ศ.กีรติ​ บุญเจือ …

ในการพัฒนาแนวคิดเพื่อก่อร้างสร้างปรัชญาไทย (ปัจจุบัน) (contemporary Thai philosophy) เพื่อให้พ้นไปจากประวัติปรัชญาไทย ปรัชญาไทยร่วมสมัยจึงพึงมี 4 ลักษณะ ได้แก่

1. ธรรมชาตินิยม (Naturalism) คือ การยอมรับความเป็นจริงของสิ่งต่าง ๆในโลก ตามระดับความจริงในกรอบของวิชา 5 ระดับ คือ

  1. ความจริงระดับระดับคณิตศาสตร์ = จริงตามกฎเกณฑ์เท่าที่สังคมตกลงรับรู้ร่วมกัน
  2. ความจริงระดับวิทยาศาสตร์ = จริงตามข้อมูลเท่าที่หาได้
  3. ความจริงระดับประวัติศาสตร์ = จริงตามหลักฐานเท่าที่มี
  4. ความจริงระดับปรัชญา = จริงตามกระบวนทรรศน์ที่เชื่ออยู่
  5. ความจริงระดับศาสนา = จริงตามศรัทธาที่มีต่ออันติมสัจธรรมเท่าที่ตนรู้จากการปฏิบัติธรรม

ปรัชญาไทยเน้นความจริงตามแนวคิดธรรมชาตินิยม โดยเน้นการแยกเข้าใจให้ชัดเจนระหว่างความเป็นจริง (reality) กับความจริง (truth) ซึ่งทำให้ยอมรับความเป็นจริงได้ตามของระดับวิชาได้

2. สัมพันธนิยม (Relationism) คือ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันอยู่ ไม่มีอะไรที่ไม่สัมพันธ์กับสิ่งอื่น เรื่องนี้ปรัชญาไทยให้ความสำคัญเป็นข้อที่ 2 ของเอกลักษณ์บานพับ 4 ประการ (cardinal criteria) ของปรัชญาไทยคือ (1) เป็นพหุนิยม (2) รู้เป็นระบบ (3) คิดเป็นเหตุผล และ (4) เทิดทูนประเพณีอันดีงาม

ทั้งนี้ ต้องระวังการสับสนกับแนวคิดสัมพัทธินิยม (Relativism) คือ สิ่งหนึ่งขึ้นกับอีกสิ่งหนึ่ง ปรัชญาไทยต้องเป็นสัมบูรณ์ (absolute) เป็นเอกเทศในตัวเอง ไม่ขึ้นกับอะไรนอกจากเอกลักษณ์บานพับ

3. มัชฌิมนิยม (Middle way) คือ ทางสายกลาง ความพอดี อันเป็นนโยบายของทุกศาสนาและของปรัชญาแห่งเศรฐกิจพอเพียง

4.มนุษยนิยม (Humanism) เอื้อความสุขแท้ระดับมนุษย์แก่ผู้ใช้ปัญญา เน้น interrelationship ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สู้ได้ตระหนักกัน แต่ก็เป็นบทบาทของการอบรมปรัชญาไทยด้วย อบรมแบบไทย ไม่อิงตะวันตกจนเกินไป ต้องมาจากรากเหง้าของบรรพบุรุษ และช่วยกันคิดจากเนื้อในตนคือ จากปัญญาของนักคิดไทย

แต่จะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งทางความคิดกับด้านศาสนาของคนระหว่างรุ่น นั่นคือ เราจึงต้องสอนและอบรมปรัชญาไทยแก่คนไทย (ผู้อาศัยในแผ่นดินไทยและผู้สนใจ) ไว้ล่วงหน้า สอนปรัชญาต้องสอนปรัชญา ไม่ใช่สอนศาสนา ปรัชญาไทยจะเตรียมผู้เรียนให้มีท่าทีพหุนิยมในการเรียนรู้และนับถือศาสนาแบบรับรู้ความต่างในการเข้าถึงศาสนาของแต่ละคน และรู้จักแยกความเหมือนเอาไว้ใช้ร่วมมือกันและมองความต่างเป็นความงดงามในสังคมของผู้นับถือศาสนาเดียวกัน่ต่างลัทธิกัน และระหว่างผู้นันบถือศาสนาต่างกัน

รากเหง้าของปรัชญาไทยหมายความว่าอย่างไร หมายความตามเทวรูป 4 ของเบขั้น (Francis Bacon 1561-1626) (1) เทวรูปแห่งตระกูลได้แก่ อารมณ์ตามสายเลือดและดีเอ็นเอ (2) เทวรูปแห่งถ้ำได้แก่ การศึกษาซึ่งในปัจจุบันคือการศึกษาแบบอารยันตะวันตก (กรีก-โรมัน+ยุโรป+อังกฤษ+อเมริกา) เป็นพื้น ต่อยอดด้วยอารยันตะวันออก (อินเดีย) (3) เทวรูปแห่งตลาดนัดได้แก่ ภาษาที่เคยชินใช้สอย ซึ่งมีทั้งภาษาตระกูลไทและตระกูลอารยันทั้งตะวันออกและตะวันตก (4) เทวรูปแห่งโรงละครได้แก่ ประเพณีอันดีงามของอารยธรรมไทย

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018