Augustine on political philosophy ปรัชญาการเมืองของออเกิสทีน
ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
โลกของมนุษย์ โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่นี้เป็นแดนแห่งสองนคร (the two cities) ประสบการณ์บอกเราว่า ในโลกมีคนดีและคนเลวปะปนกันอยู่ในทุกสังคมของทุกยุคทุกสมัย ลัทธิมานี (Manicheism) อธิบายปรากฎการณ์นี้ด้วยคำสอนแบบทวินิยม คือ สอนว่าภวันต์สู.สุดมีอยู่สององค์คือ องค์ความดีสูงสุดกับองค์ความเลวสูงสุด องค์ความดีสูงสุดสร้างจิต ส่วนองค์ความเลวสูงสุดสร้างสสาร มนุษย์เป็นแดนประชิดของสองนคร เพรามนาย์มีวิญาณอยู่กับร่างกายรวมเป็นบุคคลคนเดียว ผู้ใดเดินตามอุดมคติของจิตก็เป็นคนดีและอยู่ฝ่ายองค์ความดีสูงสุด องค์ความดีสูงสุดสร้างจิต ผู้ใดเดินตามความต้องการของร่างกายก็เป็นคนเลวและอยู่ฝ่ายองค์ความเลวสูงสุด คนดีกับคนเลวใช้โลกนี้เป็นสนามรบ ขับเคี่ยวต่อสู้กันเรื่อยไปเพื่อสร้างความดีความชอบไว้รับบำเหน็จในโลกหน้าจากองค์สุงสุดของตน
ออเกิสทีนถือลัทธิมานีมาก่อน ครั้นกลับใจมานับถือคริสตศาสนาแล้วก็เลิกเชื่อว่ามีองค์ความเลวสูงสุด เพราะคริสตศาสนาสอนว่า องค์อสัมพันธ์มีแต่องค์เดียวคือพระเป็นเจ้าผู้เป็นองค์ความดีสูงสุด แต่ทว่าในโลกมีคนเลวปะปนอยู่กับคนดี ทั้งคนดีและคนเลวมาจากพระเป็นเจ้าองค์เดียวกัน แต่พระเป็นเจ้ามิได้ตั้งพระทัยจะสร้างให้เลว พระองค์ทรงตั้งพระทัยสร้างให้ดีทุกคน แต่ทรงต้องการให้ดีมากๆ จึงให้มีใจเสรี บางคนใช้เสรีภาพเลือกทางผิดถึงขึ้นขัดกับความดีของพระเป็นเจ้าร จึงเป็นคนเลวกลายเป็นศัตรูกับพระเป็นเจ้าไปเสีย ลูกของพระองค์กับศัตรูของพระองค์จึงอยู่ปะปนกันในโลกนี้ โลกนี้จึงเป็นแดนของสองนครซึ่งไม่มีอาณาเขตแน่นอน เพราะอาณาเขตอยู่ในจิตใจของแต่ละคนซึ่งอาจจะเปลี่ยนใจเมื่อใดก็ได้ สองนครดังกล่าวได้แก่นครของพระเป็นเจ้า (the city of God) และนครของโลกนี้ (the city of this world) สมาชิกของนครของโลกนี้เพื่อสร้างความดี จะได้มีกุศลไปสวรรค์ ส่วนสมาขิกของนครของโลกนี้ไม่คิดถึงชีวิตหน้า คิดแต่เพียงให้มีความสุขในโลกนี้ไปแค่ชั่วชีวิตนี้เท่านั้น ไม่สนใจประกอบกรมทำดีสร้างกุศล มุ่งหาแต่ความสนุกสนานเพลิดเพลินโดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษใดๆ ทั้งสิ้น คนดีตายแล้วจะได้ไปสวรรค์ ส่วนคนเลวตายไปจะต้องตกนรก คนดีที่ยังชดใช้บาปกรรมยังไม่หมดจะต้องใช้กรรมในแดนชำระ (purgatory) จนหมดสิ้นเสียก่อนจึงได้ไปสวรรค์

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018