Leibniz’s truth ความจริงของไลบ์นิซ

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ไลบ์นิซ (Wilhelm von Leibniz 1646-1716) เป็นชาวเยอรมัน คิดว่าวิธีการเรขาคณิตยากที่จะวางพื้นฐานการพิสูจน์ความจริงได้โดยไม่เข้าข่ายการพิสูจน์เป็นวงจร (ดู circular proof)

ท่านเป็นนักพีชคณิตจึงเสนอวิธีพีชคณิตขึ้นใช้ในปรัชญา คือแยกความคิดเข้าใจออกเป็นหน่วยย่อยที่สุด สมมุติเป็น a b c d ….. เรียกว่า monads of ideas (บางคนยังใช้รูปศัพท์ภาษากรีก เอกพจน์ = monas , พหูพจน์ = monade)

เมื่อได้หน่วยย่อยที่สุดครบถ้วนแล้วจึงค่อยเอาหน่วยย่อยมาผสมกัน เช่น abbc ac…. สังเกตดูตามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วตั้งเป็นกฎทั่วไป

ดังนี้เราจะสามารถหาความจริงได้ครบถ้วนอย่างสัมพันธ์กันหมดทุกส่วนต่อจากนั้นก็หาผลของความคิดจากการผสม 3 หน่วยย่อยเข้าด้วยกัน คือ abcabdabeacbacaacd …. จนหมดทุกกรณี แล้วก็หาผลจากการผสม 4 หน่วย 5 หน่วย 6 หน่วย จนปัญญาของมนุษย์จะหมดความสนใจ

การทำอย่างนี้เรียกว่าวิธีหาความรู้ด้วยวิธีคณิตศาสตร์ (mathematical method) จึงสังกัดลัทธิเหตุผลนิยม (ดู rationalisu) และวิธีของไลบ์นิซใช้พีชคณิตของคณิตศาสตร์ จึงได้ชื่อพิเศษว่าวิธีพีชคณิตสำหรับหาความจริง (algebraic method for truth) ซึ่งสำหรับไลบ์นิซเป็นวิธีเดียวที่แผ่ใจได้ว่าบรรลุถึงความจริง

ความคิดของไลบ์นิซสมัยนั้นไม่สู้จะมีผู้เข้าใจและได้รับความสนใจน้อยทั้ง ๆ ที่เข้าข่ายลัทธิ วจนศูนย์นิยมอย่างสมบูรณ์แบบ ในปัจจุบันนี้กลับหันมาค้นคว้ากันเป็นการใหญ่โดยสำนักปรัชญาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ และโดยสำนักหลังนวยุคเพื่อวิจารณ์

ทีนี้ก็หาคนเขียนหน่วยย่อยทุกหน่วยและหน่วยผสมทุกหน่วย จัดพิมพ์เป็นสารานุกรมความรู้ทั้งหมดของมนุษย์ชาติ (Encyclopedia of all human knowledge) ก็จะเป็นเครื่องมือและกรอบความรู้ของมนุษย์ จัดการให้ทั่วโลกเรียนหาความรู้ทันกันหมด

ปัญหาต่าง ๆ ก็จะแก้ได้ง่าย เพราะพูดรู้เรื่องกันทั่วโลก ก็ต้องชมว่าไลบ์นิซมีความคิดดีและตอบสนองความหวังดีที่ประเสริฐยิ่งสำหรับมนุษยชาติ

แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครกล้าทำตามแผนการของไลบ์นิซ เพราะไม่แน่ใจใน 2 เรื่อง คือ

1)ไม่แน่ใจว่าวิเคราะห์ถึงไหนจึงจะแน่ใจได้ว่าถึงหน่วยย่อยที่สุดของความรู้

2)ไม่แน่ใจว่าเก็บข้อมูลถึงไหนจึงจะหมดประสบการณ์ของมนุษย์

เมื่อไม่แน่ใจในเรื่องสำคัญอย่างนี้จึงไม่มีใครกล้าลงทุนลงแรงเริ่มทำแผนการจึงค้างเติ่งอยู่แค่นี้ อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้เอาแผนการนี้ไปใช้สร้างสารานุกรมขึ้นมากมายในขอบข่ายที่ไม่ต้องเสี่ยงมากนัก ก็ได้มีสารานุกรมความรู้ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเรื่อยมาจนทุกวันนี้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018