Ficino on philosophy of religion ปรัชญาศาสนาของฟีชีโน

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ศาสนาต่าง ๆ กับข่าวดีของพระเยซู ฟิชีโนสอนว่า โดยเหตุที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทั่วไป ในทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีความลึกลับของพระองค์แฝงอยู่ และเนื่องจากพระเจ้าทรงพอพระทัยติดต่อสัมพันธ์กับมนุษย์ พระองค์จึงทรงเปิดเผยวิธีติดต่อกับพระองค์แก่มวลมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ ดังปรากฏออกมาเป็นศาสนาต่าง ๆ ของโลก ฟิชีโนจึงคิดว่าศาสนาทุกศาสนามุ่งติดต่อสัมพันธ์กับพระเจ้าองค์เดียวกัน และสามารถล่วงรู้ถึงพระองค์ในลักษณะต่าง ๆ กัน ศาสนาต่าง ๆ จึงน่าจะเสริมกันมากกว่าจะลบล้างกัน ส่วนพระเยซูเล่า พระองค์ทรงเป็นพระบุตรอวตาร พระองค์คือพระเจ้าที่มาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อประกาศ “ข่าวดี” อันได้แก่คำสอนแห่งความรักเสียสละ แต่พระองค์ทรงปรากฏองค์ในโลกเพื่อสร้างบารมีไว้ยกฐานะของมนุษย์มากกว่าที่จะทรงปรารถนาติดต่อกับมนุษย์โดยตรงทุกคน

พระองค์จึงแสดงองค์เป็นพระเจ้าแก่มนุษย์เพียงไม่กี่คน แต่ก็ได้ประทานกุญแจไว้ให้ทุกคนที่ปรารถนาจะติดต่อสัมพันธ์กับพระองค์ จึงเห็นได้ว่าศาสนาต่าง ๆ มิได้ขัดแย้งกับคริสตศาสนา แต่ควรเสริมกันได้กับคริสตศาสนา จะทำให้ทั้งคริสตศาสนาและศาสนาเหล่านั้นต่างก็สมบูรณ์ขึ้น เพื่อจะเข้าใจแนวทางนี้ได้ ฟิชีโนคิดว่าปรัชญาของเพลโทว์สำคัญมาก หากมนุษย์เข้าใจปรัชญาของเพลโทว์อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถมองเห็นว่าทั้งปรัชญาต่าง ๆ และศาสนาต่าง ๆ หาได้ขัดแย้งกันจริงไม่ หากแต่ขัดแย้งกันเพียงผิวเผินเท่านั้น ฟิชีโนในฐานะเป็นบาทหลวงของคริสตศาสนาจึงคิดว่าปรัชญาและศาสนาต่าง ๆ ควรจะมีส่วนและมีบทบาทในการสร้างความคิดของชาวคริสต์ที่สอดคล้องกับพระวรสารหรือข่าวดีของพระเยซูได้ทั้งสิ้น

ลัทธิมนุษยนิยมของฟิชีโน ฟิชีโนคิดว่า มนุษย์เป็นสิ่งสร้างของพระเจ้าก็จริง แต่พระเจ้าก็มิได้ทรงสร้างมาให้เป็นทาสของพระองค์หรือเป็นทาสของบาป หากแต่ทรงสร้างมนุษย์มาให้เป็นสิ่งประเสริฐสุดในสิ่งสร้างทั้งมวล ให้มนุษย์มีความสามารถพัฒนาตัวเองและพัฒนามนุษยชาติให้สมบูรณ์แบบขึ้น พระองค์ทรงถือกำเนิดมาเป็นมนุษย์ก็เพื่อยกฐานะของมนุษย์ขึ้นจนมีฐานะเป็นบุตรพระเจ้า ฟิชีโนคิดว่าปรัชญาแบบนี้ย่อมยกย่องมนุษย์ได้สูงส่งที่สุด และมีลักษณะเป็นมนุษย์นิยมยิ่งกว่าคำสอนของพวกมนุษยนิยมที่หันหลังให้พระเจ้าเสียอีก

พระเจ้า ความพยายามของฟิชีโนที่จะอธิบายศาสนาคริสต์ด้วยปรัชญาลัทธิเพลโทว์ ปรากฏชัดในคำสอนเรื่องพระเจ้า พระเจ้าทรงเป็นองค์เอกะ (The One) อย่างที่โพลทายเนิสสอน ทรงไร้องค์ประกอบ (simple) แต่ทรงเป็นบ่อเกิดของทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งดีทุกอย่างจึงมีอยู่ในพระองค์ จะเรียกพระองค์ด้วยแง่ใดย่อมถูกต้อง เช่น จะกล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นองค์ความดี เป็นองค์ความงาม เป็นองค์คุณธรรม เป็นองค์อนันตภาพ เป็นองค์นิรันดร ฯลฯ ย่อมถูกต้อง แต่ก็ไม่มีคำพูดใดเลยที่จะกล่าวถึงพระองค์ได้อย่างเพียงพอ เพราะเหตุที่พระองค์ทรงมีความสมบูรณ์เพียบพร้อมอย่างล้นเหลือ จึงล้นออกมาเป็นปัญญา วิญญาณ และธรรมชาติ ตรงตามที่โพลทายเนิสได้สอนไว้ พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งโดยอาศัยพระวจนะซึ่งมีแบบของทุกสิ่งอยู่เสมอ เมื่อสร้างแล้วพระองค์ยังคงเป็นอุตรภาวะ(transcendent)อยู่ เพราะทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง

แต่ทว่าในขณะเดียวกันก็ทรงเป็นอันตรภาวะ(immanent) เพราะทรงแฝงอยู่ในทุกสิ่งในฐานะศูนย์สัมพันธ์ของเอกภพ (ลต. Copula mundi = connective of the World) ซึ่งนิยมเรียกกันว่า วิญญาณของเอกภพ (ลต. Anima mundi = the World Soul) และทรงเป็นพันธุเหตุ(Ratio Seminalis = Seminal Reason) หรือต้นกำเนิดของทุกสิ่ง วิญญาณของมนุษย์มีส่วนในวิญญาณของโลก ร่างกายของมนุษย์มีส่วนในธรรมชาติ มนุษย์จึงเป็นเอกภพขนาดเล็ก รวมทุกอย่างอยู่ในตัว จึงนับว่าเป็นสิ่งประเสริฐสุด และยังมีทางพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปจนถึงชีวิตพระเจ้า พระเจ้าทรงมีพระทัยดี ทรงสร้างทุกสิ่งโดยให้ล้นออกจากความดีบริสุทธิ์ของพระองค์ ทรงปรารถนาให้มนุษย์พัฒนาตนเองจนบรรลุชีวิตพระเจ้า แต่มนุษย์จะต้องพยายามด้วยตนเอง เพราะพระเจ้าไม่อาจฝืนกฎแห่งการล้นอันเป็นกฎจำเป็นในตัวพระองค์เอง ที่แน่ ๆ ก็คือพระองค์ทรงเผื่อแผ่พระหรรษาทาน (Divine Grace) มาช่วยเหลือมนุษย์อย่างเหลือล้น ถึงขั้นอวตารเป็นมนุษย์ (Incarnation) มนุษย์จึงควรร่วมมือกับพระองค์อย่างเต็มที่

มนุษย์มีอำเภอใจ มีใจเสรี เพราะมีส่วนในวิญญาณโลก และในฐานะที่เป็นส่วนล้นมาจากพระเจ้า จึงมีความโน้มเอียงที่จะกลับคืนสู่พระเจ้า มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตพระเจ้า ทั้ง ๆ ที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ก็ได้ ความโน้มเอียงเช่นนี้ฟิชีโนเรียกว่า “ความบ้าต่อพระเจ้า”(furor divinus = the divine madness)

มีปัญหาอยู่ว่าคำสอนของฟิชีโนมิเป็นลัทธิสรรพเทวนิยมไปหรือ ถ้าตัดสินตามตัวอักษรก็น่าจะเป็น แต่ถ้าถือว่าเป็นภาษาธรรมของนักฌานนิยมต้องเข้าใจว่าเป็นความพยายามเข้าใจพระเจ้าด้วยสัญลักษณ์ ก็ไม่น่าจะถือว่าเป็น อย่างไรก็ตามความคิดเช่นนี้อาจจะนำไปสู่ความเลื่อมใสต่อไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ได้ง่าย โดยถือว่าหากฝึกให้เข้าถึงวิญญาณของโลกก็จะล่วงรู้ความลับจากวิญญาณของโลกได้ ฟิชีโนจะสรุปถึงขั้นนี้หรือไม่ไม่ทราบได้ แต่ทว่าในทางปฏิบัตินั้นฟิชีโนได้ปฏิบัติกิจกรรมทางไสยศาสตร์หลายประการ จึงถูกสอบสวนและเมื่อให้คำมั่นสัญญาแล้วก็ได้รับอิสระ แต่การที่ถูกสอบสวนเช่นนี้ย่อมเป็นเหตุให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา นักปราชญ์บางคนโจมตี ครั้นโลเรนโซแห่งเมดิสิ ขึ้นเป็นเจ้านครแทนโคสิโมที่ถึงแก่กรรมลง ก็หมดผู้อุปถัมภ์ สำนักจึงล้มไปในปีค.ศ.1494 ต่อมาอีก 5 ปี ฟิชีโนก็ถึงแก่มรณกรรม

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018