absolute space ห้องอวกาศอสัมพันธ์
ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
ช่องว่าง (void) ในที่นี้หมายความถึงช่องอวกาศ 3 มิติที่ไม่มีสสารใดอยู่ในนั้นเลย และถ้าช่องว่าง 3 มิตินั้นมีความสม่ำเสมอก็เรียกว่าอวกาศสัมบูรณ์ ถามว่าช่องว่างอย่างนี้มีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงอวกาศ 3 มิตินั้นมิเป็นสสารอย่างใดอย่างหนึ่งไปหรือ ซึ่งนักปราชญ์กรีกบางคนเรียกว่าอีเธอร์หรือสารเจือจางที่สุด (ความคิดของแอแนกเซอแมนเดอร์)
แอเริสทาเทิลถือว่าอวกาศเป็นคุณสมบัติของสสารมันจึงไม่มีความมีอยู่ของมันเองโดยเฉพาะ แต่อาศัยอยู่กับสสารคือ มีสสารก็มีอวกาศกำกับ เพราะสสารต้องมีขนาด 3 มิติ ไม่มีสสารก็ไม่มีอวกาศ
แต่เดอมาคเขรอเถิสคิดว่าความเป็นจริงมีอยู่ 3 ประเภทคือ อะตอม ช่องว่าง และการเคลื่อนในช่องว่าง
ชาวสโทว์อิคสนับสนุนความคิดของเดอมาคเขรอเถิส
นีวทันคิดว่าอวกาศมีจริงเหมือนกล่องมหึมาสำหรับบรรจุสสารทั้งหมดของเอกภพ กล่องนี้มีขนาดไม่มีขอบเขตและมีอยู่นิรันดร แม้สสารจะยังไม่เกิดหรือสูญหายไปหมดแล้วก็ตาม อวกาศก็ยังมีอยู่ในสภาพช่องว่างบริสุทธิ์ คือมีแต่ช่องว่างที่ไม่มีอะไรบรรจุอยู่เลย เรียกว่าห้วงเทศะอสัมพันธ์(absolute space) ผู้นำหน้านีวทันในการคิดเช่นนี้มี Gassendi, Henry More และ Isaac Barrow
ส่วนเดการ์ตกำหนดว่าในโลกของสสาร สิ่งแผ่กว้างเท่านั้นที่มีจริง ช่องว่างแม้จะวัดขนาดได้ แต่ไม่มีความแผ่กว้าง จึงไม่อาจมีอยู่ในโลกแห่งสสาร และไม่มีอยู่ในโลกแห่งจิตด้วยเพราะไม่คิด
ไลบ์นิซไม่คิดว่ามีอวกาศสัมบูรณ์เพราะมีอวกาศถึงไหนสสารก็แผ่ไปถึงนั่น แต่สสารแผ่กว้างมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน สสารที่แข็งแกร่งย่อมเกาะตัวกันแหวกว่ายฝ่าสสารที่เจือจางได้ ทำให้ดูเหมือนว่าสสารเจือจางเป็นช่องว่าง สสารแข็งแกร่งมีความคงตัว จึงใช้เป็นหลักเทียบสำหรับวัดการเคลื่อนที่ของสารอื่น ๆ ได้ ตรงนี้มีปัญหาในทางปฏิบัติ หากใช้จุดเทียบต่าง ๆ กันหลายจุด การคำนวณการเคลื่อนไหวของเทห์ต่าง ๆ จะมีหลายระบบไม่ตรงกัน แต่ละระบบขึ้นกับว่าจะเอาจุดใดเป็นหลักเทียบ เพื่อแก้ปัญหานี้จำต้องตกลงจุดเทียนเล่มเดียวกัน จะได้พูดกันรู้เรื่อง การสมมุติว่ามีอวกาศสัมบูรณ์อย่างที่เดการ์ตต้องการนั้น หาได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องหลักเทียบได้ไม่ เพราะก็ไม่รู้ว่าหลักเทียบอยู่ตรงไหนอยู่นั่นเอง

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018