Epicureanism’s goodness ความดีของลัทธิเอฟเผอคูเรียน

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ผู้ก่อตั้งลัทธิคือ เอพเผอคูเริส (Epicurus ก.ค.ศ. 341-270) ถืออภิปรัชญาปรมาณูนิยมของเดอมาเขรอเถิส (Democritus ก.ค.ศ. 460?-370?) ตั้งสำนักนอกกรุงเอเธนส์ในสวนของตนเองจึงได้ชื่อว่าสำนักสวน (Garden School) สอนจริยธรรมแห่งความสงบสุขกายสบายใจไร้กังวล ทั้งนี้ก็เพราะเชื่อว่าวิญญาณของมนุษย์ประกอบด้วยปรมาณูที่ละเอียดอ่อน จึงไม่ควรให้มันคลุกคลีหรืออยู่ใต้อำนาจของปรมาณูของร่างกาย ซึ่งเป็นปรมาณูหยาบ ๆ ของสสาร เรียกว่า จริยธรรมของเอพเผอคูเริส (Epicurus’ Ethics) แต่ลูกศิษย์เอาไปดัดแปลงเป็นจริยธรรมแห่งความฉลาดในการหาความบันเทิงในชีวิตได้นาน ๆ อย่างพึงพอใจที่สุด ความหมายของลัทธิเอพเผอคูเรียนที่เข้าใจกันในปัจจุบันนี้จึงเป็นทำนองหลังนี้ ซึ่งเฟื่องมากในสมัยโรมันเรืองอำนาจเป็นปฐม

ลัทธินี้ชี้ให้เห็นว่าการแสวงหาความพึงพอใจเฉพาะหน้าจนพอใจโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจตามคติของลัทธิรตินิยม (hedonism) นั้น ย่อมบั่นทอนชีวิตและทำให้เบื่อหน่าย คนฉลาดพึงรู้จักประมาณตนคำนวณดูให้ได้ความบันเทิงมากที่สุดและนานที่สุดเพื่อเลี่ยงความเดือดร้อนอันเกิดจากการเลยเถิด รับประทานอาหารอิ่มท้องทำให้เรารู้สึกสบาย แต่ถ้ารับประทานจนแน่นท้องจะรู้สึกอึดอัดกลายเป็นความทุกข์ ทางที่ดีควรฝึกกายให้ชินกับการเป็นอยู่ง่าย ๆ จำกัดความอยากและตัณหาให้อยู่ในขอบเขตพอสบายที่สุดอย่างน่าพอใจแก่อัตภาพ ถ้าบังเอิญเกิดขัดสนหรือฐานะตกต่ำลง ก็จงรู้จักทำใจให้มีอุเบกขา พอใจกับสิ่งที่มีอยู่

ทางสายกลางเป็นถนนทองสำหรับผู้แสวงหาความสุขแบบเอพิคีวเรียน คือ ให้หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบอันทำให้ตัวเสียอิสรภาพ เช่นไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสังคม การเมือง ไม่มีครอบครัว ไม่ผูกพันตัวกับความรัก เพราะความรักทำให้คนเป็นทาส โดยเฉพาะความรักระหว่างพ่อลูก คนที่มีลูกก็จำเป็นต้องเสียสละเพื่อลูก ความรักในครอบครัวเป็นเรื่องต้องเสียสละ ความรักที่ดีที่สุดก็คือความรักระหว่างเพื่อน เพราะเพื่อนฝูงเสียสละก็เพื่อให้ความสุขร่วมกันเข้มข้นขึ้น เพื่อนย่อมไม่เสียสละเปล่า ๆ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน ซึ่งตัวคนเดียวย่อมจะหาให้แก่ตัวมิได้ เอพิคีวเรียนจึงนิยมเพื่อนในทำนองนี้ มิใช่เพื่อนในทำนอง “เพื่อนตายถ่ายแทนชีวาอาตม์”

ทางสายกลางก็คืออย่าผูกพันตัวกับอุดมคติอย่างซาเครอทิส และวีรชนทั้งหลาย การเสียสละจะต้องหวังผลตอบแทนให้คุ้มค่า ความรักที่เสียสละเป็นการกระทำของคนโง่ ให้ระวังพันธะที่มีแต่ทางเสีย เช่นพันธะทางครองครัว การมีลูก เหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงเพราะมีแต่ทางเสีย การคบเพื่อนก็เพื่อให้ได้ความบันเทิงมากขึ้นโดยใช้จ่ายน้อยลง เหตุผลของจริยธรรมแบบนี้ก็สืบเนื่องมาจากระบบปรัชญาลัทธิสสารนิยมนั่นเอง ประกอบกับเหตุผลจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันว่า “พรุ่งนี้เป็นของไม่แน่ก็จริง แต่ก็แน่มากกว่าไม่แน่”

มองในแง่สังคมแล้ว คนถือลัทธินี้จะว่าดีก็ไม่ดี จะว่าเลวก็ไม่เลว เพราะพวกนี้จะไม่ทำความเดือดร้อนให้ใครเพราะกลัวตัวเองจะเดือดร้อน แต่ก็ไม่ทำความดีเด่นในสังคมนอกจากจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า ตามปรกติคนเราก็เป็นอย่างนี้กันอยู่มาก แม้จะนับถือศาสนาส่วนมากก็ยังมีท่าทีแบบลัทธิเอพเผอคูเรียนกันมาก คือ จะทำบุญหรือปฏิบัติศาสนกิจประการใดก็มุ่งหวังผลตอบแทนร้อยเท่าพันทวี ไม่ในโลกนี้ก็ในโลกหน้า ผิดกันที่ว่าลัทธิเอพเผอคูเรียนคิดถึงแต่ความพึงพอใจที่จะได้ในชีวิตนี้เท่านั้น

รวมความว่าเกณณ์ตัดสินความประพฤติดีของลัทธินี้ได้แก่การกระทำที่ทำให้ได้ความพึงพอใจได้นานที่สุดและมากที่สุดด้วย ความคิดแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นกับใครและเมื่อใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องรู้หรือยอมรับสังกัดอยู่ในลัทธินี้

จุดบกพร่องของลัทธินี้ก็คือ ไม่พยายามเข้าใจความสุขอันเกิดจากการเสียสละตามอุดมคติและความสุขอันเกิดจากความสงบทางใจ การที่ลัทธินี้สอนให้รู้จักประมาณตนในการหาความพึงพอใจนั้นเป็นมาตรการที่ดี แต่ปฏิบัติยาก เพราะเวลาปฏิบัติจริง ๆ แล้วอดเลยมาตรการที่คำนวณไว้ไม่ได้ ความพอของมนุษย์เราต้องมาจากความเสียสละเพื่ออุดมคติ ไม่ใช่มาจากการคำนวณตามมติของลัทธิเอพเผอคูเรียน อย่างไรก็ตามอย่าลืมแยกคำสอนของนักปรัชญาเอพเผอคูเริสแบบดั้งเดิมออกจากลัทธิเอพเผอคูเรียนตามความหมายปัจจุบัน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018