ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

ในฐานะปรัชญาบริสุทธิ์ซึ่งมุ่งสู่ความเข้าใจอันถ่องแท้และเป็นระบบโดยไม่ยึดติดกับกรอบของศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง แนวทางในการประมวลระบบคิดปรัชญา (philosophy) จากแนวคิดต่าง ๆ (thoughts) เพื่อสะท้อนปัญญาในระดับ wisdom เป็นแนวทางสำคัญของสำนักปัญญานิยม (intellectualism) ซึ่งเหล่าชาวผู้รู้ (Gnostics) เลือกที่จะใช้เพื่อเสนอเป็นกระบวนการคิดที่มีความเป็นองค์รวม (holistic) ดังต่อไปนี้

  1. การจำแนกและทำความเข้าใจ thoughts อย่างเป็นระบบ ในกลุ่มคน หรือดินแดนหนึ่ง ๆ ย่อมมี thoughts อันได้แก่ ความคิด ความเชื่อ และวิธีคิดแบบหนึ่ง ๆ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในวรรณกรรม ประเพณี ศิลปะ วิถีชีวิต ศาสนา และคำสอนพื้นบ้าน ซึ่งการจำแนกมีวิธีการได้แก่

1) วิเคราะห์แหล่งกำเนิด (original) แยกประเภทของความคิดนั้น ๆ ว่าเกิดจากแหล่งใด เช่น ศาสนา, สังคมชาวบ้าน, วรรณคดี ฯลฯ

2) ตีความเชิงปรัชญา (interpretation) เพื่อเข้าถึงความหมายในเชิงอภิปัญญา (metaphysics) ญาณปรัชญา (epistemology) และจริยศาสตร์ (ethics) โดยใช้วิธีการตีความต่าง ๆ เพื่อหาความหมายที่คงตัวในระดับที่ได้รับการยอมรับได้

3) ไม่แยกส่วนจากบริบทกลุ่มคนหรือพื้นที่ โดยต้องแสดงให้เห็นถึงหลักปรัชญานั้นว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างความคิดกับวิถีชีวิตและประสบการณ์ของผู้คนในดินแดนนั้นอย่างไร โดยจะต้องไม่ทำให้หลักปรัชญานั้นกลายเป็นเพียงแนวคิดในกรอบนามธรรมเท่านั้น

  1. พัฒนา philosophy อย่างมีโครงสร้าง โดยเป็นการสังเคราะห์ความคิดอย่างเป็นระบบ (มีแกนกลางและเครือข่ายที่เชื่อมต่อกัน) และสามารถที่จะแลกเปลี่ยนประเด็นกับปรัชญาสากลได้ โดยไม่ละทิ้งความเฉพาะถิ่น

1) สร้างหมวดหมู่เชิงปรัชญาบริสุทธิ์คือ อภิปัญญา ญาณปรัชญา (epistemology) และปรัชญาประยุกต์ที่สำคัญ เช่น จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ และปรัชญาสาขาต่าง ๆ

2) พัฒนาแกนกลางของความคิดในระดับของปัญญาว่า เป็นแนวคิดในการเกิด (emergence) ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ (relation) กฎต่าง ๆ ที่กระทำการและการควบคุม (control) ที่มีต่อสังคม รวมไปถึงผลลัพธ์ (result) ที่กลุ่มคนหรือดินแดนนั้นมุ่งเป้า

  1. สะท้อนปัญญาผ่านภาษา ปรัชญาในระดับรองที่เกิดในกลุ่มคนหรือดินแดนจะต้องไม่ถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงแค่วัฒนธรรมพื้นบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ควรถูกประมวลกลับแล้วยกระดับ (spiral process) ด้วยกรอบปรัชญาที่มีพลังแห่งยุคสมัย เช่น พลังนวยุค (สมัยใหม่) หรือพลังหลังนวยุค (หลังสมัยใหม่) โดยอาจแสดงหลักปรัชญาหรือแนวคิดปรัชญาผ่านคำ ภาษา ที่เป็นของกลุ่มชนหรือในภาษาดั้งเดิม เพื่อไม่สูญเสียเนื้อแท้ของความเข้าใจในระดับภววิทยา ในขณะเดียวกัน ก็ควรแสดงการเปรียบเทียบได้กับความหมายของภาษาในปรัชญาตะวันตก-ตะวันออก โดยไม่ใช่การแสดงเฉพาะความต่าง และควรแสดงทั้งความเหมือนและความต่างที่มี
  2. เปิดพื้นที่เพื่อการแลกเปลี่ยนกับปรัชญาสากลได้ อาจใช้แนวทางปรัชญาเปรียบเทียบ ปรัชญาวิเคราะห์ หรือการนำเสนอร่องรอยประวัติศาสตร์ของปรัชญาผ่านแนวคิด genealogy ของฟูโกต์ เป็นต้น รวมถึงการแปลเป็นภาษาสากล เช่น อังกฤษ ทั้งในความหมายและวาทกรรมให้เข้าถึงความหมายในระดับลึกซึ้ง

แนวทางโดยรวมในกระบวนการสร้างระบบคิดต้องมีทั้งการรักษารากทางความคิดและการสร้างกิ่งก้านใหม่ทางความคิดควบคู่กัน (cultivation approaches) ใช้มุมองนักปรัชญาเข้ามาถามให้ลึก คิดให้กว้าง และเข้าใจให้ถึงแก่น กับหลักปรัชญาที่จะสร้างให้เป็นระบบ ไม่จำกัดตัวเองหรือสร้างกรอบจำกัดให้อยู่แค่การรวบรวมข้อมูลหรือการวิเคราะห์เชิงสัญลักษณ์ แต่มุ่งสู่การสังเคราะห์ที่เป็นระบบ มีพลัง และสะท้อนภูมิปัญญาในฐานะความก้าวหน้าทางความคิดของมนุษย์

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018