วารสารต่วยตูน
ซอกแซกหามาเล่า (229) กีรติ บุญเจือ รู้ปรัชญาฝรั่งเศสเพื่อเข้าใจบาดีอู ระหว่างค.ศ.1939-1968 เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ทึ่ชาวฝรั่งเศสทั้งชาติได้เผชิญชะตาชีวิตร่วมกันอย่างถึงพริกถึงขิงขั้นชี้ชะตาชีวิตของชาติเลยทีเดียว มีทั้งวิกฤติและโอกาสสลับกันอย่างน่าใจหายใจคว่ำ 1930-39 ฮิตเลอร์ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำประเทศเยอรมนีที่บอบช้ำจากการเป็นฝ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ต้องการขวัญ กำลังใจ และความมั่นใจว่าจะสามารถฟื้นตัวจนถึงขั้นแก้ตัว ล้างอาย และล้างแค้นได้ในที่สุด ซึ่งฮิตเลอร์ก็พยายามทำได้อย่างดีที่สุด และนั่นก็หมายถึงโอกาสของฮิตเลอร์ที่จะเป็นเจ้าโลกถ้าปักใจมุ่งมั่น และฮิตเลอร์ก็มุ่งมั่นพร้อมกับบรรดาเลือดนาซีทั้งหลายที่ยินดีสละชีพเพื่อความยิ่งใหญ่ของฮิตเลอร์และของตัวเองไปในตัว 1940… READ MORE
ซอกแซกหามาเล่า ตอนที่ 228 กีรติ บุญเจือ บาดีอูมาแปลก บาดีอูสารภาพตรงๆในคำนำหนังสือ Saint Paul ของตนว่า ตนเป็นนักปรัชญาอเทวะ ไม่ได้สนใจอะไรในด้านศาสนาของเปาโลเลย ในแง่ข่าวดีนั้นสนใจข่าวดีของคาร์ล มากซ์มากกว่าของเปาโล แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรังเกียจศาสนาคริสต์เหมือนบรรพบุรุษทั้ง4สายคือปู่ย่าตายายที่ร่ายยาวว่าร้ายศาสนาคริสต์กรอกหูให้ฟังทุกวันจนเอียน ตัวเองวางเฉยในเรื่องศาสนา ใครจะศรัทธาอย่างไรหรือไม่เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพตามใจแต่ละคน ไม่ควรก้าวก่ายกัน ตนจึงคบทั้งคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ได้อย่างไม่มีอะไรตะขิดตะขวงใจ ตนชอบความคิดปรัชญาของเปาโลและชอบความจริงใจที่เปาโลแสดงปรัชญาของตนออกอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่คิดอย่างทำอย่าง… READ MORE
ซอกแซกหามาเล่า (227) กีรติ บุญเจือ ผลจากปรัชญาความชอบธรรมของเปาโล ความเข้าใจเรื่องความชอบธรรมนับได้ว่าเป็นกระบวนทรรศน์หรือฐานแห่งระบบความคิดปรัชญาทั้งหมดของเปาโลก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่อได้ทำความเข้าใจเรื่องความชอบธรรมแล้ว ก็ควรมาทำการสำรวจดูสักหน่อยว่า ผลจากความชอบธรรมของมนุษย์ตามปรัชญาของเปาโล มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ 1.การกอบกู้ (Salvation) ผลจากความชอบธรรมประการแรกคือการกอบกู้ เปาโลใช้คำภาษากรีกว่า sôtèriaและผู้กอบกู้ว่าsôterมาจากคำกริยาว่าsôzeinแปลว่าช่วยให้พ้นจากสภาพย่ำแย่ไม่ว่าในด้านใดทั้งสิ้น ตรงกับภาษาฮีบรูว่า โมซียา,โมเสส, เพี้ยนเป็นภาษาอาราเมคว่าเมสสิยาห์ เปาโลรู้ดีจากคัมภีร์พันธสัญญาเดิมของตนว่าพระยาห์เวห์ได้ส่งผู้กอบกู้มาช่วยชาติยิวหลายครั้ง… READ MORE
ซอกแซกหามาเล่า (226) กีรติ บุญเจือ ปรัชญาการกอบกู้ของเปาโล ก่อนรู้จักพระเยซู ขณะศึกษาศาสนาอยู่ในกลุ่มฟาริสีนั้นเปาโลย่อมคุ้นเคยกับความคิดเรื่องการชดใช้ความผิดและการชดใช้บาป(expiation) หากมีการทำผิดทางกฎหมายและเกิดความเสียหายทางทรัพย์สิน ผู้ทำความผิดย่อมถูกบังคับทางกฎหมายให้ต้องชดใช้เป็นทรัพย์สิน หากไม่มีทรัพย์สินพอจะชดใช้ได้ก็จะถูกลงโทษให้ได้รับสถานภาพที่ไม่น่าพึงพอใจ เช่น ถูกจองจำให้สูญเสียเสรีภาพ ถูกเฆี่ยนถูกโบย ถูกทรมาน แต่ถ้าเป็นเรื่องของการทำบาป ถือว่าเป็นการเสื่อมเสียของสังคม ดังนั้นสังคมจะต้องร่วมกันชดใช้ จนกว่าพระเจ้าจะทรงพอพระทัย อย่างเช่นการทำบาปของอาดัมในฐานะที่เป็นบิดาของมนุษยชาติทั้งหมด ตามรหัสธรรมความชอบธรรมระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาตินั้น… READ MORE
ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ฐานะของเปาโลหลังความตาย ข้อสังเกต 1.ช่วงระยะ249ปีต้นคริสตกาลนับเป็นช่วงวิกฤติหนักหน่วงที่สุดของคริสตศาสนาหลังจากพระเยซูเสด็จไปสวรรค์ได้เพียง34ปี ระหว่าง34ปีก่อนถูกบีฑาเรารู้ดีเพียงผลงานของเปาโลเป็นส่วนใหญ่ รู้ผลงานของเปโตรและบารนาบัสนิดหน่อย แต่ก็เชื่อได้ว่าสาวกทั้ง12ของพระเยซูคงได้แยกย้ายกันไปประกาศพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ในมหาอาณาจักรโรมัน มีคำยืนยันว่าเซนต์โทมัสไปถึงชมภูทวีปแถบมาลาบาร์และมรณภาพที่นั่น มีผู้ชี้บอกว่าหลุมฝังศพของท่านยังอยู่ที่นั่น ท่านอื่นๆก็คงไปไม่พ้นเขตแดนมหาอาณาจักรโรมันและคงถูกประหารชีวิตตามกฤษฎีกาเนโรยกเว้นเซนต์จอห์นซึ่งหนีการลงโทษไปได้และไปหลบลี้หนีภัยที่เอเฟซัสและมรณภาพที่นั่น 2.กลุ่มคริสตชนที่เกิดขึ้นก็คงมีการแต่งตั้งตำแหน่งรับผิดชอบตามตัวอย่างที่เปาโลได้ทำไว้ ในห้วงเวลาถูกจัดหนักอาศัยผู้มีตำแหน่งรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มดูแลกันเองจนกว่าจะพ้นมรสุม ตำแหน่งใดว่างลงก็เลือกคนในกลุ่มแต่งตั้งกันขึ้นดำรงตำแหน่งและรับผิดชอบกันต่อไป หากผู้ใดในกลุ่มถูกประหารชีวิตก็จะจับกลุ่มกันยกย่องเป็นนักบุญและจดจำวันตายไว้เพื่อระลึกถึงทุกรอบปี ต่อมาอาจจะมีผู้มาสอบถามเพื่อรวบรวมไปประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มอื่นๆได้รับรู้ไว้ด้วย 3.คัมภีร์ศาสนาในช่วงแรกๆมีแต่คัมภีร์เดิมร่วมกับศาสนายูดาห์ เพราะรู้ว่าพระเยซูทรงใช้ประกอบคำสอนของพระองค์ นอกนั้นก็มีแต่จดหมายของเปาโลที่คัดลอกมาอ่านต่อๆกันและมีคำสอนของสาวกที่จำเอามาเล่าถ่ายทอดกันต่อๆไป ผิดเพี้ยนกันไปทีละเล็กละน้อยอย่างช่วยไม่ได้… READ MORE
ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ คริสตศาสนาหลังความตายของเปาโล เปาโลเป็น1ในบรรดาแพะรับบาปของจักรพรรดิเนโรที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งเผากรุงโรมเพื่อขยายวังเมื่อคืนวันที่19กรกฎาคม ค.ศ.64 พระชนมายุได้ 27 ชันษาเนโรจึงโยนความสงสัยให้ชาวคริสต์ซึ่งเป็นชุมชนเล็กที่สุดในกรุงโรมขณะนั้น เพื่อให้สมจริงเนโรจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ควาญหาชาวคริสต์มาประหารชีวิตอย่างจริงจังเพื่อคลายความแค้นของเจ้าทุกข์ทั้งหลายที่เสียหายไปกับพระเพลิงมากมายเหลือคณา หากจับได้ในกรุงโรมก็ให้จักรพรรดิตัดสินพระทัยว่าจะให้ประหารชีวิตแบบใด ซึ่งภาพยนตร์หลายเรื่องนำออกแสดงโดยการแต้มสีตามครรลองของศิลปะการแสดง จึงไม่ใช่จริงทั้งหมดตามที่แสดง และแสดงไม่หมดตามที่เกิดขึ้นจริง ส่วนในหัวเมืองให้ผู้ว่าราชการแต่ละแห่งตัดสินใจเอาเองว่าจะประหารชีวิตแบบใดหรือจะส่งมาที่กรุงโรมให้จักรพรรดิจัดการให้ก็ไม่เกี่ยง ในการลงโทษกรณีนี้ไม่ต้องถามว่าเป็นพลเมืองโรมันหรือไม่ เพราะมีโทษเท่ากัน สิทธิพลเมืองโรมันไม่ให้ความคุ้มครองในคดีนี้ ขอให้มีหลักฐานหรือมีผู้รายงานก็จับตัวมาลงโทษได้ทันทีเนโรคิดว่าเรื่องนี้ไม่ยืดเยื้อ ชาวคริสต์คงมีไม่มาก ประหารชีวิตเดี๋ยวเดียวก็คงจะหมด… READ MORE
ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ปรัชญาของเปาโล เมื่อได้ทำการศึกษาชีวิตของเปาโลแบบจับต้นชนปลายจบลงแล้ว ก็น่าจะเจาะลึกกันต่อไปว่าเปาโลมีปรัชญาอะไรอยู่ในใจ หรือใช้สัญชาตญาณปัญญาอะไรขนาดไหนมาทุ่มเทจนยอมสิ้นเนื้อประดาตัวขนาดนี้พระเยซูเป็นผู้เปิดเผยรหัสธรรมที่เป็นเนื้อหาข้อเชื่อของศาสนาคริสต์ เปาโลเป็นนักปรัชญาคริสต์คนแรกที่เอาเนื้อหาข้อเชื่อที่พระเยซูประทานมาขยายผลเป็นปรัชญาซึ่งนักปรัชญาคริสต์ทั้งหลายต้องถือเป็นกรอบและบรรทัดฐานขยายผลต่อไป จึงจะเป็นที่ยอมรับในวงการชาวคริสต์มาจนทุกวันนี้ ปรัชญาที่รับจากศาสนายูดาห์ เปาโลเป็นปราชญ์คนหนึ่งของศาสนายูดาห์และรับนับถือศาสนายูดาห์อย่างที่นักปรัชญาคนหนึ่งพึงเชื่อและปฏิบัติ คือ 1.เชื่อว่ามีโลกและสรรพสิ่งในโลกที่ตนพึงเชื่อได้ว่ามีอยู่จริง เป็นความเป็นจริงที่มีประสบการณ์ได้ แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้มีอายุ มีจุดเริ่มต้น จึงมีผู้สร้างที่เป็นจิตทรงฤทธิ์ที่สร้างและเป็นเจ้าของ 2.เชื่อว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นเจ้านายที่หวังดีต่อมนุษย์แต่ก็ทรงความเที่ยงธรรมอย่างชอบธรรม ตอบแทนความดีและลงโทษคนไม่ซื่ออย่างชอบธรรม ทั้งจากฝ่ายพระองค์เองและจากฝ่ายผู้รับ ซึ่งถ้าไม่ชอบธรรมก็จะไม่พอใจ… READ MORE
ซอกแซกหามาเล่า (219) เปาโลพบจุดจบ ณ โรม ที่ใฝ่เห็น สิงหาคมค.ศ.59-65 เปาโลอายุ49-55ปี เปาโลไม่ยอมให้ศาลแห่งซีซารียาตัดสิน เพราะบิดาได้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อสิทธิพลเมืองโรมันไว้ให้ลูกหลานแล้ว ก็อยากจะใช้ให้สอดคล้องกับนิมิตในฝันว่าจะได้ไปกรุงโรม อีกประการหนึ่งเปาโลก็คงได้ชั่งดูสถานการณ์แล้ว หากให้ศาลผู้ว่าราชการณซีซารียาตัดสิน ศาลอาจจะหาเสียงกับประชาชน เหมือนในกรณีของพระเยซู ตนก็จะตายเปล่า ชวดไปกรุงโรม หรือหากศาลไม่แคร์ความต้องการของประชาชนและตัดสินยกฟ้องปล่อยตัวออกมาจากที่คุมขัง ตนก็จะถูกประชาทัณฑ์โดยศาลเตี้ย ก็ไม่ได้ไปถึงกรุงโรมอยู่ดี… READ MORE
“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”
~ Kirti Bunchua, 2018
Philosophy is the study of the mind (intellect) and it outcomes.