1. ความรู้ในฐานะปรากฏการณ์ (Knowledge as Appearance)

การรู้เริ่มต้นจาก “การปรากฏ” (appearance) ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อจิต ในระดับนี้ จิตเริ่มรับรู้สิ่งเฉพาะหน่วย (particular) ว่าเป็นสิ่งเฉพาะหน่วย ความรู้ยังไม่ใช่ความเข้าใจ แต่เป็นการรับรู้เบื้องต้น ภาวะก่อนการตระหนักรู้ (pre- conceptual awareness) และการมีประสบการณ์โดยตรง

ลักษณะสำคัญของความรู้ในขั้นนี้คือ ยังไม่ถูกตีความ ยังไม่ถูกจัดหมวดหมู่ และยังไม่ถูกประเมิน (pre-judgment) จึงเป็นพื้นที่ของความเป็นไปได้ ในชั้นนี้ เรียกว่า pre-conceptual knowledge

2. ความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์วิทยา

แนวคิด E นี้สอดคล้องกับปรากฏการณ์วิทยาที่เสนอว่า “ความจริงปรากฏต่อจิตก่อนการตีความ”

อย่างไรก็ตาม EOCR ขยายแนวคิดนี้โดยเสนอว่า “การปรากฏมิใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการรู้”

3. Emergence ในฐานะ Ontological Event

ในเชิงอภิปรัชญา การปรากฏคือ เหตุการณ์ของการมีอยู่ (event of Being) สิ่งที่เรารับรู้จึงไม่ใช่เพียงข้อมูล แต่เป็นการที่บางสิ่งเลือกที่จะปรากฏใน “ขอบเขต” ของการรู้

Order (O): การจัดโครงสร้างความรู้

1. จากการปรากฏสู่ความเข้าใจ

เมื่อปรากฏการณ์เกิดขึ้น จิตจะเริ่มจัดกลุ่ม เปรียบเทียบ และเชื่อมโยงเหตุและผล ก่อรู้เป็นความเข้าใจในระดับของ conceptualization และ system formation กระบวนการนี้ทำให้เกิด “โครงสร้างของความเข้าใจ” (structured understanding)

2. ความรู้ในฐานะโครงสร้าง (Structured Knowledge)

ความรู้ในขั้นนี้จะไม่ใช่ข้อมูลดิบอีกต่อไป แต่เป็นแบบแผน (patterns) ความสัมพันธ์ (relations) และระบบ (systems) ในชั้นนี้เรียกว่า ความรู้เชิงกรอบความคิด (conceptual knowledge)

3. Order และโครงสร้างของโลก

EOCR เสนอว่า โลกที่เรารู้มิใช่โลกดิบๆ แต่เป็นโลกที่ถูกจัดระเบียบผ่านกรอบของจิตแล้ว ดังนั้น ความจริงที่เรารู้ = ความจริงที่ถูกจัดรูปแล้ว (สอดคล้องกับปรัชญาของ Immanuel Kant เรื่อง categories of understanding)

Controlity (C): การกำกับและประเมินความรู้

1. การเปลี่ยนจากความเข้าใจสู่การตัดสิน

เมื่อมีโครงสร้างความเข้าใจ มนุษย์จะเข้าสู่ “การตัดสิน” ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง (truth vs false) ประเมินว่าอะไรดีหรือไม่ดี (good vs bad) และเลือกสิ่งที่ควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ (relevant vs irrelevant)

2. ความรู้เชิงบรรทัดฐาน (Normative Knowledge)

ในขั้นนี้ ความรู้มีลักษณะเป็นการตีความ การให้คุณค่า และการกำหนดความหมาย

3. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และอำนาจ

การตัดสินความจริงคือ รูปแบบหนึ่งของ “อำนาจ” ผู้ที่มีความรู้จึงมีอำนาจในการกำหนดความหมายและอำนาจในการชี้นำการกระทำ

4. Responsibility ของการรู้

EOCR เน้นว่า การรู้มาพร้อมกับความรับผิดชอบ การตัดสินที่ผิดพลาดจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาด

ดังนั้น epistemology จึงเชื่อมกับ ethics อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Result (R): การยืนยันและผลลัพธ์ของความรู้

1. ความรู้ต้องผ่านการทดสอบ

ความรู้จะไม่สมบูรณ์จนกว่าจะถูกนำไปใช้ การนำไปใช้ทำให้เกิดผลลัพธ์ ประสบการณ์ใหม่ และการยืนยันหรือการหักล้าง เพื่อให้ได้ความรู้ในระดับ validated knowledge

2. รูปแบบของการยืนยันความรู้ ได้แก่
1) Pragmatic validation – ใช้ได้ผลจริง
2) Experiential validation – สอดคล้องกับประสบการณ์
3) Coherence validation – ไม่ขัดแย้งกับระบบความรู้

3. Result ในฐานะ Feedback

ผลลัพธ์จะย้อนกลับไปยัง Emergence และเริ่มวงจรใหม่ ในลักษณะของ epistemic feedback loop

สรุปรวบยอดกรอบความคิด

EOCR Cycle: วงจรของการสร้างความรู้

EOCR เป็นระบบแบบวงจร (cyclical system) คือ

Emergence → Order → Controlity → Result → Emergence

ลักษณะสำคัญคือ ไม่สิ้นสุด ปรับปรุงตลอดเวลา และเปิดรับความเปลี่ยนแปลง เมื่อทำงานครบวงจร จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า หน่วยพื้นฐานของความรู้ (knowledge block)

EOCR Knowledge Block: หน่วยพื้นฐานของความรู้

เมื่อ EOCR ทำงานครบวงจร 1 รอบ จะเกิด “หน่วยความรู้” ซึ่งหน่วยพื้นฐานของความรู้นี้มีองค์ประกอบได้แก่ ปรากฏการณ์ (ปรากฎ/สร้าง)-(จัดระเบียบ)โครงสร้าง-การประเมิน-การยืนยัน ผ่านกระบวนการของจิต (mind process)

ความหมายของ Knowledge Block คือ หน่วยของความจริงที่ผ่านการกลั่นกรองครบทุกมิติแล้ว (การมีอยู่ การเข้าใจ การตัดสินและการพิสูจน์)

EOCR กับการเข้าใจความเป็นจริง

EOCR แสดงให้เห็นว่า ความเป็นจริงไม่ได้ถูกรับรู้โดยตรง แต่ถูก “สร้าง” ผ่านกระบวนการรู้ (reality as process) ความจริงจึงเป็นกระบวนการ ไม่ใช่วัตถุ และ มนุษย์ไม่ใช่บุคคลผู้สังเกตพบความรู้ แต่เป็นผู้ร่วมสร้างความจริงนั้น (knower as co-creator) โดยมีมุมมองสำคัญจากหลายแนวคิดทางปรัชญา เช่น

1.Phenomenology ที่เป็นฐานคิดของไฮเดกเกอร์เน้น Emergence (reality as disclosure) แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมมาถึง Result

2. Kantian Epistemology เป็นฐานคิดเน้น Order แต่ไม่เน้น feedback เพื่อให้ความรู้นั้นเป็นพลวัต

3. Kuhn’s paradigm เป็นฐานคิดที่เน้นรูปแบบความคิด เน้น Order และ Controlity เท่านั้น

4. Popper’s theory of knowledge เป็นทฤษฎีความรู้ที่เน้น Result ในส่วนการยืนยัน (validation/falsification) แต่ไม่ครอบคลุม Emergence

นัยเชิงทฤษฎีและการประยุกต์ใช้
1. ด้านการศึกษา เมื่อเข้าใจ EOCR สามารถใช้เพื่อเป็นแนวคิดในกระบวนการพัฒนาการคิดเชิงระบบ (system thinking)

2. ด้านนโยบาย EOCR สามารถใช้ประเมินความจริงของข้อมูล ก่อนที่จะนำไปวิเคราะห์เพื่อการนโยบายต่าง ๆ

3. ด้านจริยศาสตร์ EOCR ได้วางแนวคิดที่เชื่อมความรู้กับความรับผิดชอบ จึงนำไปสู่การตีความเพื่อการปฏิบัติที่ดีได้

สรุป (Conclusion)

EOCR Epistemology เสนอว่า ความรู้คือกระบวนการของการมีอยู่ที่เปิดเผยตัวผ่านการปรากฏ การจัดโครงสร้าง การกำกับ และการยืนยัน จึงเป็นทฤษฎีความรู้ที่อธิบายว่า ความจริงถูกเข้าถึงผ่านกระบวนการของการปรากฏ (E) การจัดโครงสร้าง (O) การประเมินเชิงบรรทัดฐาน (C) และการยืนยันผ่านผลลัพธ์ (R) ในลักษณะของวงจรต่อเนื่อง

มนุษย์จึงไม่ได้เพียงรู้โลก แต่มีส่วนร่วมในการทำให้โลกมีความหมาย

EOCR เปลี่ยนวิธีมองความรู้จากสิ่งที่เรามี ไปเป็นสิ่งที่เราสร้างและมีส่วนร่วม เราไม่ได้เพียงค้นพบความจริง แต่เราเดินทางผ่านโครงสร้างของความจริง และในกระบวนการนั้น มนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตโลก
แต่เป็นผู้ร่วมสร้างความหมายของความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง

EOCR ทำให้เราเข้าใจว่า การรู้คือการเดินทาง ความจริงคือกระบวนการ และการเข้าใจโลกคือการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Being และ Knowing

เอกสารอ้างอิง

เอนก สุวรรณบัณฑิต. (2559). EOCR knowledge block. (บทบรรยาย). มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา. กรุงเทพฯ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018