Featured

The Latest


  • ซอกแซกหามาเล่า (240)

    มหาอาณาจักรโรมันพัวพันมหาปุโรหิต           การพัวพันก่อหวอดภายในวงการสำนักมหาปุโรหิตเอง โมเสสได้วางระเบียบจัดสรรสิทธิและอำนาจของศาสนบุคคลไว้ว่า ให้ชายทุกคนในตระกูลเลวี (Levi) มีสถานภาพเหมือนวรรณะพราหมณ์ของอินเดีย ให้อุทิศเวลาทั้งหมดให้ศาสนา โดยการศึกษาเล่าเรียนให้มีความรู้ ให้กระจายตัวแทรกเป็นยาดำอยู่ในทุกชุมชนยิว เพื่อสอนๆๆๆ แนะนำและเป็นตัวอย่างแก่ทุกคนในการปฏิบัติพระบัญญัติทุกข้อ และเป็นนาบุญให้สัตบุรุษทั้งหลายทำบุญ ในบรรดาคนตระกูลเลวี ให้ชายทุกคนในตระกูลอาโรน (Aaron) เป็นปุโรหิต มีสิทธิและหน้าที่พิทักษ์และปรนนิบัติพระยาห์เวห์ตลอดเวลา และมีสิทธิรับค่าตอบแทนจากภาษีศาสนา ให้ผู้มีอำนาจปกครองประเทศเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนได้… READ MORE

  • ซอกแซกหามาเล่า (239)

    ทุกภาคส่วนเรียกหาพระเมสสิยาห์ ทุกภาคส่วนที่มีความเดือดร้อนและที่รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในมหาอาณาจักรโรมันและรู้เรื่องพระเมสสิยาห์อยู่บ้าง ต่างก็โหยหาร้องหาอยากได้เห็นพระเมสสิยาห์มากู้สถานการณ์เร็วๆ ยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งวันนี้พรุ่งนี้ยิ่งดี และทุกคนก็เต็มใจจะทำอะไรสักอย่างที่เชื่อว่าจะค้ำประกันการมาของพระเมสสิยาห์ให้แน่นอนขึ้นหรือเร็วขึ้น   พระวิหารเร่งเร้าการมาของพระเมสสิยาห์ แม้ผู้รอคอยพระเมสสิยาห์จะกระจายตัวกันอยู่ทำกินทั่วมหาอาณาจักรโรมัน และทุกคนต่างรู้หน้าที่จะต้องทำเพื่อค้ำประกันให้ตนเอง บรรพบุรุษของตน และลูกหลานของตนได้รับอานิสงค์จากอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่าศูนย์กลางแห่งการเตรียมรับเสด็จคือกรุงเยรูซาเล็ม พระเมสสิยาห์จะมาแสดงองค์และประกาศแถลงการณ์แรกที่กรุงเยรูซาเลม ณ พระวิหารของพระยาห์เวห์ จะทรงตั้งศูนย์บัญชาการที่กรุเยรูซาเลม  ผู้รับผิดชอบรับเสด็จพระเมสสิยาห์อันดับแรกคือมหาปุโรหิตและคณะปุโรหิตซึ่งมีหน้าที่แบ่งเวรยามกันปฏิบัติหน้าที่เป็นชุดๆตลอด24ชั่วโมงและมีหน้าที่ปฏิบัติในบริเวณพระวิหารตลอดเวลาตามบทบัญญัติของโมเสสและที่ผู้มีอำนาจประกาศเป็นระเบียบเพิ่มเติมต่อมาตามลำดับ เพื่อให้พระวิหารมีผู้ปรนนิบัติดูแลพระยาห์เวห์ตลอด24ชั่วโมงและตลอดปีตลอดชาติ ทั้งนี้เพื่อให้การปกครองของประเทศอิสสราเอลในความคิดของโมเสสและชาวยิวต่อมา… READ MORE

  • ซอกแซกหามาเล่า (238)

    ผู้รอคอยพระเมสสิยาห์         ตอนเริ่มก่อตั้งคริสตศาสนานั้น ผู้รอคอยพระเมสสิยาห์แบ่งออกได้เป็น 3 จำพวกคือ 1. คนเชื้อสายยิวและนับถือศาสนายูดาห์ 2.คนเชื้อสายอื่นที่นับถือศาสนายูดาห์แบบสมาชิกสมทบ 3.ผู้ไม่นับถือศาสนายูดาห์แต่ก็อยากให้มีผู้สามารถยกคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติ เรามาเริ่มศึกษากันตั้งแต่กลุ่มที่ 1 ที่เป็นหลักของกลุ่มอื่นๆ   ชาวยิวที่นับถือศาสนายูดาห์             คนเชื้อสายยิวทุกคนได้รับการอบรมมาอย่างดีว่า การมีเชื้อสายยิวนั้นสำคัญมาก เพราะการมีเชื้อสายยิวหมายความว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งโดยสิทธิจากการเกิดที่จะได้รับการดูแลจากพระยาห์เวห์โดยที่ได้ทรงสัญญาแก่บรรพบุรุษเรื่อยมา พระยาห์เวห์แม้จะสถิตอยู่ทั่วไปและทรงมีอำนาจควบคุมทั้งเอกภพและจักรวาล… READ MORE

  • ซอกแซกหามาเล่า (237)

    การเมืองยิวกับคำสอนของพระเยซู ความนำ             เปาโลเสนอข่าวดีโดยมีปัญหาการเมืองของมหาอาณาจักรโรมันอยู่หลังฉาก เปาโลพยายามเสนอปรัชญาพัฒนาคุณภาพชีวิตอันพึงประสงค์โดยปรับจากสภาพที่เป็นจริงของมหาอาณาจักรโรมัน ส่วนพระเยซูเสนอข่าวดีโดยมีปัญหาการเมืองของชาวยิวในปาเลสไตน์อยู่หลังฉาก พระเยซูพยายามเสนอปรัชญาพัฒนาคุณภาพชีวิตอันพึงประสงค์โดยปรับจากสภาพที่เป็นจริงของชาวยิวในปาเลสไตน์ เราได้ศึกษาคำสอนข่าวดีของเปาโลมาก่อนแล้ว เพราะมีบันทึกเป็นหลักฐานในประวัติศาสตร์ก่อนคำสอนของพระเยซู เราจะมาศึกษาปัญหาการเมืองของชาวยิวในปาเลสไตน์กันในอันดับต่อไปก่อนจะทำความเข้าใจกับเหตุผลอันเป็นที่มาของรูปแบบคำสอนของพระเยซูที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างไปจากรูปแบบคำสอนของเปาโลและของยอห์นซึ่งเราจะศึกษากันในอันดับต่อไป   ลำดับเหตุการณ์ประเทศอิสราเอล ก.ค.ศ.1013 กษัตริย์ดาวิดมหาราช ก่อตั้งราชอาณาจักรอิสราเอลอย่างมั่นคงทางสังคม ก.ค.ศ.973 กษัตริย์ซาโลมอนสืบราชสมบัติ สร้างพระวิหารหลังแรก สร้างความมั่นคงทางวัฒนธรรม ก.ค.ศ.932… READ MORE

  • ค้นหาความหมายในเรื่องปรัมปรา (160)

    แรกเริ่มเดิมทีมีเวลา (Time) คู่กับชะตา (Fate) ครั้นเวลารวมตัวกับชะตาเกิดอากาศ(Aether), ความมืด (Erebus, Darkness), สารสับสน (Chaos) READ MORE

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018