ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาปรัชญาและจริยศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
บทคัดย่อ
บทความนี้วัตุประสงค์เพื่อศึกษาความหมายเชิงปรัชญาและจิตวิญญาณของการฝึกจิตในขนบความคิดตะวันตกโบราณ โดยเสนอว่าการฝึกจิตมิใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลายทางจิตวิทยา หากแต่เป็นกระบวนการทางภววิทยาและการขัดเกลาจิตวิญญาณเพื่อยกระดับมนุษย์จากโลกแห่งผัสสะและอัตตาไปสู่การเข้าถึงสัจธรรมสูงสุด บทความใช้ระเบียบวิธีการตีความเชิงปรัชญาเพื่อวิเคราะห์แนวคิดจากสามขนบหลัก ได้แก่ 1) ปรัชญากรีกโบราณของเพลโตและโสเครติส 2) จริยศาสตร์แบบสโตอิก และ 3) เพลโตใหม่และรหัสยนิยมคริสเตียนยุคแรก ผลการศึกษาพบว่า การฝึกจิตในโลกตะวันตกโบราณมีลักษณะร่วมกันคือ การมองมนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่สมบูรณ์ และจำเป็นต้องฝึกฝนตนเองเพื่อกลับคืนสู่ความจริงแท้ของการดำรงอยู่ ผลการศึกษานี้เสนอให้นำแนวคิดเหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการฟื้นฟูจิตวิญญาณมนุษย์ในโลกสมัยใหม่ที่เผชิญวิกฤตความหมายและภาวะความแตกแยกภายใน
Keywords: contemplative practices, theoria, askesis, ontology, mysticism, Stoicism, Plato, spiritual philosophy
บทนำ
ในโลกสมัยใหม่ การฝึกจิต (contemplative practice) มักถูกลดทอนให้กลายเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อการผ่อนคลาย การจัดการความเครียด หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่หากพิจารณาย้อนกลับไปยังรากฐานของประเพณีปรัชญาตะวันตกโบราณ จะพบว่า การฝึกจิตมิใช่เพียงเทคนิคหรือทักษะเชิงจิตวิทยา แต่คือ วิถีแห่งการเปลี่ยนผ่านของการดำรงอยู่ (transformation of being) Pierre Hadot (1995) อธิบายว่า ปรัชญาในโลกโบราณมิใช่เพียงระบบความคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นวิถีชีวิต (way of life) ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านสิ่งที่เรียกว่าการฝึกฝนทางจิตวิญญาณ (spiritual exercises) ซึ่งรวมถึงการภาวนา (pray) การใคร่ครวญ (meditation) การตรวจสอบตนเอง (introspection) และการฝึกวินัยทางจิตใจ (spiritual discipline) แนวทางดังกล่าวสัมพันธ์กับแนวคิด Theoria ซึ่งหมายถึงการเพ่งพินิจเพื่อเข้าถึงความจริงสูงสุด และ Askesis ซึ่งหมายถึงการขัดเกลาหรือฝึกฝนตนเองในระดับจิตวิญญาณ
ในบริบทประเพณีปรัชญาตะวันตกโบราณ การฝึกจิตจึงมีมิติทางภววิทยา (ontology) กล่าวคือ มนุษย์มิได้เพียงศึกษาเรียนรู้ข้อมูล แต่กำลังศึกษาและฝึกฝนการเปลี่ยนรูปแบบของการดำรงอยู่ของตนเอง การฝึกฝนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณจากความมืดบอดของความยึดติดตัวตน กิเลส และโลกแห่งภาพลวงตา เพื่อนำไปสู่การหลอมรวมกับความจริงแท้ (truth) ความดีสูงสุด (the Good) หรือพระผู้เป็นเจ้า (God) บทความนี้จึงเน้นการนำเสนอแนวทางการฝึกจิตในสามขนบของโลกตะวันตกโบราณ ได้แก่ ปรัชญากรีกแบบเพลโต สโตอิก และรหัสยนิยมคริสเตียนยุคแรก เพื่อทำความเข้าใจว่า การฝึกจิตในโลกโบราณมีลักษณะเป็นการเดินทางทางภววิทยา (ontological journey) อย่างไร และแนวคิดเหล่านี้สามารถมีนัยสำคัญต่อมนุษย์ในยุคสมัยปัจจุบันอย่างไร
Theoria และ Dialectic ในปรัชญากรีกโบราณของเพลโต
1. โลกแห่งแบบ (Forms) ในปรัชญาของเพลโต โลกแห่งผัสสะเป็นเพียงเงาสะท้อนของโลกแห่งแบบ (world of forms) ซึ่งเป็นความจริงนิรันดร์และไม่เปลี่ยนแปลง (Plato, trans. 1997) สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสล้วนเป็นเพียงภาพเลือนรางของความเป็นจริง มนุษย์จึงตกอยู่ในสภาวะของ ความลืมเลือนทางภววิทยา เพราะจิตวิญญาณถูกกักขังอยู่ในโลกแห่งวัตถุ การฝึกจิตในสายเพลโตจึงมีเป้าหมายเพื่อให้จิตวิญญาณระลึกได้ (anamnesis) ถึงความจริงเดิมที่ตนเคยสัมผัสมาก่อนการถือกำเนิดในโลกวัตถุนี้ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า ความรู้มิใช่เพียงการสะสมข้อมูล แต่เป็นการตื่นขึ้นของจิตวิญญาณ
2. การฝึกฝนทางจิตที่สำคัญของโสเครติสคือ การสนทนาเชิงวิพากษ์ (dialectic) การสนทนาแบบถกเถียงนี้มิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อเอาชนะทางเหตุผล แต่เพื่อรื้อถอนความหลงผิดภายในตนเอง (self-deconstruction) Foucault (2005) อธิบายว่า การตรวจสอบตนเองแบบโสเครติสเป็นเทคโนโลยีแห่งตน (technologies of the self) ที่ช่วยให้มนุษย์กลับมาดูแลจิตวิญญาณของตนเอง การตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการฝึกจิตที่นำไปสู่การหยั่งรู้ภายใน (insight)
ลัทธิสโตอิกและการฝึกจิตเพื่ออิสรภาพภายใน
1. ภววิทยาของเหตุผลสากลและธรรมชาติ ลัทธิสโตอิกมีมุมมองว่า จักรวาลถูกกำกับโดยเหตุผลสากล (Logos) (Long, 2002) ความทุกข์ของมนุษย์มิได้เกิดจากเหตุการณ์ภายนอก แต่เกิดจากการตีความของมนุษย์ต่อเหตุการณ์เหล่านั้น ดังนั้น การฝึกจิตคือ การทำให้จิตสอดคล้องกับธรรมชาติและเหตุผลสากล มนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะระหว่างสิ่งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ แนวคิดนี้นำไปสู่ภาวะความสงบภายในที่ไม่สั่นคลอนต่อโลกภายนอก (ataraxia)
2. เทคนิคการฝึกจิตแบบสโตอิก มีลักษณะเน้นไปในเชิงจริยศาสตร์ ได้แก่ 1) การจินตนาการถึงเหตุการณ์เลวร้ายล่วงหน้า (praemeditatio Malorum) เช่น ความตาย ความสูญเสีย หรือความเจ็บปวด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Seneca, trans. 2004) การฝึกเช่นนี้มิใช่ความมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นการลดอำนาจของความกลัว และ 2) การระลึกถึงความตายอย่างสม่ำเสมอ (memento mori) เพื่อทำให้มนุษย์ตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต และใช้ชีวิตด้วยคุณธรรมในปัจจุบัน Hadot (1995) ชี้ว่า การระลึกถึงความตายมิใช่การหมกมุ่นกับความสิ้นหวัง แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้เราได้คำนึงถึงชีวิตที่มีมีความหมายอย่างแท้จริง
การหลอมรวมกับหนึ่งเดียวของโพลทายนัสแห่งเพลโตใหม่
1. ภววิทยาของ The One ตามแนวคิดของโพลทายนัส (Plotinus) ที่เสนอไว้ว่า ความจริงสูงสุดคือ The One ซึ่งอยู่เหนือภาษา เหตุผล และการแบ่งแยกทั้งปวง (Plotinus, trans. 1991) มนุษย์ตกอยู่ในภาวะของแตกเป็นส่วน ๆ (fragmentation) หรือความแตกแยกจากต้นกำเนิดของตนเอง การฝึกจิตจึงเป็นกระบวนการย้อนกลับสู่เอกภาพ (unity) ซึ่งเรียกว่า ภาวะการหลอมรวมกับหนึ่งเดียว (henosis) ตามแนวคิดเพลโตใหม่ (Neo-platonism)
2. แนวทางสำคัญคือ การฝึกใคร่ครวญผ่านการปฏิเสธนิยาม (apophatic meditation) เพื่อเข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวนั้น การปฏิเสธคำนิยามทั้งปวงเกี่ยวกับพระเจ้าและตัวตนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทุกคำนิยามล้วนจำกัดความจริงอันไม่มีขอบเขตของ The One นอกจากแนวทางนี้แล้ว ยังมีการใช้การเข้าถึงพระเจ้าผ่านการไม่รู้ โดย Pseudo-Dionysius (1987) เสนอว่า พระเจ้าสามารถเข้าถึงได้ผ่านความมืดแห่งการไม่รู้ (divine darkness) เพราะถ้ารู้บางอย่างมาก่อนก็จะเกิดการยึดติด ดังนั้น การไม่รู้จะทำให้เปิดกว้างรับรู้พระเจ้าได้มากกว่า การภาวนาแบบนิเสธใน 2 มิตินี้เป็นการค่อย ๆ ปลดเปลื้องอัตลักษณ์ ความคิด และภาพแทน (representation) ทั้งหมด จนเหลือเพียงความตระหนักรู้บริสุทธิ์ (pure awareness)
ความสงบแห่งใจ
ในธรรมเนียมคริสเตียนยุคแรก (ฝ่ายยุโรปตะวันออก) มีการฝึกจิตสำคัญหนึ่งคือ การฝึกเข้าสู่ความสงบแห่งใจ (Hesychasm) ผ่านการภาวนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในฝ่ายรหัสยนิยม (Mysticism) มักจะใช้เทคนิค คือ การภาวนาถึงพระเยซู (Jesus Prayer) ซึ่งประสานคำภาวนาเข้ากับลมหายใจ จนคำภาวนาหลอมรวมเข้าสู่จิตใต้สำนึก Lossky (1976) อธิบายว่า จุดหมายของของการฝึกความสงบทางจิตใจ ไม่ใช่แค่เพียงใจสงบนิ่ง แต่คือ การเข้าถึงความจริงสูงสุด (theosis) หรือการมีส่วนร่วมในธรรมชาติของพระเจ้า (nature of God) ในเชิงภววิทยา นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นอยู่โดยมีตัวตนเป็นศูนย์กลาง (ego-centered existence) ไปสู่การเป็นอยู่โดยมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง (God-centered existence)
การฟื้นฟูวิกฤตจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์ในยุคสมัยปัจจุบัน
โลกสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าในทุกด้าน โลกเต็มไปด้วยข้อมูล ความเร่งรีบ และการบริโภค ส่งผลให้มนุษย์สูญเสียความลึกทางจิตวิญญาณ (spiritual depth) Heidegger (1977) เรียกสภาวะนี้ว่า การหลงลืมความหมายแท้จริงของการดำรงอยู่ (forgetfulness of Being) การฝึกจิตจึงมีความสำคัญในฐานะกระบวนการฟื้นฟูมนุษย์จากภาวะความแตกแยกภายใน โดยช่วยให้มนุษย์กลับมาใคร่ครวญตนเอง ลดอำนาจของอัตตาตัวตน สัมผัสความเงียบภายใน และได้สร้างความสัมพันธ์ใหม่กับความจริง
สรุป
การฝึกจิตในโลกตะวันตกโบราณมิใช่เรื่องของเทคนิคหรือทักษะเพื่อความสงบทางจิตใจ แต่เป็นวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางภววิทยาและจริยศาสตร์ มนุษย์ถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องผ่านกระบวนการขัดเกลาจิตวิญญาณ เพื่อก้าวข้ามโลกแห่งภาพลวงตา อัตตา และความแตกแยกภายใน โดยมีการฝึกจิตที่ได้รับความนิยมได้แก่ การเข้าถึงโลกของแบบของเพลโต ความสงบไม่สั่นคลอนของสโตอิก การหลอมรวมเป็นหนึ่งของโพลทายนัส และความสงบแห่งใจของคริสเตียนยุคแรก แนวคิดและหลักการเหล่านี้ล้วนสะท้อนความเชื่อร่วมกันว่า ความจริงสูงสุดมิได้เข้าถึงได้ด้วยเพียงการศึกษาเรียนรู้ตำราข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงภายในของผู้แสวงหาด้วย แนวคิดนี้มีศักยภาพที่จะช่วยบริการ (service) แก่โลกปัจจุบันที่มนุษย์เผชิญวิกฤตความหมายของชีวิต ความโดดเดี่ยว และความแยกเป็นส่วน ๆ ของจิตใจ การฝึกจิตเป็นแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูมิติทางจิตวิญญาณ นำไปสู่สุขภาวะ (wellness) ที่เป็นองค์รวมและจะนำมนุษย์กลับเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับตนเอง ผู้อื่น และความเป็นจริงของชีวิต
เอกสารอ้างอิง
- Epictetus. (2014). Discourses, fragments, handbook (R. Hard, Trans.). Oxford University Press.
- Foucault, M. (2005). The hermeneutics of the subject (G. Burchell, Trans.). Palgrave Macmillan.
- Hadot, P. (1995). Philosophy as a way of life (M. Chase, Trans.). Blackwell.
- Heidegger, M. (1977). The question concerning technology and other essays (W. Lovitt, Trans.). Harper & Row.
- Long, A. A. (2002). Epictetus: A Stoic and Socratic guide to life. Oxford University Press.
- Lossky, V. (1976). The mystical theology of the Eastern Church. St. Vladimir’s Seminary Press.
- Plato. (1997). Complete works (J. M. Cooper, Ed.). Hackett Publishing.
- Plotinus. (1991). The Enneads (S. MacKenna, Trans.). Penguin Books.
- Pseudo-Dionysius. (1987). The complete works (C. Luibheid, Trans.). Paulist Press.
- Seneca. (2004). Letters from a Stoic (R. Campbell, Trans.). Penguin Classics.

Leave a comment