ปรัชญาเกิดขึ้นในโลกเมื่อมนุษย์เกิดปัญหาและต้องการคำตอบ จึงอาจกล่าวได้ว่าปรัชญามีมาพร้อมกับมนุษย์ตั้งแต่ยังไม่รู้จักใช้ภาษา เมื่อมนุษย์พัฒนาการใช้เสียงจนเกิดภาษาจึงวิวัฒนาการการใช้ปัญญาเรื่อยมาเพื่อตอบปัญหา อย่างไรก็ตาม ถือว่าวิชาปรัชญาเกิดหลังภาษา เพราะต้องใช้ภาษาในการถกเถียงคำถามและคำตอบจนกว่าจะประมวลเป็นวิชาการอย่างปัจจุบัน

ปัญญามนุษย์คิด 2 เรื่อง

  1. คิดสิ่งภายนอก = ความเป็นจริง
  2. คิดสิ่งภายใน = อะไรค้ำประกันความจริง/ไม่จริง มีคุณค่า/ไม่มีคุณค่า เป็นประโยชน์/ไม่เป็นประโยชน์

เมื่อมีมนุษย์ 2 คนขึ้นไป ก็เกิดภาษาเป็นตัวเชื่อม จึงเกิดการเรียนรู้

การเรียนปรัชญาก็เพื่อรู้ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ปัญหานั้นเป็นปัญหาอะไรก็ได้ ปัญหาเหล่านี้บ้างก็ความรู้เฉพาะสาขาวิชานั้นๆ มาตอบไว้แล้ว เป็นความรู้ที่ตายตัวแล้ว แต่ในบางปัญหาก็ยังไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนตายตัวได้ จึงยังเป็น “ปัญหาปรัชญา” ต่อไป

ปรัชญามุ่งหา “คำตอบที่เป็นไปได้” นั่นคือ 1) มีเหตุผลสนับสนุนให้เห็นว่าเป็นคำตอบได้ หรือ 2) คำอธิบายคำตอบก็ไม่ขัดแย้งในตัวเอง และ 3) ไม่ไร้ความหมาย

ปัญหาปรัชญา เกิดจากสมรรถนะคิดของมนุษย์ จึงต้องฝึกมองให้เห็นปัญหาไว้ให้มาก ย่อมได้เปรียบผู้ที่มองไม่เห็นปัญหา

  • เพื่อรู้จักมองเห็นปัญหาที่คนธรรมดามองเองไม่เห็น
  • เพื่อรู้จักมองหาคำตอบทุกคำตอบที่เป็นไปได้
  • เพื่อรู้จักเก็บส่วนดีจากทุกคำตอบมาเป็นหลักยึดเหนี่ยวของตน

การเรียนปรัชญา จะต้องสร้างเนื้อหาปรัชญาใหม่ และมีการเรียนที่ไม่ใช่เรียนเป็นเรื่องๆ แต่ต้องใช้ปัญญา คิดปัญหาและหาคำตอบปรัชญาใหม่ (กีรติ บุญเจือ, 2559)

Kirti Bunchua
Kirti Bunchua

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018