chatdin

Teilhard de Chardin, Pierre เตยารด์ เดอ ชาร์แดง

ผู้แต่ง : กันต์สินี  สมิตพันธ์

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

เตยารด์ Pierre Teilhard de Chardin (1881-1955) เป็นชาวฝรั่งเศส เป็นนักบวชในคริสต์ศาสนาและเป็นนักมานุษยวิทยาก่อนที่จะเป็นนักปรัชญาลัทธิวิวัฒนาการนิยม (evolutionism) เคยเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เซี่ยงไฮ้และร่วมการขุดค้นซากมนุษย์ปักกิ่ง ท่านเห็นว่าความเชื่อในศาสนาไม่น่าจะขัดแย้งกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ แต่ประการใด

โดยเฉพาะเกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนาการซึ่งชาลส์ ดาร์วิน (Charles  Darwin) ได้เริ่มงานไว้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเราต้องรู้จักใช้วิจารณญาณตีค่าความรู้ที่เราได้จากศาสนาและวิทยาศาสตร์ให้ถูกทางเท่านั้น ความคิดของท่านอาจจะสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

1.เรื่องการสร้างโลกและเรื่องอื่น ๆ ที่เล่าในคัมภีร์ไบเบิลไม่จำเป็นต้องจริงตามตัวอักษร เพราะเขียนขึ้นตามความรู้สึกนึกคิดของคนสมัยที่นิพนธ์ไบเบิลขึ้น ซึ่งมีผู้นิพนธ์จำนวนมากและต่างสมัยกัน

2.ความสมบูรณ์ของมนุษย์ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ขึ้นกับความรู้ ความเจริญของมนุษย์แต่ละสมัย

3.ทั้งนี้มิใช่ว่าความจริงเปลี่ยนไปตามสมัย แต่หมายความว่า ความสามารถของมนุษย์และความสมบูรณ์ของมนุษย์วิวัฒน์ไปตามสมัย

4.ต้องยอมรับว่ามีบางเรื่องที่เรายังเข้าใจไม่ถึง (เรื่องปรมัตถ์ และอีกหลายเรื่องที่ซ่อนเร้นอยู่ในธรรมชาติ) อาจจะเข้าใจได้ดีขึ้นในอนาคต โดยการร่วมมือของวิชาการสาขาต่าง ๆ

5.คริสตศาสนาควรให้เสรีภาพมากขึ้นในเรื่องความคิดเห็น ควรควบคุมน้อยลง เพื่อให้แต่ละคนได้พัฒนา และสร้างสรรค์ได้ตามความถนัดของแต่ละคนตามกาละเทศะ

ทีแรกคริสต์ศาสนาเองไม่ยอมรับความคิดเห็นของเตยารด์เพราะล้ำยุคเกินไป แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นแนวทางที่คริสตศาสนิกทั่ว ๆ ไปใช้ปรับปรุงตัวเองให้ทันเหตุการณ์ของโลก การเปลี่ยนแปลงปรับปรุงจึงมีขึ้นขนานใหญ่ในคริสตศาสนาต่อมา ทำให้เตยารด์ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำหน้าหลังนวยุคภาพด้วยคนหนึ่ง

เตยารด์แถลงทฤษฎีวิวัฒนาการปรับปรุงมาจากทฤษฎีวิวัฒนาการของชาลส์ดาร์วิน ให้เข้ากันได้กับสูตรข้อเชื่อของคริสตศาสนา สรุปย่อ ๆ ได้ดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นลัทธิวิวัฒนาการแบบคริสต์ (Christian evolutionism)

  1. Alpha Point  :  จุดเริ่มต้น มีแต่พระเจ้าเท่านั้น พระองค์ทรงมีแผนสร้างแต่นิรันดร
  2. Barysphere :ระยะหมอกเพลิง คือ โลกยังเป็นกลุ่มหมอกเพลิงอยู่
  3. Lithosphere  :  ระยะหิน คือ เปลือกโลกแข็งเป็นหิน
  4. Hydrosphere :  ระยะน้ำ คือโลกเย็นลงจนมีน้ำ
  5. Biosphere  :ระยะชีวิต คือ โลกพร้อมที่จะให้กำเนิดแก่พืชและสัตว์
  6. Noosphere :ระยะปัญญา คือ มีมนุษย์ผู้มีปัญญาเกิดขึ้นบนโลก
  7. Omega Point  :ระยะโอเมกา คือ พระคริสต์เป็นจุดยอดของวิวัฒนาการทั้งหลาย (ให้สังเกตว่าใช้คำ “พระคริสต์” ซึ่งหมายถึงสภาวะพระเจ้าที่มีมาแต่นิรันดรไม่ใช้คำ “พระเยซู” ซึ่งเน้นสภาวะมนุษย์ที่มีการเกิดในเวลาประมาณ ก.ค.ศ.4)

พระเจ้าไม่ทรงมีความจำเป็นจะต้องสร้างโลกหรือจัดการตกแต่งโลกทีละอย่างๆ เหมือนอย่างที่คนในสมัยนิพนธ์คัมภีร์ไบเบิลเข้าใจกัน แต่พระองค์ทรงมีแผนการแล้วปล่อยให้ทุกอย่างวิวัฒน์ไปเองตามครรลองของมัน ทั้งนี้เป็นการให้เกียรติแก่งานของพระองค์ที่สามารถวิวัฒน์ไปได้เองแทนที่จะต้องคอยพึ่งพระเจ้าให้มาจัดการโดยตรงทุกกระเบียดนิ้ว

อ่าน Teilhard on evolution

One response to “Pierre,Teilhard de Chardin”

Leave a reply to Teilhard de Chardin and Theistic  existentialism – ปรัชญาสวนสุนันทา Cancel reply

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018